- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 180: ทำไมต้องไปยุ่งกับคนบ้าแบบนี้ (ฟรี)
บทที่ 180: ทำไมต้องไปยุ่งกับคนบ้าแบบนี้ (ฟรี)
บทที่ 180: ทำไมต้องไปยุ่งกับคนบ้าแบบนี้ (ฟรี)
สูตรชานมใหม่ของร้านชานมปิงมี่ กลายเป็นที่ชื่นชมอย่างล้นหลามจากลูกค้า
บางทีก็มีพนักงานร้านชานมเจ้าอื่น มาต่อคิวที่ร้านชานมปิงมี่
ปกติพนักงานร้านชานมแต่ละร้าน เวลาจะซื้อชานมของร้านตัวเองก็จะได้ราคาพิเศษ
บางร้านถึงกับให้ดื่มฟรีด้วยซ้ำ
แต่ถึงจะฟรี พวกเขาก็แทบไม่อยากดื่ม เพราะเบื่อจนเอียน
แต่ชานมของร้านชานมปิงมี่ต่างออกไป
ในราคาที่เท่ากัน ถ้าไปซื้อนมสดกับผลไม้เองยังได้ไม่กี่ชิ้น แต่พอมาซื้อที่ร้านชานมปิงมี่ผลไม้ชิ้นใหญ่ๆ เต็มแก้ว
เพราะพวกเขาเป็นคนในวงการเดียวกัน รู้ต้นทุนและคุณภาพดี จึงยิ่งชื่นชมว่าร้านนี้ "ของจริง"
ร้านชานมปิงมี่เลยกลายเป็นขวัญใจวงการชานม แม้กระทั่งคู่แข่งยังชื่นชม
หน้าร้านชานมปิงมี่ตอนนี้มีคนต่อคิวยาวกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
ไม่นาน ร้านชานมปิงมี่ก็เริ่มดังในโลกออนไลน์ แม้จะเป็นแค่กระแสเล็กๆ แต่แพร่เร็วมาก
และข่าวนี้ก็ถูกส่งต่อไปถึงสำนักงานใหญ่ของร้านชานมชิงเย่
ในสำนักงาน
สือหยงฉางกำลังจ้องกราฟหุ้นของบริษัทบนจอคอมพิวเตอร์ตาไม่กะพริบ
ขณะนั้น ติงเลี่ยงเจ๋อ ผู้จัดการทั่วไปก็รีบวิ่งเข้ามา
"ท่านประธานครับ! ร้านชานมปิงมี่เริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วครับ"
ตอนนี้หน้าที่หลักของติงเลี่ยงเจ๋อไม่ใช่บริหารร้านชานมแล้ว แต่คือการจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของร้านชานมปิงมี่
สือหยงฉางขมวดคิ้วทันที "เกิดอะไรขึ้น?"
ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อ "ชานมปิงมี่" เขาก็ปวดหัวแทบแตก
เพราะทุกครั้งที่ร้านนั้นทำอะไรใหม่ๆ ร้านชิงเย่ของเขาก็ต้องเจ็บหนักทุกครั้ง
ยอดขายลด หุ้นตก กำไรหาย เรียกได้ว่า "ปิงมี่ขยับทีเดียว ชิงเย่สะเทือนทั้งบริษัท"
ตอนนี้หุ้นเพิ่งจะกลับมานิ่ง อย่าเกิดเรื่องอีกเลย!
ตั้งแต่ร้านชานมปิงมี่บุกเข้ามาเปิดในเมืองเซินเฉิง ชีวิตของเขาก็เหมือนตกอยู่ในฝันร้ายไม่รู้จบ
ติงเลี่ยงเจ๋อพูดอย่างเร่งร้อน "พวกเขา... แอบใส่ของลงในชานมครับ"
"อะไรนะ?" สือหยงฉางลุกพรวดจากเก้าอี้ "พวกเขาเพี้ยนไปแล้วเหรอ? ทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้?"
"รีบส่งคนไปซื้อชานมปิงมี่มาสิ แล้วจัดฉากโวยวายเลย"
แต่ติงเลี่ยงเจ๋อกลับหน้าเจื่อน "ท่านประธาน ฟังให้จบก่อนครับ..."
"ร้านชานมปิงมี่ขายชานมรสสับปะรด แต่ในนั้นเขาใส่สับปะรดสดจำนวนมาก"
"รวมถึงเชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ด้วยครับ..."
"แม้แต่เมนูน้ำมะนาว ยังใส่ผลไม้สดแบบเต็มแก้ว เหมือนผลไม้แจกฟรี"
"ลูกค้าทุกคนชมไม่ขาดปาก ตอนนี้กำลังติดใจร้านนั้นกันทั้งเมือง"
สือหยงฉางขมวดคิ้วแน่น "เดี๋ยวก่อน... หมายความว่ายังไง?"
"ใส่ผลไม้สดราคาแพงๆ ลงไปในชานมจริงๆ เหรอ?"
ติงเลี่ยงเจ๋อพยักหน้า ก่อนหยิบถุงออกมาสองใบ
เขาวางชานมห้าแก้วแรกลงบนโต๊ะ "พวกนี้ของร้านชานมปิงมี่ครับ เต็มไปด้วยผลไม้สด"
แล้วอีกถุงก็วางตาม "ส่วนพวกนี้คือของร้านเรา... สีสวยดี แต่ก็แค่น้ำผสมสี"
"ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ครับ ว่าของใครดูน่ากินกว่า..."
ติงเลี่ยงเจ๋อส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง
ต่อให้ให้เด็กสามขวบเลือก ก็ยังรู้เลยว่าต้องเลือกของร้านชานมปิงมี่
"ต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอ..."
"แล้วราคาเท่าไหร่ล่ะ?" สือหยงฉางถามด้ เขายังหวังว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายอาจขายแพง
ของดีแบบนี้ ต้นทุนต้องสูงแน่ ถ้าขายราคาตามปกติยังไงก็คงไม่คุ้ม
ติงเลี่ยงเจ๋อตอบเสียงอ่อย "ของร้านชานมปิงมี่ห้าแก้ว ผมจ่ายไป 30 หยวน"
"ส่วนของเราห้าแก้ว 70หยวนครับ"
"อะไรนะ?" สือหยงฉางตกใจจนตาค้าง
"อัดแน่นไปด้วยผลไม้แท้ แต่กลับขายถูกกว่าครึ่งหนึ่ง?"
"แล้วแบบนี้จะมีกำไรเหรอ?"
ตามปกติสูตรชานมแบบนั้นต้องขาย 100 หยวนถึงจะพอได้กำไร
แต่ร้านชานมปิงมี่ขายแค่ 30 หยวน แบบนี้ไม่ขาดทุนเละเทะเหรอ?
ติงเลี่ยงเจ๋อส่ายหัว "แน่นอนว่าขาดทุนครับ และหนักด้วย"
"ผมว่าเจ้าของร้านชานมปิงมี่ไม่คิดจะทำกำไรเลย เขาแค่ต้องการเล่นงานเราชัดๆ"
"ในร้านยังแขวนป้ายใหญ่ไว้เลย เขียนว่า ‘เพราะร้านชานมชิงเย่ดูถูกเจ้านายของเรา เราจึงลดราคาล้างแค้น!’"
"ที่ขายขาดทุนไม่ใช่เพราะอยากขาย แต่เพราะอยากถล่มเราให้เละ"
เมื่อได้ยินแบบนั้น สือหยงฉางถึงกับของขึ้นทันที "ไอ้เฉียนจื้อหยงนี่มันบ้าชัดๆ"
"ผลาญเงินเพื่อล้างแค้นเนี่ยนะ?"
"ไอ้ลูกเวรเอ๊ย! ยุ่งกับใครไม่ยุ่ง ดันไปยุ่งกับคนบ้าแบบนี้!"
เขาเดินวนไปวนมาด้วยความหงุดหงิดสุดขีด
"ร้านชานมปิงมี่ต้องขาดทุนแน่" สือหยงฉางพูดเสียงหนักแน่น "เราแค่ทนไว้ ฝั่งนั้นเงินหมดเมื่อไหร่ก็จบกัน"
แต่ติงเลี่ยงเจ๋อพูดเสียงแผ่ว "ผมกลัวว่า… เราอาจเจ๊งก่อนที่ฝั่งนั้นจะเงินหมด"
"ผมได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่คืนก่อน เฉียนจื้อหยงนัดนักลงทุนใหญ่หลายรายในเมืองเซินเฉิง แล้วได้เงินลงทุนเพิ่มเข้าร้านชานมปิงมี่ 400 ล้านครับ"
"และจากคนที่เขาติดต่อมา... ผมว่าจำนวนนี้ไม่น่าจะเกินจริงเลย"
"..." สือหยงฉางยืนนิ่ง ตาเบิกกว้าง
400 ล้าน?
คนบ้าคนนั้นมีเงินให้ผลาญเล่น 400 ล้าน?
ร้านชานมชิงเย่ของเขาจะอยู่ได้นานขนาดนั้นเหรอ?
ไม่มีทาง!
"ตอนนี้เรายังมีกำไรอยู่ไหม?" เขาถามเสียงเคร่งเครียด
ติงเลี่ยงเจ๋อตอบ "เดือนที่แล้ว สาขาในเมืองเซินเฉิงทั้งหมดขาดทุนรวม 31.2 ล้านครับ"
"เดือนนี้แนวโน้มแย่ลงอีก คาดว่าจะขาดทุนทะลุ 40 ล้านแน่นอน..."
สือหยงฉางพูดไม่ออก "ผลกระทบจากร้านชานมปิงมี่... มันร้ายแรงขนาดนั้นเลย?"
"แค่ร้านเดียว ทำให้เราขาดทุนขนาดนี้?"
ติงเลี่ยงเจ๋อกัดฟัน "เพราะพวกนั้นเล่นสกปรกครับ"
"พวกนั้นดึงตัวพนักงานเก่าของเราไป เปิดร้านหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ รสชาติก็เหมือนกันเป๊ะ"
"แต่ขายถูกกว่าเราถึงสองในสาม"
"ทุกที่ที่เรามีสาขา พวกนั้นก็เปิดอยู่ข้างๆ เพื่อแข่งกับเราโดยตรง"
"แบบนี้ลูกค้าจะไปไหนล่ะครับ?"
สือหยงฉางโกรธจนหน้าแดงก่ำ
เขาก็เคยลงไปดูตลาดด้วยตัวเอง ตอนนี้ร้านชานมชิงเย่เงียบกริบ แทบไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย
แต่ร้านชานมปิงมี่ที่อยู่ข้างๆ กลับมีคนต่อคิวยาวออกไปถึงถนน
"บ้าเอ๊ย! เฉียนจื้อหยง!" สือหยงฉางกัดฟันแน่น
"ทำทุกอย่างเพื่อให้เราขาดใจตาย ไม่ได้กำไรก็ยอม"
"จะมีคนแบบนี้อยู่บนโลกได้ยังไง!"
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]