- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 380: กองทัพเกรียนคีย์บอร์ด (ฟรี)
บทที่ 380: กองทัพเกรียนคีย์บอร์ด (ฟรี)
บทที่ 380: กองทัพเกรียนคีย์บอร์ด (ฟรี)
ต้องรู้ไว้ว่า สายลับที่เขาส่งไปแต่ละคนนั้น ต่างก็เป็น "ยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ" ทั้งนั้น
โตมาในประเทศจีน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้า ส่วนใหญ่เป็นด็อกเตอร์ หรือไม่ก็จบปริญญาโท
เป็นบุคลากรที่มีการศึกษาสูง
และก็มีเพียงยาไมโตะกรุ๊ปเท่านั้น ที่มีทรัพยากรมากพอจะสร้างเครือข่ายสายลับคุณภาพสูงได้มากขนาดนี้
ปกติไม่ว่าแฝงตัวเข้าไปที่บริษัทไหน ก็ถือว่า "สบายมาก" ทั้งนั้น
แล้วทำไมพอมาถึงเฉียนจื้อหยง กลับล้มเหลวแบบยับเยินขนาดนี้?
นอกจากข่าวร้ายพวกนี้ ยังมีข่าวที่เลวร้ายยิ่งกว่าอีก
มีผู้สมัครอีก 2 คนที่ไม่ใช่พวกเขา ได้รับเลือกเข้าไปเป็นเลขาของเฉียนจื้อหยงแล้ว
พูดอีกอย่างก็คือ… ตอนนี้เหลือโควต้าแค่ "หนึ่งตำแหน่ง" เท่านั้น!
แต่พวกเขาเหลือสายลับเพียงคนเดียว ซึ่ง "ไม่มีความสามารถ"
ดูเหมือนแผนการแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มเฟยหวง เพื่อเป็นสายลับ จะต้องล้มเหลวแล้วจริงๆ
ยาไมโตะ ทาโนะวางสายโทรศัพท์ สีหน้าเต็มไปด้วยความเครียด "มันเป็นไปไม่ได้! คนที่ผมส่งไปเป็นสายลับล้วนเป็นคนที่ดีที่สุดทั้งนั้น ทำไมถึงล้มเหลวได้?"
ยาไมโตะ มูระอิขมวดคิ้วแน่น พลางพูดถามกลับ "หรือว่า… พวกเราโดนหักหลัง?"
"เฉียนจื้อหยงรู้ล่วงหน้าแล้วว่ามีสายลับแฝงตัวอยู่ แล้วก็หาวิธีคัดคนของเราทิ้งหมดเลย?"
ยาไมโตะ ทาโนะรีบตอบว่า "ท่านประธาน นั่นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด"
"สายลับพวกนี้ไม่มีการติดต่อกันเลย ผมติดต่อกับแต่ละคนแยกกันทั้งหมด"
"ต่อให้มีคนหักหลัง ก็ไม่มีทางทำให้เฉียนจื้อหยงหาตัวสายลับเจอได้ทั้งหมด"
ยาไมโตะ มูระอิสีหน้ายังคงระแวง "หรือว่า… เฉียนจื้อหยงเป็นพวกมีญาณวิเศษ?"
ตั้งยี่สิบกว่าคน แต่ไม่มีใครหลุดรอดเข้าไปได้เลยแม้แต่คนเดียว!
ถ้าไม่มีสายลับ แล้วพวกเขาจะเรียนรู้ "แก่นแท้" ของภัตตาคารเฟยหวงได้ยังไง?
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดาไปต่างๆ นานา ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่…
โทรศัพท์ของยาไมโตะ ทาโนะก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เขารับสายแบบไม่คาดหวังใดๆ เลย
ตอนนี้เหลือเพียง "เซินห่าวเหยียน" คนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ถูกปฏิเสธ เป็นคนที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยระดับต่ำ ความสามารถก็แค่กลางๆ
ปกติแล้ว สายลับระดับนี้จะถูกคัดทิ้งตั้งแต่ต้น
แต่เพราะก่อนหน้านี้ใช้เงินลงทุนฝึกฝนเขาไปไม่น้อย และอีกฝ่ายก็ประหยัดมาก ไม่ค่อยใช้เงิน จึงเก็บไว้ใช้งาน
คราวนี้เพราะเวลาค่อนข้างรีบ จำนวนคนที่ส่งไปสัมภาษณ์ก็มีเพียง 20 กว่าคน จึงให้เซินห่าวเหยียน "ไปเติมจำนวน" เท่านั้น
เรียกว่า ส่งไปแบบไม่คาดหวังอะไรเลย
"อะไรนะ? ได้งานแล้ว? ได้เป็นเลขาของเฉียนจื้อหยง?" น้ำเสียงของยาไมโตะ ทาโนะดังขึ้นแปดระดับ
ยาไมโตะ มูระอิที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเข้า ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันที "รีบถามเลย เขาผ่านได้ยังไง?"
ยาไมโตะ ทาโนะรีบถามทางโทรศัพท์ "คุณทำยังไงถึงได้งาน?"
พูดจบ เขาก็เปิดลำโพง
ยาไมโตะ มูระอิก็โน้มตัวมาฟังอย่างตั้งใจ
เสียงจากปลายสายของเซินห่าวเหยียนดังขึ้น "ผมก็แค่เดินเข้าไป แล้วเฉียนจื้อหยงก็บอกว่ากระหายน้ำ ผมเลยรีบเทน้ำชาให้เขาอย่างนอบน้อม"
"ผมพูดไปแค่ประโยคเดียวว่า ‘บอสครับ น้ำชาครับ’ แล้วเขาก็บอกว่า ผมผ่านแล้ว…"
ยาไมโตะ มูระอิ "……"
ยาไมโตะ ทาโนะ "……"
ทั้งสองสบตากันเงียบๆ
การสัมภาษณ์ของเฉียนจื้อหยงนี่มัน…
พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ
เคยเห็นแต่เจ้านายที่เลือกแต่เลขาสาวสวย ดูแค่หน้าตา
มีบางคนที่จริงจังมาก เลือกแต่คนที่มีความสามารถสูง วางเกณฑ์เข้มงวด
พวกเขาเองก็ส่งสาวสวยไปสัมภาษณ์เหมือนกัน แต่ก็ล้มเหลวหมด
ไม่คิดเลยว่าคนธรรมดา ความสามารถธรรมดา อย่างเซินห่าวเหยียนจะผ่านการคัดเลือก
ยาไมโตะ ทาโนะวางสาย แล้วพูดอย่างงุนงง "ทำไมผมรู้สึกว่าเฉียนจื้อหยงเลือกเลขาแบบมั่วๆ?"
แต่ใบหน้าของยาไมโตะ มูระอิกลับซีเรียสขึ้น "ผมว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก"
"เรารู้ฝีมือของเฉียนจื้อหยงดี เขาไม่ใช่คนธรรมดา คนเก่งขนาดนั้น จะมาคัดเลือกตำแหน่งสำคัญแบบสุ่มได้ยังไง?"
"แม้เราจะเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ก็อย่างน้อยแผนการของเราก็ไม่ได้ล้มเหลวซะทีเดียว"
"บอกให้เซินห่าวเหยียนตั้งใจทำงาน แล้วเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญของกลุ่มเฟยหวงกลับมาทั้งหมด"
"โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับภัตตาคารเฟยหวง ย้ำว่านั่นสำคัญที่สุด"
"ครับ!" ยาไมโตะ ทาโนะพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
ยาไมโตะ มูระอิพูดต่อ "อีกอย่าง จัดหากองทัพเกรียนคีย์บอร์ดเพิ่ม โหมกระแสโจมตีภัตตาคารเฟยหวง และเฟยหวงเดลิเวอรี่ ให้หนักขึ้น"
ยาไมโตะ ทาโนะพูด "ไม่รู้เป็นอะไร พอเราไม่ลงทุนเพิ่ม กระแสข่าวด้านลบของภัตตาคารเฟยหวง และเฟยหวงเดลิเวอรี่ในอินเทอร์เน็ต ก็จะค่อยๆ หายไปอย่างรวดเร็ว"
"หรือว่ามีใครบางคน คอยจ่ายเงินเบื้องหลังเพื่อคุมกระแส?"
"แต่ดูจากบัญชีรายจ่ายที่เฉียนจื้อหยงโพสต์ไว้ในเว็บ ก็ไม่มีรายการที่น่าสงสัยเลยนะครับ?"
ยาไมโตะ มูระอิส่ายหัว "อย่าไปเชื่อบัญชีรายจ่ายในเว็บของเฉียนจื้อหยง นั่นต้องเป็นของปลอมแน่ๆ"
"ดูจากที่เขาจัดการวิกฤตได้ดีแบบนี้ ทีมประชาสัมพันธ์ของเขาต้องเก่งมาก และยอมทุ่มเงินไม่น้อยแน่นอน"
"ในเมื่อเฉียนจื้อหยงกล้าใช้เงิน เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"
"บอกให้สองแพลตฟอร์มนั่นช่วยลงเงินด้วย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหารสาม"
……
อีกด้านหนึ่ง ที่เมืองฮั่นเฉิง
วันนี้มีผู้นำระดับสูงเดินทางมาตรวจราชการ เมืองฮั่นเฉิงจึงสะอาดเป็นพิเศษ
หลังจากยุ่งวุ่นวายมาทั้งวัน ในที่สุด ฉินเจี้ยนหมิงก็ส่งผู้นำระดับสูงกลับไปได้สำเร็จ
หลังจากนั้นไม่นาน โทรศัพท์ของฉินเจี้ยนหมิงก็ดังขึ้น
"สวัสดีครับท่าน!" เขารับสายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
ปลายสายมีเสียงทุ้มหนักแน่นดังมา "คุณทำได้ดีมาก"
"โดยเฉพาะโครงการชิงหลิน ผมชื่นชมอย่างมาก"
เมื่อได้ยินคำว่า "โครงการชิงหลิน" รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉินเจี้ยนหมิงทันที: "นั่นก็เพราะท่านอบรมผมมาดีครับ"
โครงการชิงหลินนี้ ทำให้เขาใจเต้นไม่หยุด
เขาทุ่มเททุกอย่างให้กับมัน
ตอนแรกโครงการนั้นกลายเป็นโครงการล้มเหลว เขาต้องวิ่งเต้นสารพัด หาเงินหาคน กว่าจะมีคนสนใจ
แม้จะวิ่งจนขาแทบหัก แต่ก็ไม่มีใครอยากรับช่วงต่อ
ต่อมาก็มีนักธุรกิจจากต่างถิ่นมารับงาน หลังจากเขาพูดจนปากแห้ง ยอมเสียสละหลายเงื่อนไข อีกฝ่ายถึงยอมตกลงรับโครงการไป
แต่ไม่คาดคิดเลยว่า คนๆ นั้นจะเป็น "สิบแปดมงกุฎ"
เริ่มก่อสร้างได้ไม่นาน ก็หนีหายไปพร้อมเงินทุน
โครงการชิงหลินที่เคยเป็น "บ่อเงิน" จึงกลายเป็น "หลุมดำ" ไปแล้ว
นักพัฒนาอสังหาฯ ที่มีประสบการณ์หลายคนต่างพูดกันว่า โครงการนี้ไม่มีวันกลับมาได้ ใครเข้ามาก็ขาดทุน
แค่เริ่มก็เตรียมใจเสียเงินพันล้านได้เลย
ตอนนั้น เขาแทบจะบ้าตาย
โครงการนี้กำลังจะฝังเขาทั้งเป็น
แล้วทันใดนั้น… เฉียนจื้อหยงก็ปรากฏตัวขึ้น และรับช่วงต่อโครงการชิงหลินโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ตอนนั้น เขาซาบซึ้งอย่างสุดหัวใจ
วันนี้ ผู้นำระดับสูงเดินทางมาตรวจงาน แน่นอนว่าต้องแวะดูโครงการชิงหลิน เพราะมันโด่งดังมากในเมืองฮั่นเฉิง
ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ เคยเป็นข่าวใหญ่ เพราะมันเปลี่ยนจากโครงการล้มเหลวให้กลายเป็น "โครงการตัวอย่าง"
และยังเป็นที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ นักข่าวหลายสำนักต่างแห่มาทำข่าว
ผู้นำระดับสูงมาเยี่ยมเมืองฮั่นเฉิงทั้งที จะแวะมาเยือนโครงการชิงหลิน ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
และเขาได้เห็น "ป้ายหิน" นั่นแล้ว
ข้อความที่สลักไว้บนป้าย ช่างยอดเยี่ยมไม่มีที่ติ
โครงการชิงหลินช่วยทำให้เขามีตัวตนในสายตาผู้นำระดับสูง
แม้ว่าป้ายหินนั้นจะพูดถึงเฉียนจื้อหยงแค่ประโยคเดียว ด้วยคำว่า "นักธุรกิจท้องถิ่นคนหนึ่ง"
แต่บุญคุณนี้ เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต!
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]