เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270: ขาดทุนจริงเหรอ (ฟรี)

บทที่ 270: ขาดทุนจริงเหรอ (ฟรี)

บทที่ 270: ขาดทุนจริงเหรอ (ฟรี)


เมื่อบัญชีบันทึกทุกอย่างอย่างชัดเจนขนาดนั้น ต่อให้มีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ก็ถูกคนตาดีจับได้ทันที

เท่ากับว่าบัญชีทั้งหมดของบริษัท อยู่ใต้กล้องวงจรปิดที่ถ่ายทอดสดให้คนทั้งโลกดูอยู่ตลอดเวลา

อาจไม่ถึงขั้น "ไม่มีทางปลอมได้เลย" แต่แค่มีความปกติเล็กน้อย ก็จะถูกตรวจพบแน่นอน

อย่างเช่น ซื้อกระดาษชำระ ในบัญชีบันทึกว่า "ยี่ห้อ XX รุ่น YY ราคาแพ็คละ 2 หยวน"

ถ้ามีคนไปดูตามซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วพบว่าราคาจริงถูกกว่านั้น ก็แปลว่าซื้อแพงโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งความหมายก็มีแต่สองทางเท่านั้น

หนึ่ง คือทำบัญชีปลอม, สอง คือคนซื้อโง่ถึงได้ยอมจ่ายเกินจริง

แม้จะไม่สามารถป้องกันการทุจริตได้ 100% แต่ถึงจะมีคนโกงจริง ก็โกงได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น

ไม่เหมือนบางโครงการ

ถนนยาวแค่ 500 เมตร แต่ใช้งบไป 5 ล้าน แบบนั้นสิถึงจะน่าสงสัย

บัญชีของกลุ่มเฟยหวงถูกทำไว้อย่างละเอียดและโปร่งใสขนาดนี้ ต่อให้ใครอยากโกง ก็โกงได้ไม่มากหรอก

โดยเฉพาะในส่วนของ "เงินเดือนพนักงาน" ไม่มีทางโกงได้เลย

เพราะฉะนั้น เซี่ยงหยางพูดอย่างมั่นใจ "ทุกคนคงเชื่อแล้วใช่ไหมครับว่าพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงทุกคนได้เงินเดือนขั้นต่ำ 10,000 จริงๆ"

"เงินเดือนของพนักงานเฟยหวงเป็นข้อมูลเปิดเผย พนักงานสามารถพูดถึงรายได้ของตัวเองได้อย่างเสรีเลย"

"ถ้าใครขยัน ลองรวบรวมสลิปเงินเดือนของพนักงานหลายๆ คนดูสิครับ คุณจะเห็นเลยว่าตรงกับบัญชีเป๊ะๆ"

"แต่จริงๆ ก็ไม่ต้องไปพิสูจน์แล้วล่ะ เพราะผมเองสัมภาษณ์พนักงานหลายคนมาก่อนหน้านี้แล้ว เงินเดือนพวกเขาทุกคนเกิน 10,000 ทั้งนั้น"

"นอกจากจะสมรู้ร่วมคิดกันหลอกผมกันทั้งกลุ่ม ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก"

จากนั้นเขายิ้มแล้วพูดต่อ "แต่เรื่องเงินเดือนนี่ก็อึ้งมากแล้วนะ แต่ยังมีเรื่องที่ทำให้ผมทึ่งยิ่งกว่านั้นอีก"

"นั่นคือบัญชี ‘ผลประกอบการของบริษัท’ ทั้งหมดถูกเปิดเผยไว้ที่นี่ด้วย"

"บางคนอาจไม่รู้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงขายสินค้าโดยโชว์ราคาต้นทุนจริงไว้บนป้ายสินค้าเลย ดังนั้นราคาทุนก็เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว"

"แต่ที่ผมไม่คาดคิดเลย คือกลุ่มเฟยหวงถึงกับเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายของทุกบริษัทย่อยด้วย"

"บริษัทไหนกำไรหรือขาดทุน ก็เห็นได้ชัดจากตารางนี้"

"ถึงปกติบริษัทมหาชนจะต้องเปิดบัญชี แต่ก็เปิดแค่ภาพรวม มีแต่ยอดรวม ไม่บอกรายละเอียด"

"ซึ่งถ้าเคยเรียนบัญชีมาสักนิด ก็รู้เลยว่าตัวเลขพวกนั้นสามารถแต่งให้สวยได้ง่ายมาก"

"กลุ่มเฟยหวงไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วยซ้ำ แต่ยังกล้าเปิดเผยตัวเลขแบบละเอียดอย่างนี้"

"ผมอยากรู้จริงๆ ว่ามีบริษัทไหนในเครือที่กำลังทำกำไร และบริษัทไหนกำลังขาดทุนบ้าง"

"เชื่อว่าคนดูทุกคนก็คงสงสัยเหมือนผมแน่ๆ กลุ่มใหญ่ระดับนี้ แต่ละธุรกิจอยู่รอดยังไง?"

พูดจบ เซี่ยงหยางก็เปิดหน้ารวมบัญชีของกลุ่มเฟยหวงขึ้นมา ทันใดนั้นก็พบว่ามีสามโครงการใหญ่ที่ขาดทุนอยู่

"เอ๊ะ? โครงการชิงหลินขาดทุนเหรอ? เป็นเพราะจ่ายชดเชยให้เจ้าของบ้านเหรอ?" เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว

เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์เท่าไหร่ เลยข้ามไปดูบริษัทอื่นแทน

"อีกสองบริษัทที่ขาดทุนคือ… ภัตตาคารเฟยหวง และร้านชานมมี่ปิงเหรอ?"

"อะไรนะ? ร้านชานมมี่ปิงขาดทุน? ทุกคนเชื่อไหมครับ?"

"’ร้านชานมมี่ปิง’ คือชื่อใหม่ของ ‘ร้านชานมปิงมี่’ นะครับ"

"หลังจากแบรนด์เดิมถูกซื้อกิจการแบบไม่เป็นธรรม เจ้าของกลุ่มเฟยหวงก็สร้างร้านชานมมี่ปิงขึ้นมาแทน"

"หลังจากนั้นร้านชานมปิงมี่ก็ล้มละลายในเวลาไม่นาน ส่วนลูกค้าก็แห่มาที่ร้านชานมมี่ปิงหมด"

"ร้านชานมมี่ปิงขายดีมาก ราคาถูก คนต่อคิวแน่นทุกวัน"

"แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าธุรกิจดีขนาดนี้จะขาดทุนได้"

คนดูเองก็อึ้งไม่ต่างกัน

โดยเฉพาะคนในเมืองเซินเฉิง ทุกคนรู้จักแบรนด์นี้ดี

เดินไปถนนไหนก็เห็นร้านชานมมี่ปิง คนแน่นทุกสาขา

ตอนแรก ร้านชานมปิงมี่ก็เป็นอันดับหนึ่งของเมืองอยู่แล้ว แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นร้านชานมมี่ปิง ลูกค้าก็ยังคับคั่งเหมือนเดิม

กิจการไปได้สวยขนาดนั้น แต่บัญชีบ่งบอกว่าขาดทุน… จะไม่ให้คนสงสัยได้ยังไง?

"หรือว่ากลุ่มเฟยหวงทำบัญชีปลอม?"

หลายคนเริ่มตั้งคำถาม

นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผู้ชมรู้ว่าร้านชานมมี่ปิงก็อยู่ในเครือของกลุ่มเฟยหวงด้วย

เซี่ยงหยางพูดต่อ "ผมเชื่อว่าทุกคนคงสงสัยเหมือนกันว่าขายดีขนาดนี้ แต่ทำไมร้านชานมมี่ปิงถึงยังขาดทุน?"

"ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ งั้นเรามาดูบัญชีต้นทุนกันดีกว่า ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น"

"มาดูกันว่ามีความผิดปกติ หรือทำบัญชีปลอมไว้หรือเปล่า"

พูดจบ เขาก็เปิดดูบัญชีค่าใช้จ่ายทั้งหมดของ "ร้านชานมมี่ปิง"

"ค่าเช่าร้านเฉลี่ยเดือนละ 30,000 หยวน… อืม ก็สมเหตุสมผลดี เพราะค่าเช่าที่เมืองเซินเฉิงแพงมาก ราคานี้ถือว่าถูกด้วยซ้ำ"

"ต่อไปดูค่าแรงพนักงาน… อะไรกัน? เฉลี่ยคนละ 20,000?"

เขารีบเปิดดูรายละเอียด ค่าแรงหลังหักภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 12,500 หยวนต่อเดือน ยังไม่รวมค่าอาหารและเบี้ยสวัสดิการต่างๆ

คอมเมนต์เด้งขึ้นทันที

"ผมอยู่เมืองเซินเฉิง ไปอุดหนุนร้านชานมมี่ปิงแทบทุกวัน ยืนยันได้เลยว่าเงินเดือนพนักงานเกินหมื่นจริงๆ"

"ใช่เลย! ผมเห็นคนส่งอาหารของพวกเขามาส่งมื้อกลางวันบ่อยๆ แต่ละมื้อมีทั้งปู ทั้งกุ้งล็อบสเตอร์ ไม่แปลกที่ค่าแรงเฉลี่ยจะสูงถึง 20,000 ต่อเดือน"

คอมเมนต์อื่นก็เริ่มยืนยันเหมือนกัน เพราะเรื่องพนักงานร้านชานมมี่ปิงได้เงินเดือนสูงเป็นที่รู้กันมานานแล้ว

ตอนที่ยังชื่อร้านชานมปิงมี่ ก็เคยเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะข่าว "พนักงานร้านชานมกินล็อบสเตอร์ทุกวัน" ยังไม่หายไปจากความทรงจำของคนในเมืองเลย

ถึงตอนนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็น "ร้านชานมมี่ปิง" แต่ก็ยังมีกุ้งล็อบสเตอร์เสิร์ฟให้พนักงานเหมือนเดิม

เซี่ยงหยางพูดต่อ "ถ้าแค่นี้ก็คำนวณง่ายๆ ครับ ค่าเช่าที่ บวกกับค่าแรงและสวัสดิการ เท่ากับหนึ่งสาขามีต้นทุนประมาณ 130,000 ต่อเดือน"

"งั้นเรามาดูรายได้กันบ้างครับ ว่าแต่ละเดือนพวกเขาขายได้เท่าไหร่?"

เขาเลื่อนหน้าจอดูต่อ "อืม… ตารางละเอียดมากเลยนะ เหมือนตั้งใจทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ"

ไม่เหมือนบริษัททั่วไปที่ทำบัญชีมั่วๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเข้าใจ

เพียงไม่นาน เขาก็เจอข้อมูลสำคัญ แล้วอุทานด้วยความตกตะลึง

"รายได้เฉลี่ยของแต่ละสาขาต่อเดือนอยู่ที่ 120,000 หยวน!"

"แปลว่าหนึ่งสาขาทำเงินแค่ 4,000 หยวนต่อวัน?"

"ทั้งที่ลูกค้าแน่นขนาดนั้น เปิดขายวันละ 12 ชั่วโมง ยังได้แค่นี้เองเหรอ?"

เขาคิดต่ออย่างจริงจัง ราคาแต่ละเมนูของร้านชานมมี่ปิงค่อนข้างถูก…

ถ้าคิดดีๆ มันก็สมเหตุสมผล

เมื่อเปิดดูรายละเอียดต่อ เขาก็ยิ่งประหลาดใจ

"เฉลี่ยแล้ว ชานมหนึ่งแก้วได้กำไรแค่ 2 หยวนกว่าๆ เท่านั้นเอง!"

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

จบบทที่ บทที่ 270: ขาดทุนจริงเหรอ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว