เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165: ผมไม่ชอบพนักงานทำโอที (ฟรี)

บทที่ 165: ผมไม่ชอบพนักงานทำโอที (ฟรี)

บทที่ 165: ผมไม่ชอบพนักงานทำโอที (ฟรี)


จ้าวไฉ่อี้เฝ้าสังเกตสีหน้าของเฉียนจื้อหยงอย่างระมัดระวัง อยากรู้ว่าที่อีกฝ่ายพูดว่า "ห้ามทำโอที" นั้นพูดจริงจากใจ หรือแค่พูดลอยๆ

เจ้านายคนไหนจะไม่อยากให้พนักงานทำโอที เพื่อสร้างประโยชน์ให้บริษัทมากขึ้น?

แม้บางบริษัทจะพูดว่าไม่บังคับ แต่พนักงานก็ต้องจำใจทำโอทีอยู่ดี

จ้าวไฉ่อี้จ้องมองอยู่นาน แต่ก็ยังดูไม่ออกว่าเฉียนจื้อหยงพูดจริงหรือไม่

ในฐานะคนเก็บตัวที่เข้าสังคมไม่เก่ง ทักษะ "อ่านใจคน" ของเขาก็แทบไม่มีเลย

"โอเค!" เฉียนจื้อหยงพูด "เงินเดือนเดือนละ 15,000 ถ้าคิดว่ารับได้ก็มาทำงานกับผมได้เลย"

เมื่อได้ยินว่าเงินเดือน 15,000 จ้าวไฉ่อี้ก็รู้สึกตื่นเต้นและไม่อยากจะเชื่อ เพราะทุกอย่างดูเหมือนไม่จริง

เขาเคยได้เงินเดือนแค่ 5,000 ต่อเดือนเท่านั้น

เฉียนจื้อหยงโบกมือ "ถ้าไม่มีธุระอะไร วันนี้เริ่มงานเลยก็ได้ ผมจะนับเงินเดือนตั้งแต่วันนี้"

"แต่ถ้ามีธุระ ก็กลับไปก่อนก็ได้ มารายงานตัวภายในเจ็ดวันก็ยังทัน"

แน่นอนว่าเฉียนจื้อหยงหวังให้จ้าวไฉ่อี้เริ่มงานเร็วที่สุด เพราะยิ่งเริ่มเร็ว เขาก็ยิ่งต้องจ่ายเงินเดือนเร็วขึ้น

ในระบบ เงินเดือนของพนักงานแต่ละคนจะมีเพดานกำหนดไว้

จ้าวไฉ่อี้ไม่มีทักษะพิเศษอะไร ถ้าไม่ใช่ตำแหน่งระดับผู้บริหาร ก็ได้สูงสุดที่ 15,000 ต่อเดือนเท่านั้น

"ผม… ผมไม่มีธุระครับ" จ้าวไฉ่อี้ยังคงมึนๆ อยู่ เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป

ดูเหมือนว่าเขาได้งานแล้ว?

จ้าวไฉ่อี้เดินออกจากห้องทำงานแบบงงๆ

เฉียนจื้อหยงบอกให้เขาเลือกโต๊ะทำงานตามใจชอบ เขาก็เลยเดินดูรอบบริษัท แล้วเลือกมุมหนึ่งที่ดูเงียบๆ

เขาวางเป้ของตัวเองลง แล้วค่อยๆ เช็ดโต๊ะ เก้าอี้ อย่างพิถีพิถัน จากนั้นนั่งลงในที่ของตัวเอง

แล้วก็นั่งนิ่ง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ

เพราะเจ้านายไม่ได้มอบหมายงานอะไร แค่บอกว่าให้ "ทำความคุ้นเคยกับบริษัท" เท่านั้น

ระหว่างที่จ้าวไฉ่อี้หาที่นั่งของตัวเอง เฉียนจื้อหยงก็ได้พบกับผู้สมัครคนที่สอง

เพราะเขาเป็น VIP ระดับซูพรีมของเว็บไซต์หางานเล่อฉือ ประกาศรับสมัครจึงถูกโปรโมตทั่วทั้งเว็บไซต์ มีคนเห็นจำนวนมาก

มีคนจำนวนไม่น้อยที่แวะมาสัมภาษณ์แบบ "แค่ลองดู"

โชคดีที่เฉียนจื้อหยงทิ้งเบอร์ของฝ่ายบุคคลซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงไว้ ไม่อย่างนั้น โทรศัพท์ของเขาคงระเบิดแน่

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงต้องคอยบอกให้คนที่สนใจสมัครงาน ไปที่ชั้น 16 ของอาคารชิงหงเพื่อสัมภาษณ์โดยตรง

หน้าสำนักงาน มีผู้สมัครมายืนต่อคิวหลายคน

ในสำนักงาน ตอนนี้เป็นคิวของชายหนุ่มที่แต่งตัวเรียบร้อย ท่าทางมั่นใจ เขาถือเรซูเม่เข้ามา แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างสุภาพ

เฉียนจื้อหยงมองเอกสารครู่หนึ่ง แล้วถามว่า "คุณทำโอทีได้ไหม?"

"ได้ครับ" ชายหนุ่มพยักหน้าโดยไม่ลังเล "ผมจากบ้านเกิดมาที่เมืองเซินเฉิง ก็เพื่อสร้างชื่อเสียง ผมสาบานว่าจะทำให้ตัวเองโดดเด่น"

"ผมอยากใช้ชีวิตอันมีจำกัดของผมให้คุ้มค่า จุดประกายแสงสว่างของตัวเองให้เจิดจ้า"

เฉียนจื้อหยงขมวดคิ้ว แล้วยื่นเรซูเม่คืนให้ "ขอโทษครับ บริษัทมาฮาเกมมิ่งของเราอาจจะไม่เหมาะกับคุณ"

มาอีกแล้ว… คนที่ชอบสู้ชีวิตและมีความฝัน"

คนขยันมากเกินไป คนแบบนี้น่ากลัวที่สุด

หากมีพนักงานแบบนี้ในบริษัท เขาคงนอนไม่หลับ

พนักงานแบบนี้ เขาจะไม่รับเด็ดขาด

ที่เขารับจ้าวไฉ่อี้ไว้ เพราะเป็นคนแรกที่มาสมัคร และก็ดูเหมือนจะมีโลกส่วนตัวสูง จึงยอมรับ

ส่วนคนที่มาหลังจากนี้ ไม่มีใครเข้าเกณฑ์เลย

แน่นอน แม้จะไม่รับ แต่เฉียนจื้อหยงก็ยังชดเชยค่าเดินทางให้ทุกคน

เขาหยิบธนบัตรใบละร้อยกับใบเสร็จจากลิ้นชัก "นี่ค่าเดินทางครับ มาสมัครงานที่นี่ เราคืนค่าเดินทางให้"

เขายื่นใบเสร็จให้เซ็นรับเงิน

"ผมไม่ผ่านเหรอครับ?" ชายหนุ่มทำหน้างง เขาไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองพลาดตรงไหน

"ขอโทษนะครับ ผมเก่งขนาดนี้ ทำไมคุณถึงไม่รับผม?"

"ผมยังมีข้อดีอีกตั้งเยอะ คุณยังไม่ได้ฟังเลยนะครับ" เขายังไม่ยอมแพ้

เฉียนจื้อหยงพูดตรงๆ "บริษัทเราไม่รับคนที่ชอบทำโอที แนวคิดของคุณกับแนวคิดของเรามันไม่ตรงกัน"

"อะไรนะ?" ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง

สุดท้าย แม้จะไม่เข้าใจ เขาก็ทำได้แค่เซ็นชื่อ รับเงิน แล้วเดินออกไป

เสียเวลาไปแค่ชั่วโมงเดียว อย่างน้อยก็ได้เงินติดไม้ติดมือมา

ชายหนุ่มออกไป คนต่อไปก็เข้ามา

คราวนี้เป็นชายวัยกลางคน น่าจะอายุเกินสี่สิบแล้ว

ทันทีที่เข้ามา เขาก็จ้องตาเฉียนจื้อหยงอยู่ตลอด สีหน้าดูเครียด เขายื่นเรซูเม่ให้อย่างระมัดระวัง

พูดกันตรงๆ ในฐานะผู้ชายวัยสี่สิบ ต้องมาให้เด็กที่อายุน้อยกว่าตั้งยี่สิบปีสัมภาษณ์ ความรู้สึกในใจก็ผสมปนเป

เขาอยู่ในเมืองเซินเฉิงมานานแล้ว ซื้อบ้านโดยใช้เงินกู้ ทุกเดือนต้องผ่อนถึง 30,000 หยวน

เมื่อก่อนได้เงินเดือนมากกว่า 50,000 ยังพออยู่ได้

แต่ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ บริษัทต่างๆ ก็ปลดคนออก เขาเองก็ถูกปลดเมื่อปีก่อน

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่ง หรือไม่มีความสามารถ

แต่เพราะเขา "แก่เกินไป" บริษัทเลยอยากให้เขาสละตำแหน่งให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้งานได้นานมากกว่า

บริษัทจ่ายค่าชดเชยแบบ n+1 ให้เขา ทำให้เอาตัวรอดมาได้ถึงตอนนี้

ระหว่างนี้ เขาก็หางานมาตลอด

แต่ไม่มีบริษัทไหนให้เงินเดือนเกิน 30,000 เลย…

เฉียนจื้อหยงดูเรซูเม่อย่างตั้งใจ

ประวัติของอีกฝ่ายดูดีไม่น้อย

จบจากมหาวิทยาลัยระดับสูง เคยทำงานในบริษัทใหญ่ เงินเดือนเกิน 50,000 และถ้ารวมโบนัส ปันผล โปรเจกต์ต่างๆ ก็แตะ 800,000 ก่อนหักภาษี

เฉียนจื้อหยงเงยหน้าขึ้น แล้วถามคำถามเดิม "คุณทำโอทีได้ไหมครับ?"

"เอ่อ…" ชายวัยกลางคนชื่อ "ปี้เฉิงวั่ง" ลังเล

ลูกของเขาเพิ่งอายุสามขวบ

ด้วยความที่ต้องผ่อนบ้าน จึงมีลูกช้ากว่าคนอื่น

หลังจากเขาตกงาน ภรรยาก็ต้องออกไปทำงาน เงินเดือนก็แค่เดือนละ 5,000

เมื่อภรรยาต้องออกไปทำงาน เขาก็ต้องช่วยดูแลลูก

ถ้าต้องทำโอที เขาคงไม่พร้อม

เว้นแต่ว่าเงินเดือนจะ เกิน 40,000 ขึ้นไป แบบนั้นก็เขาก็จะรับภาระทั้งบ้านได้โดยที่ภรรยาไม่ต้องทำงาน

แต่เงินเดือนสูงขนาดนั้นในบริษัทใหม่แบบนี้ จะเป็นไปได้เหรอ?

ปี้เฉิงวั่งลังเลครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ผมโอทีได้ครับ ขอแค่ไม่ต้องทำบ่อยก็พอครับ"

เฉียนจื้อหยงพอใจกับคำตอบนี้มาก

เพราะก่อนหน้านี้ที่สัมภาษณ์มา หลายคนบอกพร้อมทำโอทีทันที บางคนถึงกับยอมทำโอทีฟรี

แค่นี้ก็เห็นได้ชัดว่าปี้เฉิงวั่งไม่เหมือนพวกเด็กไฟแรงพวกนั้น ที่วันๆ เอาแต่สู้ชีวิต

เฉียนจื้อหยงจึงลองตรวจสอบเงินเดือนของปี้เฉิงวั่งในระบบดู

ปรากฏว่าระบบประเมิน "เพดานเงินเดือนสูงสุด" ของปี้เฉิงวั่งไว้ที่ 100,000 ต่อเดือน และเป็นยอดเงินสุทธิหลังหักภาษี

เฉียนจื้อหยงใจเต้นแรง

เดือนละแสน?

เขามองปี้เฉิงวั่งอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประทับใจ

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

จบบทที่ บทที่ 165: ผมไม่ชอบพนักงานทำโอที (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว