เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1330 พวกเขาตายแล้ว!

ตอนที่ 1330 พวกเขาตายแล้ว!

ตอนที่ 1330 พวกเขาตายแล้ว!


แท้จริงแล้ว ในเวลานี้ทุกคนบนเครื่องบินเหมือนนั่งอยู่บนพรมเข็ม(จิตใจพะว้าพะวงไม่เป็นสุข) ไม่มีใครสามารถยิ้มอย่างมีความสุขออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากห้องรับรอง พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นข้างใน บางคนถึงกับร้องไห้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องตาย..

หลินฟาน และเฉินหลง ได้เดินออกมาจากห้องรับรอง และรวบรวมทุกคน ยกเว้นกัปตัน นักบิน ในห้องนักบิน และตํารวจอากาศคนนั้น ที่เหลือทุกคนต่างได้มารวมตัวกันอยู่ในชั้นประหยัด รวมถึงแอร์โฮสเตสทุกคนด้วย

สถานการณ์มันเป็นอย่างไรกันแน่?

คนทั้งปวงได้พากันมองหน้ากัน ทำไม หลินฟาน จึงได้รวบรวมพวกเขามา ..เพื่ออะไร แล้วเสียงที่เกิดขึ้นในห้องรับรองเมื่อกี้ ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

หลินฟาน กล่าวว่า : “ผมขอแนะนําให้ทุกคนได้รู้จัก คนนี้คือ เจ้าหน้าที่เฉิน เขาเป็นตํารวจสากล ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เฉิน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งได้บนเครื่องบิน หลังจากการสอบสวนแล้ว จึงได้รู้ว่าเขาก็เป็นคนร้ายเช่นกัน ซึ่งหมายความว่ามีคนร้ายทั้งหมดสามคน”

“อ่า?”

คำพูดนี้ทำให้ทุกคนตกใจไม่เบา

“โอ้.. พระเจ้า ทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย!”

“บนเครื่องบินลํานี้มีคนร้ายกี่คนแล้ว แล้วมันจะมีเพิ่มอีกไหม?”

“รีบๆ หาที่ลงจอดเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแม้แต่วินาทีเดียวแล้ว!”

“รีบลงจอดเถอะ!”

ความตื่นตระหนกของทุกคน ได้แพร่กระจายออกไปอีกครั้ง

หลินฟาน กล่าวว่า : “ทุกคน อย่าได้ตกใจไป หลังจากการสอบสวนของเรา คนร้ายมีเพียงแค่สามคนเท่านั้น ทั้งหมดถูกควบคุมโดยพวกเราแล้ว เพียงแต่…”

หลินฟาน ได้จงใจหยุดชั่วคราว

“เพียงแต่อะไร?” ชายหนุ่มผิวขาวจากชั้นเฟิร์สคลาส ได้ถามออกมา

หลินฟาน กล่าวว่า : “ภายใต้การสอบสวนอย่างมืออาชีพของเจ้าหน้าที่เฉิน เราได้พบปัญหาที่ว่า คือคนร้ายสองคนที่เพิ่งจี้เที่ยวบิน และดูเหมือนจะแตกต่างจากคนร้ายที่ถูกจับไปได้ในก่อนหน้านี้ ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นไปที่การสอบปากคําคนร้ายสองคนนี้ และพยายามที่จะได้รับรู้ถึงตัวตนของพวกเขา เมื่อกี้ทุกคนเองคงน่าจะได้ยินเสียงกรีดร้องของพวกเขาแล้ว ถูกต้อง ผมได้มอบความทุกข์ทรมานให้แก่พวกเขาไปเล็กน้อย..”

“แล้วทางพวกคุณได้ถามอะไรพวกเขาหรือยัง?” ชายหนุ่มผิวขาว ถาม

หลินฟาน กล่าวว่า : “ยังครับ เห็นได้ชัดว่าคนร้ายสองคนนี้ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะยอมสารภาพ แต่ขอให้ทุกคนมั่นใจ ในตอนนี้พวกเขาได้หมดสติไปแล้ว ผมเลยได้หยุดมือชั่วคราว แต่ผมมั่นใจมากว่าพวกเขาจะพูดมันออกมาในอีกไม่ช้านี้”

เฉินหลง กล่าวว่า : “ทางผมได้ขอให้ทางกัปตันติดต่อกับเพื่อนร่วมงานผ่านทางโทรศัพท์ดาวเทียมแล้ว เมื่อเรารู้ถึงตัวตนของคนร้ายสองคนนี้ เพื่อนร่วมงานของผมจะเริ่มทำการตรวจสอบ และอีกไม่ช้าก็เร็วเราก็จะรู้ถึงตัวคนที่อยู่เบื้องหลัง!”

ชายหนุ่มผิวขาว พูดว่า : “งั้นตอนนี้เรายังตกอยู่ในอันตรายอีกไหม? ผมยังไม่อยากตายบนเครื่องบินลํานี้ ผมยังมีทรัพย์สินหลายร้อยล้านที่รอให้ผมไปสืบทอดอยู่! และทางพวกคุณสองคนต้องรับรองกับผมด้วยว่า เครื่องบินลำนี้จะสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย ถ้ามันสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย ผมเองจะมอบรางวัลให้กับพวกคุณอย่างมากมายแน่นอน!”

หนุ่มผิวขาวคนนี้ไม่ปิดบังเลยจริงๆ ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าครอบครัวของเขาร่ำรวยมาก และจริงๆ แล้วแค่มองไปที่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี และก็รู้ได้ว่าเขาได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

หลินฟาน กล่าวว่า : “นี่คือเหตุผลที่ผมได้เรียกทุกคนให้มารวมตัวกันที่นี่ เราสงสัยว่าบนเครื่องบินลำนี้อาจจะมีวัตถุอันตรายบางอย่างที่คนร้ายทิ้งเอาไว้ เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ดังนั้นผมจึงขอให้ทุกคนกลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง เพื่อค้นหาว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ หากมีสถานการณ์ใดๆ ก็ให้รีบมารายงานให้กับเราทราบทันที และแอร์โฮสเตสสาวสวยทุกคน ผมก็ต้องขอรบกวนพวกคุณช่วยเจ้าหน้าที่เฉิน และผม ในการตรวจสอบทุกๆ ส่วนของเครื่องบินด้วย!”

“ผมรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองมาก ตอนนี้ถึงเวลาตรวจสอบอันตรายของตนเองแล้ว และหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือ.. ท้ายที่สุดนี้ ทุกคนเองก็อยากใช้เวลาสองสามชั่วโมงข้างหน้าไปอย่างปลอดภัยใช่ไหมครับ?” เจ้าหน้าที่เฉิน ได้กล่าวออกมา

ทุกคนได้พยักหน้า

ปรากฏว่า หลินฟาน และเฉินหลง ได้พาทุกคนมารวมตัวกัน เพื่อระดมทุกคนให้ทำการตรวจสอบครั้งใหญ่ จริงอยู่ที่เครื่องบินลำนี้จะบอกว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะบอกว่าเล็กก็ไม่เล็ก ทั้งในหลากหลายที่ก็อาจจะมีวัตถุอันตรายถูกซุกซ่อนอยู่

เนื่องจากคนร้ายสามารถนําปืนขึ้นมาบนเครื่องบินได้ มันจึงมีความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะนําวัตถุอันตรายอื่นๆ มาด้วย

เมื่อได้ยินคําแนะนําของ หลินฟาน และเฉินหลง ทุกคนก็ได้ให้ความร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้มันฝังใจพวกเขาจริงๆ ทั้งมันยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตของตนเอง และแน่นอนว่า ..ไม่มีใครที่จะไม่กระตือรือร้น

ดังนั้นทุกคนจึงกลับมาที่ที่นั่งของตัวเอง และเริ่มตรวจสอบกันทันที

หลินฟาน และเฉินหลง ก็แยกออกจากกัน และเข้าตรวจสอบ เช็คทุกส่วนของเครื่องบิน ด้วยความร่วมมือของแอร์โฮสเตส

หลินฟาน ได้ขอให้แอร์โฮสเตส เสี่ยวอี๋ นําทาง และมาที่ห้องเก็บสินค้าของเครื่องบิน เพื่อทำการตรวจสอบ ที่นี่จะเก็บกระเป๋าเดินทางของแขก สิ่งเหล่านี้ได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนที่จะนำขึ้นเครื่องบิน และโดยทั่วไปจะไม่พบปัญหาใดๆ แต่เนื่องจากคนร้ายสามารถนําปืนขึ้นมาได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่กระเป๋าเดินทางเหล่านี้อาจจะมีวัตถุอันตรายซ่อนอยู่

หลินฟาน จึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการระดมกําลังของทุกคน เพื่อดําเนินการตรวจสอบเครื่องบินครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตามแม้ว่า หลินฟาน จะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่การค้นหาเครื่องบินทั้งลําด้วยตัวคนเดียวมันก็ดูออกจะไม่สมจริงมากนัก

“คุณหลิน คุณทํางานอะไรเหรอคะ?” เสี่ยวอี๋ ที่ได้ช่วย หลินฟาน ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางอยู่ เธอเองก็ได้ถามเขาไปพลาง จากความสงสัยเล็กน้อย

หลินฟาน กล่าวถามกลับไปว่า : “แล้ว.. คุณคิดว่าผมทํางานอะไรครับ?”

เสี่ยวอี๋ กล่าวว่า : “คุณเก่งออกขนาดนี้ ทั้งยังสามารถจัดการแก้ไขคดี ทั้งจำตัวคนร้ายได้ คุณก็ต้องน่าจะเป็นตํารวจเหมือนกันใช่ไหมค่ะ และถ้าหากฉันเดาไม่ผิด ตัวคุณเองอาจจะเป็นหัวกะทิของกองกําลังตํารวจด้วย”

พอได้พูดมาถึงเรื่องนี้ เสี่ยวอี๋ ก็อดอายจนหน้าแดงไม่ได้ : “ก่อนหน้านี้ที่ประตูห้องน้ำ ฉันคิดว่าฉันได้ช่วย คุณหลิน แต่เอาจริงๆ แล้ว คุณหลิน คงไม่ต้องการให้ฉันช่วยเลยก็ได้มั้ง และการที่ฉันเข้าช่วย กลับดูเป็นการช่วยชายร่างใหญ่คนนั้นมากกว่า ไม่งั้น ผู้ชายคนนั้นคงจะต้องพบเจอกับความโชคร้ายแน่ๆ”

หลินฟาน เขาเป็นคนยอดเยี่ยมมากขนาดนี้ เสี่ยวอี๋ เองก็ต้องชื่นชม หลินฟาน อยู่แล้ว, แต่เมื่อพอมองไปที่แววตา หลินฟาน เธอก็รู้สึกชมชอบเขา ..ขึ้นมานิดหน่อยแล้วจริงๆ

หลินฟาน ได้หัวเราะแล้วพูดไปว่า : “ผมไม่ใช่ตํารวจครับ ผมเป็นแค่ผู้โดยสารที่กระตือรือร้นเท่านั้น ยังไงผมก็อยู่บนเครื่องบินลำนี้เช่นกัน แล้วเช่นนี้ผมจะปล่อยให้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองไปได้ยังไง ถูกต้องไหม?”

เสี่ยวอี๋ ได้ยิ้มหัวเราะพร้อมกับพูดไปว่า : “คุณผู้โดยสารที่กระตือรือร้น คุณเป็นคนที่ช่วยเครื่องบินลํานี้ของเราไว้ งั้นคุณก็คือฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ของเรา!”

ทั้งสองได้พูดคุยกันอย่างสบายๆ ไปพราง และตรวจสอบกระเป๋าเดินทางไปพราง ทันใดนั้นสายตาของ หลินฟาน ก็ตกลงไปบนกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ ใบหนึ่งที่อยู่ข้างๆ พวกเขา

หลินฟาน กําลังคิดจะเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบนี้ขึ้นมาตรวจสอบ

ในเวลานี้เอง เฉินหลง ก็ได้รีบวิ่งเข้ามา : “ไม่ดีแล้ว เกิดเรื่องแล้ว!”

หลินฟาน จึงต้องตาม เฉินหลง ออกไป และสั่ง เสี่ยวอี๋ ว่า : “คุณมาเฝ้าอยู่นอกห้องเก็บสินค้าก่อน แล้วห้ามให้ใครเข้าใกล้ และอย่าเข้าไปค้นหาด้วยตัวเอง นั่นก็เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย”

เสี่ยวอี๋ ได้ตอบตกลงอย่างสุดใจ

หลินฟาน และเฉินหลง ก็ได้มาที่ห้องรับรอง

เห็นแต่ในห้องรับรองเวลานี้ แอร์โฮสเตสคนหนึ่งที่ได้ทำสีหน้าตื่นตกใจ ตัวสั่น แอร์โฮสเตสคนนี้ หลินฟาน จําได้ว่าก่อนหน้านี้เธอได้ตาม เฉินหลง และตํารวจอากาศ ไปตรวจสอบอย่างลับๆ ทั้งเธอยังเป็นหัวหน้าทีมแอร์โฮสเตส

น่าแปลกใจที่ตอนนี้เห็นแต่คนร้ายทั้งสามคนที่ถูกมัดไว้ในห้องรับรอง ที่คาดไม่ถึงคือพวกเขาทั้งหมดมีเลือดไหลออกมา และศีรษะของพวกเขาได้ห้อยลง สถานการณ์โดยภาพรวมตอนนี้ ดู ..น่ากลัวมาก

หลินฟาน รีบก้าวขึ้นไปตรวจสอบ และพบว่าคนร้ายทั้งสามได้เสียชีวิตไปแล้ว และกลายเป็น ‘คนตาย’ อย่างแท้จริง

“เกิดอะไรขึ้น?” หลินฟาน ได้เงยหน้าขึ้นถามแอร์โฮสเตสคนนั้น

แอร์โฮสเตสได้มีสีหน้าซีด แล้วพูดว่า : “พวกเรากําลังตรวจครั้งใหญ่อยู่ไม่ใช่เหรอ? ฉันเองก็คิดว่าจะเข้ามาตรวจห้องรับรองด้วย สุดท้ายก็พบว่าพวกเขาตายแล้ว!”

หลินฟาน และเฉินหลง มองหน้ากัน เมื่อนั้นทั้งสองก็ได้เข้าใจกันโดยปริยาย ..มันเป็นไปตามคาด มีคนไม่อยากให้คนร้ายสารภาพออกไป ดังนั้นจึงหยิบฉวยโอกาสนี้สังหารพวกเขา หลินฟาน และเฉินหลง ที่ได้ริเริ่มการตรวจสอบครั้งใหญ่นี้ ประการแรกก็เพื่อต้องตรวจสอบจริงๆ และประการที่สอง ก็เพื่อสร้างโอกาสนี้ให้กับ ..บุคคลนี้

ทั้งบุคคลนี้ก็ติดเบ็ดพวกเขา เข้าให้แล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 1330 พวกเขาตายแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว