- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 345: กตัญญู (ฟรี)
บทที่ 345: กตัญญู (ฟรี)
บทที่ 345: กตัญญู (ฟรี)
ทางด้านเฉียนจื้อหยง หลังจากจัดการให้เซี่ยงหยางเข้ามาทำงานในบริษัทได้เรียบร้อยแล้ว เขาก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด
เซี่ยงหยางเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอน
ตอนนี้เขาดึงเซี่ยงหยางเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียวกันแล้ว คงจะไม่มีใครมาขัดขวางแผนการเจ๊งของเขาอีก
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น กลุ่มเฟยหวงยังคงขาดทุนอย่างมีระบบ
เฟยหวงพลาซ่าก็เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ส่วนโรงพยาบาลเฟยหวงก็กำลังก่อสร้าง
แค่รอให้โรงพยาบาลเฟยหวงสร้างเสร็จ ก็สามารถซื้ออุปกรณ์การแพทย์และจ้างพนักงานมาช่วยเขาใช้เงินได้แล้ว
เมื่อเห็นทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี เฉียนจื้อหยงก็รู้สึกอารมณ์ดีมาก
ในขณะที่เขากำลังดีใจ ก็มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามา
เฉียนจื้อหยงกดรับ ปลายสายคือเสียงของผังเฉิงเย่ที่กำลังตกใจพูดว่า "บอส! ชิงฮุยพลาซ่าจะเปิดตัวก่อนกำหนดครับ"
"พวกเขาเร็วกว่าที่คาดไว้ตั้งเดือนครึ่ง ต่อให้เราพยายามแค่ไหน ก็ไม่มีทางทันแน่นอน"
ผังเฉิงเย่รู้สึกเครียดมาก
ตอนนี้เขาโฟกัสอยู่ที่การสร้างเฟยหวงพลาซ่า พยายามเร่งความเร็วให้มากที่สุด
เป้าหมายก็คือแข่งเปิดตัวกับชิงฮุยพลาซ่าให้ได้ ต้องเปิดให้ได้ก่อนพวกนั้น
แต่ชิงฮุยพลาซ่ากลับเร่งการรีโนเวตจนทิ้งเขาไว้ไกลสุดตา
ต่อให้พวกเขาเร่งขนาดไหน แต่พวกเขาต้องเริ่มจากศูนย์ ยังไงก็ไม่สามารถสร้างให้เสร็จภายในเดือนครึ่งได้
เมื่อได้ยินข่าวดีแบบนี้ เฉียนจื้อหยงดีใจมาก "ไม่เป็นไร ผมคาดไว้แล้วล่ะ"
"ปล่อยให้พวกเขาเปิดก่อนก็ได้ ผมมีแผนรับมืออยู่แล้ว"
เมื่อได้ยินเฉียนจื้อหยงพูดแบบนี้ ผังเฉิงเย่ก็รู้สึกเบาใจลงมาก เขาตบอกตัวเองแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า "ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ และสร้างเฟยหวงพลาซ่าให้เสร็จเร็วที่สุดครับ"
แต่ในใจของเฉียนจื้อหยงกลับคิดว่า: รีบใช้เงินในบัญชีให้หมดเถอะ มันเป็นเรื่องสำคัญกว่า
แน่นอนว่าความคิดนี้เขาไม่ได้พูดออกมา
เขารู้ดีว่าการเร่งงานคือวิธีผลาญเงินที่เร็วที่สุด ยิ่งเร็ว เงินก็ยิ่งไหลออกเยอะ
"คุณแค่พยายามก็พอ อย่าให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปล่ะ" เขาพูดปลอบ
หลังจากคุยกันอีกเล็กน้อย เฉียนจื้อหยงก็วางสายด้วยความอารมณ์ดี
ขณะที่กำลังรู้สึกมีความสุข เย่เสี่ยวฉินก็โทรมา
"บอสคะ ภัตตาคารเฟยหวงของเรามีพนักงานครบแล้ว ตอนนี้ ภัตตาคารเฟยหวงของเราขาดทุนมากกว่า 100 ล้านทุกเดือน"
"คุณหลิวต้องการจ้างคนเพิ่ม โดยบอกว่าจะนำทีมงานไปสนับสนุนทางการเกษตร ไม่ว่าฉันจะพยายามเกลี้ยกล่อมยังไงก็ห้ามเขาไม่ได้..."
เย่เสี่ยวฉินรู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก
เธอไม่ได้สร้างผลกำไรใดๆ ให้กับบริษัทเลย หลังจากที่เธอดำรงตำแหน่งซีอีโอ ภัตตาคารเฟยหวงก็ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
การที่เห็นเงินกว่า 100 ล้านหายไปจากบัญชีของบริษัททุกเดือน ทำให้เธอตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก
เฉียนจื้อหยงพูดอย่างมีความสุขว่า "ไม่เป็นไร ผมคาดไว้แล้ว แค่ตั้งใจบริหารก็พอ"
"ส่วนเรื่องที่หลิวเกาต้าต้องการรับสมัครคนมาทำงานด้านการเกษตรนั้น แน่นอนว่าเราต้องสนับสนุนเขา"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่เสี่ยวฉินก็รู้สึกกังวลใจ “บอสคะ ค่าใช้จ่ายของภัตตาคารเฟยหวงสูงมากอยู่แล้ว การขยายกิจการไปสู่โครงการใหม่ๆ จะยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นและขาดทุนมากขึ้นไปอีก”
เฉียนจื้อหยงโบกมือพลางกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหรอก การสนับสนุนการเกษตรเป็นเรื่องดี"
"ผมอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อเกษตรกรมาโดยตลอด และครอบครัวของผมก็ทำเกษตรกรรมมาหลายชั่วอายุคนแล้ว"
"เป็นเรื่องดีที่หลิวเกาต้าให้การสนับสนุนเกษตรกรมากขนาดนี้ และเราก็ควรสนับสนุนเขาเช่นกัน"
"ส่งข้อความของผมไปถึงหลิวเกาต้าด้วย ว่าผมสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ ไม่สิ ผมต้องโทรหาเขาเอง"
เนื่องจากเจ้านายให้การสนับสนุน เย่เสี่ยวฉินจึงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
เฉียนจื้อหยงรู้สึกว่าบริษัทกำลังขาดทุน และเย่เสี่ยวฉินก็อารมณ์ไม่ดี เขาจึงปลอบเธอว่า "อย่ากังวลไปเลย ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป"
"มันก็แค่ขาดทุนเล็กน้อย เงินนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน มันแค่เข้ากระเป๋าพนักงานของเราไป เหมือนกับว่ากำไรยังคงอยู่ในครอบครัว ผมไม่แคร์เรื่องการขาดทุนหรอก"
"คุณต้องผ่อนคลายและอย่ากดดันตัวเองมากเกินไปจนทำลายสุขภาพ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ธุรกิจที่ขาดทุน... เอ่อ… ธุรกิจที่ทำกำไรของผมจะดำเนินได้อย่างราบรื่นได้ยังไง?"
เมื่อได้ยินคำปลอบโยนของเฉียนจื้อหยง เย่เสี่ยวฉินก็รู้สึกดีขึ้นมาก
หลังจากกล่าวคำให้กำลังใจแล้ว เฉียนจื้อหยงก็วางสายโทรศัพท์ด้วยความยินดี
ข่าวดีซ้อนข่าวดีเลยวันนี้!
เฟยหวงพลาซ่าเจอปัญหา ภัตตาคารเฟยหวงก็เจอปัญหา
แต่สำหรับเขา นั่นคือ "ข่าวดี!"
อีกอย่าง ตอนนี้พอหลิวเกาต้าได้ทำไร่ทำนา ก็ไม่ยอมกลับมาเลย
ทั้งหัวใจทุ่มลงไปในการทำทำไร่ทำนา
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า หลิวเกาต้าชอบทำไร่ทำนา?
ถ้ารู้ตั้งแต่แรก เขาคงให้หลิวเกาต้าไปทำเกษตรให้บริษัทตั้งนานแล้ว
นอกจากเอาตัวเองไปทำ แล้วยังจะพาพนักงานไปทำไร่กับเขาด้วย
ดีเลย!
จ้างพนักงาน 10,000 ต่อเดือน ให้มาทำไร่ทำนา แบบนี้เจ๊งแน่นอน!
ธุรกิจของหลิวเกาต้า เขาต้องสนับสนุนเต็มที่!
คิดได้แบบนั้น เขาก็โทรหาหลิวเกาต้าทันที
"ว่าไง? จื้อหยง!" หลิวเกาต้ารับสาย
เฉียนจื้อหยงพูดว่า "เมื่อกี้เย่เสี่ยวฉินโทรมาหาฉัน บอกว่านายอยากเริ่มธุรกิจเกษตร"
"ในฐานะพ่อบุญธรรมของนาย แน่นอนว่าฉันสนับสนุนเต็มที่ ไม่มีอะไรต้องพูดมาก ฉันเชื่อใจนายเหมือนเดิม"
"เดี๋ยวฉันจะโอนให้อีก 100 ล้าน ถือเป็นเงินทุนเริ่มต้นธุรกิจของนาย"
"ตั้งใจทำงาน อย่ากลัวขาดทุน แสดงความสามารถอันยอดเยี่ยมของนายออกมา แล้วมาช่วยฉันทำภารกิจนี้"
เมื่อได้ยินเฉียนจื้อหยงพูดสนับสนุนขนาดนี้ แถมยังโอนให้อีก 100 ล้าน หลิวเกาต้าก็ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ
"พี่... ไม่สิ! พ่อ! ผมรู้อยู่แล้วว่าพ่อจะต้องสนับสนุนผม!"
"เย่เสี่ยวฉินไม่เชื่อผม เธอบอกว่าจะไปบอกพ่อเรื่องนี้ แต่ผมรู้อยู่แล้วว่า... ต่อให้เธอไม่เชื่อผม ต่อให้คนทั้งโลกไม่เชื่อผม แต่พ่อเชื่อผม!"
"ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ถ้าพ่อไม่ทอดทิ้งผม ผมก็จะเป็นลูกกตัญญูของพ่อตลอดไป"
หลิวเกาต้าซาบซึ้งสุดใจ
ในชีวิตนี้ การได้พบคนที่เข้าใจเรานั้นหายากจริงๆ
แม้เฉียนจื้อหยงจะกลายเป็นคนร่ำรวย ก็ยังไม่เคยทอดทิ้งเขา ยังเชื่อใจเขาเหมือนเดิม
เย่เสี่ยวฉินไม่เชื่อเขา คัดค้านเขาตลอดเรื่องการทำเกษตร เขาก็รู้สึกลังเลในใจ
ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูกหรือไม่
ไม่รู้ว่าควรยืนหยัดความคิดตัวเองดีไหม
กลัวว่าเฉียนจื้อหยงจะโกรธที่เขาเอาเงินไปใช้อย่างสิ้นเปลือง
แต่ตอนนี้ เฉียนจื้อหยงโทรมาเพื่อยกย่องเขาโดยตรงในสิ่งที่ทำ
เฉียนจื้อหยงนั่นแหละ คือ "พ่อแท้ๆ" ของเขา!
อย่างที่ว่าไว้ — บุญคุณการเลี้ยงดู ยิ่งใหญ่กว่าบุญคุณการให้กำเนิด!
เฉียนจื้อหยงก็คือพ่อของเขา!
เฉียนจื้อหยงพูดว่า "ตั้งใจทำให้ดีล่ะ รอให้นายว่าง เราค่อยมาเล่นเกมด้วยกัน ฉันจะให้โอกาสนายเล่นนาครอส"
เวลาเล่นเกมด้วยกัน หลิวเกาต้ามักจะเล่นตัว "นาครอส" แล้วไม่ยอมเข้าไปบวกกับใครเลย เอาแต่ฟาร์มคนเดียว ทำเอาเพื่อนร่วมทีมปวดหัวมาก
แต่เฉียนจื้อหยงก็ยังยอมเล่นกับเขา แล้วยังยอมให้เล่นนาครอสอีกต่างหาก เห็นไหมว่าเฉียนจื้อหยงยอมเสียสละแค่ไหน?
วันนี้หลิวเกาต้าทำเรื่องที่ "ถูกใจ" เฉียนจื้อหยงมากจริงๆ
หลิวเกาต้าตื้นตันสุดๆ ใบหน้าคล้ำๆ ของเขายิ้มออกมาอย่างจริงใจ
หลังจากวางสาย เฉียนจื้อหยงก็โอนเงิน 100 ล้านไปให้หลิวเกาต้าทันที
จากนั้นก็สั่งให้เย่เสี่ยวฉินว่านี่คือเงินทุนเฉพาะสำหรับธุรกิจของหลิวเกาต้า
และให้เธอบอกหลิวเกาต้าว่าเขาสนับสนุนธุรกิจนี้อย่างเต็มที่
ถ้าเงินก้อนนี้หมดลง ก็จะมีเงินก้อนใหม่ตามมาอีกเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
เมื่อเย่เสี่ยวฉินได้รับข้อความจากเฉียนจื้อหยง เธอก็เริ่มสับสน
หรือว่า... เธอคิดผิด?
เจ้านายมองว่าธุรกิจของหลิวเกาต้ามีอนาคต แต่เธอกลับค้านหัวชนฝา…
ด้วยความสามารถของเจ้านาย ไม่มีทางจะผิดพลาดในเรื่องธุรกิจแน่ๆ
หรือคนที่ผิดคือเธอเอง?
เมื่อคิดได้แล้ว เย่เสี่ยวฉินจึงรีบโทรหาหลิวเกาต้าเพื่อขอโทษทันที
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]