- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 150: นอกจากนาย ฉันไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว (ฟรี)
บทที่ 150: นอกจากนาย ฉันไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว (ฟรี)
บทที่ 150: นอกจากนาย ฉันไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว (ฟรี)
บริษัทเกมนั้นทำง่ายมาก
ตั้งบริษัท ซื้อคอมพิวเตอร์ แล้วจ้างคนมาทำก็จบ
และโปรแกรมเมอร์ก็ค่าแรงสูงมาก
ไม่เหมือนพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต ที่อย่างมากที่สุดก็จ่ายเงินเดือนได้เพียง 10,000 เท่านั้น
แต่โปรแกรมเมอร์เงินเดือนหลักหมื่นเป็นขั้นต่ำ บางรายเดือนละแสนก็ยังมี
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฉียนจื้อหยงก็อดตื่นเต้นไม่ได้
จะรออะไรอีกล่ะ เริ่มกันเลย!
เขารีบจองตั๋วเครื่องบินทันที
ไม่นาน เขาก็พาบอดี้การ์ดบินตรงไปยังเมืองเซินเฉิง
จริงอยู่ว่าในเมืองฮั่นเฉิงก็สามารถเปิดบริษัทเกมได้
แต่สำหรับเขา ต้นทุนมันต่ำเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าสำนักงาน หรือค่าแรงพนักงาน เมืองฮั่นเฉิงล้วนถูกกว่าเมืองเซินเฉิงทั้งสิ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ เฉียนจื้อหยงเลือกเปิดที่เมืองเซินเฉิง
ก่อนจะไปเขาบอกพนักงานไว้ว่าช่วงนี้เขาจะไม่อยู่ที่นี่ จะให้พวกเขาบริหารกันเองได้เลย
เมื่อเจ้านายไม่อยู่ และไม่เข้ามาที่บริษัทเลย พนักงานจะไม่อู้งานได้ยังไง?
เพื่อให้พนักงานอู้งานได้อย่างสบายใจ เฉียนจื้อหยงจึงเลือกจะหายหน้าไปสักพัก
เมืองเซินเฉิง ภายในออฟฟิศแห่งหนึ่ง
หลิวเกาต้ากำลังนั่งเล่นเกมกับเพื่อนๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย เหงื่อไหลท่วมหน้า
แค่เห็นสีหน้าของพวกเขาก็รู้ว่าเกมกำลังดุเดือดขนาดไหน
"ในที่สุดก็ชนะแล้ว" หลิวเกาต้าลุกขึ้นโห่ร้องด้วยความดีใจ
นี่คือเกมเลื่อนแรงค์สู่ระดับ 75 ดาว และเขาก็ผ่านมันมาได้สำเร็จ
หลิวเกาต้ามั่นใจมากว่าซีซั่นนี้เขาจะไต่ไปถึง 100 ดาวได้
ทันใดนั้น ทุกคนก็ได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้น
เมื่อเงยหน้าขึ้นดู ก็พบว่าเป็นเจ้านายของพวกเขานี่เอง
เหล่าพนักงานที่กำลังเล่นเกมอยู่ต่างหน้าซีดด้วยความตกใจ
แต่หลิวเกาต้ากลับตื่นเต้นมาก รีบโผเข้าไปกอดเฉียนจื้อหยงทันที
"จื้อหยง ฉันอยู่ที่นี่ลำบากแทบแย่"
"นายมาเยี่ยมฉันเหรอ? ดีจังเลยนะ" หลิวเกาต้าพูด ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
เฉียนจื้อหยงดันตัวหลิวเกาต้าออก "เกิดอะไรขึ้น? อยู่ที่นี่ไม่ดีหรือไง?"
หลิวเกาต้าเล่าเสียงอ่อย "ตอนแรกที่มา ฉันดีใจมากเลย"
"ฉันได้เป็นซีอีโอ มีพนักงานให้ดูแล"
"อีกทั้งเมืองนี้มีอาหารอร่อยมากมาย เมืองฮั่นเฉิงเทียบไม่ได้เลย"
"แต่พออยู่ไปนา ๆ ก็พบว่ามันไม่เหมือนที่ฉันคิดเอาไว้"
เฉียนจื้อหยงอยากรู้ "ไม่เหมือนยังไง?"
หลิวเกาต้าทำหน้าซังกะตาย "ก็จริงอยู่ ที่ฉันเป็นบอสใหญ่ แต่พนักงานทั้งบริษัทมีอยู่ไม่กี่คนเอง"
"เพราะเป็นร้านชานม และเป็นธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ ส่วนใหญ่พนักงานก็ประจำอยู่ที่สาขา"
"ลองดูสิ ในบริษัทมีใครบ้าง? นอกจากฝ่ายการเงินแล้ว ก็เหลือแต่ผู้จัดการไม่กี่คน"
"พวกนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่บริษัทตลอด ส่วนใหญ่จะลงพื้นที่ไปตามสาขาต่างๆ มากกว่า"
เฉียนจื้อหยงพยักหน้า
ถูกแล้ว ในเมื่อเป็นธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ พนักงานในสำนักงานใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องมีเยอะ
"แล้วมันเป็นยังไง? มีเวลาเล่นเกม ของกินก็มีไม่ขาดปาก ไม่ดีตรงไหน?"
หลิวเกาต้าเป็นพวกติดบ้าน ติดเกมและอาหารอร่อย
หลิวเกาต้าลูบท้องตัวเอง "ตอนนี้น้ำหนักฉันขึ้นมาตั้งเยอะ อีกหน่อยฉันคงตัวกลมเหมือนลูกบอล ต้องกลิ้งแทนเดินแล้ว"
"ที่สำคัญ อาหารที่นี่มันเลี่ยนเกิน ช่วงแรกยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอกินไปเรื่อยๆ วันๆ เจอแต่ของมันๆ ฉันก็เริ่มเอียนเต็มที"
"ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากกินที่สุด ก็คืออาหารบ้านๆ ของภัตตาคารเฟยหวง"
การกินแต่อาหารมันๆ เลี่ยนๆ ทุกวัน ทำให้ระบบย่อยของเขารวนไปหมด
แน่นอนว่าหลิวเกาต้าก็ออกไปกินนอกบ้านบ้าง
แต่รสชาติก็ไม่ได้ต่างจากเดลิเวอรี่มากนัก
สรุปสั้นๆ คืออาหารของเมืองเซินเฉิงสู้เมืองฮั่นเฉิงไม่ได้เลย
"เฮ้อ… แม้ท้องของฉันจะไม่ได้รับการปลอบประโลมด้วยอาหารที่ดี แต่ยังดีที่มีเกมคอยเยียวยาหัวใจอันว่างเปล่า" หลิวเกาต้าพูดพลางลูบท้องตัวเอง
เฉียนจื้อหยงตบไหล่เขา "ฟังดูลำบากจริงๆ"
"สู้ต่อไปเถอะ รอจนกว่าร้านชานมของฉันขาด… เอ่อ… ทำกำไร รับรองว่านายไม่เสียแรงเปล่าแน่นอน"
"อื้ม!" หลิวเกาต้าพยักหน้าหนักแน่น "ฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวัง"
"ว่าแต่ จื้อหยง นายมาที่นี่ทำไม?"
"ไม่ใช่ว่าแค่มาเยี่ยมฉันหรอกนะ?"
เฉียนจื้อหยงยิ้ม "นอกจากแวะมาหานาย"
"ฉันมาเพื่อขยายธุรกิจของกลุ่มเฟยหวงด้วย"
หลิวเกาต้าตาโตด้วยความสนใจ "ธุรกิจใหม่? ร้านขนมขบเคี้ยว? ร้านอาหาร? หรือว่าจะเอาร้านหม้อไฟมาเปิดที่นี่?"
"จื้อหยง เอาจริงๆ เลยนะ ฉันไปกินร้านหม้อไฟในเมืองเซินเฉิงมาหลายร้าน แต่ไม่มีร้านไหนสู้ร้านหม้อไฟเหอหลี่เหลาได้เลย"
"ทั้งการบริการ วัตถุดิบ และรสชาติ ทิ้งห่างไปไกลเลย"
"ถ้าร้านหม้อไฟเหอหลี่เหลาเปิดสาขาที่นี่ รับรองว่าไม่มีใครสู้ได้แน่นอน"
หลิวเกาต้าพูดด้วยความตื่นเต้น
ถ้าร้านหม้อไฟเปิดสาขาที่นี่ นั่นก็หมายความว่าเขาจะได้กินของดีอีกแล้ว!
ขอยืนยันว่าไม่ใช่เพราะได้กินฟรี แต่เพราะรสชาติหม้อไฟเหอหลี่เหลานั้นสุดยอดจริงๆ
เมื่อพนักงานคนอื่นๆ ในห้อง ได้ยินว่าจะมีธุรกิจใหม่ ต่างก็แววตาเปล่งประกาย
ธุรกิจใหม่ก็หมายถึงโอกาสจะได้ขึ้นเงินเดือน และมีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของบริษัท
ถ้าเช่นนั้น พวกเขาก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้ก่อตั้งรุ่นแรกของบริษัท
เฉียนจื้อหยงส่ายหน้า "ไม่ใช่ร้านหม้อไฟ ไม่ใช่ซูเปอร์มาร์เก็ต และก็ไม่ใช่อะไรเกี่ยวกับของกินด้วย"
หลิวเกาต้าชอบกิน เลยคิดถึงแต่เรื่องนี้ เฉียนจื้อหยงไม่แปลกใจเท่าไหร่
"แล้วมันคืออะไรล่ะ?" หลิวเกาต้าถามด้วยความอยากรู้
เฉียนจื้อหยงยิ้ม "ฉันคิดจะเปิดบริษัทเกมขนาดใหญ่"
"ห๊า?" หลิวเกาต้าถึงกับอุทาน "เปลี่ยนสายขนาดนั้นเลย?"
"นายทำธุรกิจสายค้าขายอย่างจริงจังมาตลอด แล้วตอนนี้จะหันไปทำธุรกิจสายเทคโนโลยีแล้วเหรอ?"
เฉียนจื้อหยงพยักหน้า
หลิวเกาต้าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม "จื้อหยง ให้ฉันบริหารบริษัทเกมเถอะนะ"
"ฉันอาจจะไม่รู้เรื่องธุรกิจชานมมากนัก แต่เรื่องเกม ฉันรู้ลึกรู้จริงแน่นอน"
"ด้วยความสามารถของฉัน บวกกับเงินทุนของนาย ฉันจะนำทีมสร้างเกมที่ทำให้โลกทั้งใบต้องตะลึงให้ได้"
เฉียนจื้อหยงรีบส่ายหัวทันที "ไม่ได้หรอก บริษัทเกมฉันจะบริหารเอง"
"เมื่อเทียบกันแล้ว ร้านชานมต่างหากคือธุรกิจหลักของกลุ่มเฟยหวง"
"นายก็ดูจากเม็ดเงินที่ฉันทุ่มลงไปสิ ยังมองไม่ออกอีกเหรอว่าฉันให้ความสำคัญกับร้านชานมมากแค่ไหน?"
"ทั้งกลุ่มเฟยหวง มีเพียงนายเท่านั้น ที่ฉันเชื่อใจ"
เขาพูดจริงๆ เพราะนอกจากหลิวเกาต้าแล้ว เขาไม่กล้าเชื่อใจใครเลย
ก็เพราะในบรรดาพนักงานทั้งหมด หลิวเกาต้านี่แหละ คือคนที่ "ไร้ความสามารถมากที่สุด"
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]