- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 315: ไตทองคำไม่มีวันพัง! (ฟรี)
บทที่ 315: ไตทองคำไม่มีวันพัง! (ฟรี)
บทที่ 315: ไตทองคำไม่มีวันพัง! (ฟรี)
เฉียนจื้อหยงยังไม่ทันได้พูดอะไร หลิวเกาต้าก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า "จะพักอะไรอีกล่ะ?"
"จื้อหยงบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าต้องลงทุนเพิ่ม ลงทุนให้หนักเข้าไว้"
"อย่าเอาแต่จ้องที่ตัวเลขขาดทุน ถึงจะขาดทุนเดือนละพันล้าน แต่สำหรับจื้อหยง ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก"
"มองให้ไกลกว่านั้นหน่อย จื้อหยงรู้ดีกว่าใครว่าภัตตาคารเฟยหวงกำลังขาดทุน"
"แล้วเขาก็รู้ด้วยว่ากำลังขาดทุนเท่าไหร่!"
"เขารู้ แต่ยังเร่งให้เราขยายกิจการ แสดงว่ามันต้องมีเหตุผลแน่ๆ"
"ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร แค่ทำตามให้ดีก็พอ"
คำพูดของหลิวเกาต้า ทำเอาเฉียนจื้อหยงอึ้งไปเลย
เขากำลังคิดอยู่ว่าจะอธิบายยังไงให้เย่เสี่ยวฉินเข้าใจ หลิวเกาต้าก็ช่วยอธิบายแทนหมดแล้ว
"ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องถาม ทำตามก็พอ!"
นี่แหละสิ่งที่เขาอยากจะบอก!
เพราะบางทีเขาก็ลำบากใจที่จะอธิบายจริงๆ
ก็เขาบอกใครไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วเขาตั้งใจขาดทุน
พอพูดเรื่องขาดทุน ก็ต้องแต่งเรื่องโกหกขึ้นมารองรับ
แล้วเรื่องโกหกก็ต้องมีเรื่องโกหกอื่นมารองรับอีก…
ยิ่งพูด ยิ่งมั่ว ยิ่งเหนื่อย!
"เกาต้า… ฉันคงต้องมองนายใหม่แล้ว ตอนนี้นายเข้าใจความคิดฉันได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย!" เฉียนจื้อหยงชมจากใจ
เมื่อได้ยินคำชม หลิวเกาต้าก็เกาหัวอย่างเขินๆ "ใช่ไหมล่ะ? ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
เฉียนจื้อหยงหันไปหาเย่เสี่ยวฉินอีกครั้ง
"ทำตามที่ผมบอกนั่นแหละ ถึงจะขาดทุนก็ไม่เป็นไร ผมรับผิดชอบเอง"
"อย่ากดดันตัวเองเกินไป คนที่ทำเรื่องใหญ่ได้ เป็นธรรมดาที่จะต้องรับมือกับสิ่งที่คนอื่นทนไม่ได้"
"ผมต้องกลับเมืองฮั่นเฉิงแล้ว ทางนั้นยังมีอีกหลายเรื่องต้องจัดการ ทำตามที่ผมบอกไปนะ"
พูดจบ เฉียนจื้อหยงก็โบกมือ เดินออกจากภัตตาคารไป
พอเฉียนจื้อหยงออกไปแล้ว เย่เสี่ยวฉินก็ยกมือแนบอก รู้สึกกังวลจนใจเต้นรัว
ขาดทุนเดือนละ 100 ล้านเลยนะ เท่ากับวันละ 3 ล้าน
แค่วันเดียวเงินก็มากกว่าที่เธอจะหาได้ทั้งชีวิตซะอีก!
อ้อ… เดี๋ยว ตอนนี้เจ้านายให้เงินเดือนเธอเดือนละแสน เธอใช้เวลาแค่สามปีก็ได้ 3 ล้านแล้ว ไม่ต้องรอถึงทั้งชีวิตก็ได้นะ...
แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่ เธอได้เงินเดือนเดือนละแสน แต่ช่วยเจ้านายอะไรไม่ได้เลย...
การที่บริษัทขาดทุนเดือนละ 100 ล้าน มันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
เย่เสี่ยวฉินพูดกับหลิวเกาต้าที่กินข้าวเสร็จแล้วว่า "คุณหลิว ฉันควรทำยังไงดี?"
หลิวเกาต้ามองเธอด้วยความแปลกใจ "จื้อหยงพูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?"
"เขาพูดไว้ชัดมากแล้วนะ"
เย่เสี่ยวฉินเกาหัวด้วยสีหน้าสับสน "แล้วฉันจะทำยังไงให้ภัตตาคารเฟยหวงพลิกกลับมากำไรได้ล่ะ?"
หลิวเกาต้าส่ายหัว "นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรต้องคิด"
"จื้อหยงพูดไว้ชัดมากแล้ว แค่ทำตามก็พอ"
"จื้อหยงไม่เหมือนเจ้านายคนอื่นๆ หรอกนะ เจ้านายบางคนพูดอะไรครึ่งๆ กลางๆ ให้เราต้องเดาเอาเอง"
"แต่จื้อหยงพูดทุกคำชัดเจน จัดการทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เราแค่ทำตาม"
"ไปซื้อเครื่องล้างจาน ขยายสาขา รับพนักงานเพิ่มก็พอ"
เย่เสี่ยวฉินครุ่นคิดหนัก แต่ก็ยังดูไม่แน่ใจ
หลิวเกาต้าเห็นว่าเธอยังไม่หายกังวล เลยยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "งั้นผมขอถามคุณแค่อย่างเดียว"
"คุณหัวดีไหม?"
เย่เสี่ยวฉินส่ายหัวแรงๆ "ฉันไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่…"
เธอก็รู้ตัวแหละ ถ้าเทียบกับคนเก่งๆ แล้ว สมองเธอก็ธรรมดาไปเลย
ถ้าเทียบกับคนธรรมดา เธอก็ยังไม่โดดเด่นด้วยซ้ำ
ตอนเรียนยังเคยถูกล้อว่า "หน้าอกใหญ่ แต่สมองเล็ก"
ถึงแม้บางคนจะพูดเพราะอิจฉา แต่ก็ต้องยอมรับว่าไอคิวเธอไม่ได้สูงจริงๆ
หลิวเกาต้ายักไหล่ "นั่นไงล่ะ!"
"รู้ตัวว่าหัวไม่ดี แล้วจะฝืนใช้สมองทำไม?"
"อย่าฝืนนะ"
"รอให้สมองพัฒนาค่อยเอามาใช้ก็ยังไม่สาย ตอนนี้ไม่ต้องคิดให้ลำบากสมองหรอก"
"จื้อหยงบอกให้ทำยังไง เราก็ทำตามนั้นแหละ"
เย่เสี่ยวฉินพยักหน้าเข้าใจ "ดูเหมือนจะมีเหตุผลนะ…"
หลิวเกาต้ายิ้มกว้าง "ใช่ไหมล่ะ?"
"เมื่อกี้จื้อหยงไม่อธิบายเลยว่าทำไมถึงต้องจัดการแบบนี้"
"แต่นั่นแหละ มันต้องมีเหตุผลแน่ๆ เพียงแค่เราไม่มีปัญญาเข้าใจเท่านั้นเอง"
"อีกอย่าง ต่อให้เขาอธิบาย คุณจะเข้าใจเหรอ?"
เย่เสี่ยวฉินทำหน้างง "แล้วทำไมเขาถึงให้ฉันมาเป็นซีอีโอล่ะ?"
ตอนแรกที่เฉียนจื้อหยงตั้งเธอให้เป็นซีอีโอ เธอดีใจจนตัวลอย
แต่พอได้ทำจริงๆ ถึงได้รู้ว่ามันยากกว่าที่คิดเยอะ
การเป็นซีอีโอไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องจัดการทุกเรื่อง และต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล
เธอหัวไม่ดีขนาดนี้ ทำไมเจ้านายถึงเลือกเธอมาบริหารภัตตาคารเฟยหวง?
หลิวเกาต้าส่ายหัว "เขาให้คุณเป็นซีอีโอของภัตตาคารเฟยหวง เพราะเขาเห็นว่าคุณเชื่อฟัง"
"แล้วก็เห็นว่าคุณมีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต"
"ตอนนี้คุณอาจจะยังไม่มีความสามารถ แต่ไม่ได้แปลว่าในอนาคตคุณจะไม่มี"
"ฟังเยอะๆ พูดน้อยๆ ตั้งใจทำงานไป เดี๋ยววันนึงความสามารถจะตามมาเอง"
คำพูดให้กำลังใจของหลิวเกาต้า ทำให้เย่เสี่ยวฉินรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
"ถ้าฉันฝึกฝนสมองไปเรื่อยๆ สักวันนึง ฉันอาจจะกลายเป็นคนที่ทำอะไรใหญ่ๆ ได้จริงๆ"
ตอนนี้เธอไม่ได้คิดเหมือนตอนแรกที่ใช้ตำแหน่งซีอีโอไว้อวดให้ญาติๆ และเพื่อนๆ ฟังอีกแล้ว
ตอนนี้เธอรู้สึกถึง "ความรับผิดชอบ"
ถ้าภัตตาคารเฟยหวงปิดตัวลง พนักงานก็ต้องตกงาน
ยุคนี้หางานยาก ทุกคนต่างฝากความหวังไว้กับเธอ การบริหารกิจการให้รอด เธอต้องมีความรับผิดชอบ
เจ้านายแต่งตั้งเธอเป็นซีอีโอนั่นหมายความว่าเขา "เชื่อใจ" ในตัวเธอ เธอจะทำให้เจ้านายผิดหวังไม่ได้
และที่สำคัญคือ… เจ้านายลงทุนไปมากขนาดนี้ เธอจะปล่อยให้เจ้านายขาดทุนไม่ได้!
ความรับผิดชอบคือสิ่งที่ทำให้คนเติบโต
ตอนนี้เธอต้องใช้ทั้งสมองทั้งใจในทุกๆ วัน
หลิวเกาต้ายิ้มออกมา "เชื่อมั่นในตัวเองไว้ ไม่ต้องกดดันมากเกินไป"
"ความสามารถมันฝึกกันได้ ขอแค่กล้าลอง กล้าลุย!"
"เหมือนผมไง ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มือยังไม่เคยจับตัวผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ"
"แต่ตั้งแต่เรียนจบ แล้วตามจื้อหยง ผมมีแฟนมาแล้ว 4 คน"
เย่เสี่ยวฉินแกล้งแซว "แฟนสี่คนในเวลาเดียวกันหรือเปล่าคะ?"
หลิวเกาต้าตอบหน้าตาย "ถ้าไม่ใช่เพราะจื้อหยง ผมคงไม่มีทางมีแฟนตั้ง 4 คนหรอก ผู้หญิงพวกนั้นคงไม่แม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ"
เย่เสี่ยวฉินทำหน้าแปลกใจ "ที่คุณมีแฟนได้ถึง 4 คน ไม่ใช่เพราะ… สุขภาพไตของคุณดีเหรอ?"
"ในบริษัทลือกันหนาหูเลยนะคะ ว่าคุณมีไตทองคำไม่มีวันพัง!"
หลิวเกาต้าได้ยินแล้วถึงกับตาโต
ไม่นึกเลยว่าบริษัทจะข่าวลือเรื่องดีๆ แบบนี้
ไม่แปลกใจเลยที่ช่วงนี้สาวๆ ในบริษัทชอบเข้าหาเขามากเป็นพิเศษ
หลิวเกาต้าตอบอย่างภาคภูมิใจ "ใช่เลย! เพราะไตผมแข็งแรงนั่นแหละ"
"แต่ในแง่การเงิน ก็ต้องขอบคุณจื้อหยงด้วยนะ"
เย่เสี่ยวฉินหัวเราะออกมา
เธอรู้ดีว่า หลิวเกาต้าพูดแบบนี้เพื่อให้เธอคลายเครียด เพราะเห็นว่าเธอแบกรับความกดดันมากเกินไป
แต่การมีข่าวลือขำขันในบริษัท ก็สะท้อนได้ชัดว่าหลิวเกาต้าเป็นที่รักของทุกคนในบริษัทจริงๆ
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]