เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110: ประตูสวรรค์ (ฟรี)

บทที่ 110: ประตูสวรรค์ (ฟรี)

บทที่ 110: ประตูสวรรค์ (ฟรี)


เฉียนจื้อหยงคิดในใจว่า "ไม่อยากขายจริงเหรอ?"

"ราคาตารางเมตรละ 8,700 แพงขนาดนี้ อยากขายแต่ขายไม่ออกมากกว่ามั้ง?"

ตอนนี้ราคาบ้านในเมืองฮั่นเฉิงไม่ได้สูงเท่าไหร่ อสังหาริมทรัพย์ทั่วไปราคาเฉลี่ยอยู่ราวๆ 5,000 ต่อตารางเมตร

เพราะโครงการขุนคีรีธาราอยู่ติดทะเลสาบ และยังตกแต่งพร้อมอยู่ ราคาจึงแพงกว่าที่อื่น

เมื่อครู่ตอนต่อรองกับพนักงานขาย นอกจากกดราคาลงมาได้เยอะแล้ว ยังแถมที่จอดรถหนึ่งช่อง และยกเว้นภาษีที่ดินอีกด้วย

เฉียนจื้อหยงมองสนามหญ้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาด้วยความอิจฉา "บริษัทนั้นน่าทึ่งมาก ขาดทุนไปตั้งหลายล้านล้าน ถ้าผมมีความสามารถแบบนั้นบ้างก็ดี…"

จินตั้วหลายหัวเราะ "คุณเฉียนเป็นคนตลกดีนะครับ"

"ทั้งเมืองฮั่นเฉิงใครจะไม่รู้ว่าคุณเฉียนเก่งขนาดไหน? ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ"

"และชื่อเสียงของซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงก็ดีมาก ครองใจลูกค้าได้อีกยาวแน่นอน"

ถ้าเป็นคนอื่นมาซื้อบ้านที่นี่ เขาจะให้ลดสองแสนเหมือนเฉียนจื้อหยง?

ฝันไปเถอะ!

เพราะชื่อเสียงของเฉียนจื้อหยงดีมาก

แค่เอาเรื่องที่เฉียนจื้อมาซื้อบ้านที่นี่ไปโปรโมตสักหน่อย ห้องที่นี่ต้องขายได้ดีกว่าเดิมมากแน่นอน

เฉียนจื้อหยงเดินออกไปตรงหน้าประตูใหญ่บานนั้น

เขาเงยหน้ามองขึ้นไป ประตูนี้สูงมากจริงๆ ยิ่งใหญ่ตระการตา จนเฉียนจื้อหยงเงยหน้ามองอยู่นานแล้วเริ่มมึนหัวเล็กน้อย

ประตูอลังการขนาดนี้ ดันมีแค่ "ประตู" อย่างเดียว

เมื่อมองเข้าไปภายใน มีแต่หญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด กับหลุมบ่อเป็นหย่อมๆ

เฉียนจื้อหยงเห็นชายวัยกลางคนสองคน สีหน้าบึ้งตึง เดินวนอยู่แถวนั้น

เฉียนจื้อหยงเดินเข้าไปหา "สวัสดีครับ พวกคุณมาเดินเล่นกันเหรอ?"

ที่นี่โล่งมาก เหมาะแก่การเดินเล่น

เฉียนจื้อหยงคิดไว้แล้ว ว่าต่อไปหลังกินข้าวเสร็จ ก็จะมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ช่วยย่อย

"เปล่าหรอก เรามาหาอะไรกิน" ชายวัยกลางคนที่ดูอายุมากกว่าพูดขึ้น

เห็นได้ชัดว่าใบหน้าอีกฝ่ายผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เสื้อผ้าก็เปื้อนฝุ่นไปทั้งตัว

"หาอะไรกิน?" เฉียนจื้อหยงมองซ้ายมองขวา "ที่นี่นอกจากหญ้าก็มีแต่หญ้า จะกินอะไรได้?"

ชายกลางคนยิ้มขมขื่น "จะกินอะไรได้อีกล่ะ ก็กินลมชมวิวน่ะสิ"

"ซื้อบ้านที่นี่ไว้ ห้าปีแล้ว ได้มาแค่ประตูบานเดียว"

"ทุกเดือนยังต้องผ่อน บ้านก็ยังเข้าอยู่ไม่ได้ ต้องเช่าห้องอยู่ไปก่อน เฮ้อ…"

เมื่อพูดถึงเรื่องบ้าน สีหน้าชายกลางคนก็หม่นลง

เฉียนจื้อหยงไม่รู้จะปลอบยังไง "คุณซื้อบ้านที่นี่เหรอครับ?"

"กว่าหมู่บ้านจัดสรรจะสร้างเสร็จ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามสี่ปีใช่ไหม?"

แม้เฉียนจื้อหยงจะไม่ค่อยเข้าใจวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็พอพื้นฐานก็พอมีอยู่บ้าง

โครงการหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มสร้างจนแล้วเสร็จ อาจต้องใช้เวลาสามปี บางทีห้าถึงสิบปีก็มี

อีกฝ่ายซื้อบ้านที่นี่ ยังไม่ได้ลงเสาเข็มด้วยซ้ำ ถ้าอยากจะย้ายเข้าอยู่ อย่างน้อยก็ต้องรอสามปี

ได้ยินดังนั้น ชายกลางคนก็ถอนหายใจยาว "เป็นเพราะไอ้ผู้พัฒนาโครงการสารเลวนั่น…"

"ป่านนี้เสาเข็มยังไม่ลง ใครจะไปรู้ว่าจะเริ่มสร้างตอนไหน?"

"มีแนวโน้มว่าพวกมันไม่เคยคิดจะสร้างบ้านให้เราเลยด้วยซ้ำ มันตั้งใจมาหลอกเอาเงินเราตั้งแต่แรก"

"พวกเราวิ่งเต้นกันมาหลายที่แล้ว ยังเอาผิดผู้พัฒนาไม่ได้เลย"

"ติดต่อไปก็พูดแต่คำตอบเดิมๆ ‘อยู่ในแผนงานแล้ว อีกไม่นานจะเริ่มสร้าง’"

"จะจ้างทนายก็ไม่ช่วยอะไร คดีก็แทบไม่มีโอกาสชนะ"

"ถึงชนะขึ้นมาจริงๆ พอพวกมันพูดว่า ‘ตอนนี้ไม่มีเงิน’ เราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี"

เมื่อได้ฟังคำระบายของชายกลางคนแล้ว เฉียนจื้อหยงก็อินจนโกรธ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากด่าตามไปด้วยไม่กี่คำ

นาทีนี้คำปลอบใจแบบไหนก็ไร้ความหมาย

สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคือ "บ้าน"

จ่ายเงินครบตามกำหนดแล้ว แต่ถึงเวลาไม่ยอมส่งมอบบ้านให้ ที่แย่ยิ่งกว่าคือแม้แต่เสาเข็มก็ยังไม่ลงด้วยซ้ำ

ทำไมถึงเอาผิดผู้พัฒนาข้อหาฉ้อโกงไม่ได้ล่ะ?

เฮ้อ…

เฉียนจื้อหยงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เรื่องของชายกลางคนทำให้ความสุขจากการซื้อบ้านเมื่อครู่ของเฉียนจื้อหยงหายวับไป กลายเป็นความหนักอึ้งแทน

เขามีบ้านแล้ว และเป็นคอนโดหรูทั้งชั้น

แต่ยังมีคนอีกมากที่จ่ายเงินแล้ว กลับไม่ได้อะไรเลยแม้แต่เส้นขน

"ถ้าสักวันฉันมีความสามารถพอ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพวกเขา"

ระหว่างขับรถกลับ แม้จะนั่งอยู่ในรถหรู แต่อารมณ์ของเฉียนจื้อหยงก็ไม่ค่อยดีนัก

เย่เสี่ยวฉินคอยปลอบใจอยู่ข้างๆ "บอสคะ โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ พวกนายทุนคอยเอาเปรียบชาวบ้านอยู่เสมอ"

"พวกนั้นศึกษากฎหมายอย่างละเอียดและลึกซึ้ง จากนั้นก็หาสารพัดวิธีอาศัยช่องโหว่หลอกคนเพื่อเงิน"

"ไม่ว่าทำงานสายไหน ก็ต้องเจอพวกน่าขยะแขยงแบบนี้ทั้งนั้น"

เย่เสี่ยวฉินเล่าประสบการณ์ที่เธอเคยพบเจอให้เฉียนจื้อหยงฟัง

เล่าไปเล่ามา ก็พูดถึงเจ้านายเก่าที่บริษัทก่อนหน้า ว่ากดขี่ลูกน้องยังไง

แล้วยังเล่าต่อถึงเรื่องชวนปวดหัวที่เกิดกับเพื่อนร่วมรุ่นของเธออีกหลายเรื่อง

ทั้งสองคุยกันตลอดทาง ไม่นานก็ถึงบริษัท

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน ก็พบว่าหลี่เหลียนรออยู่ก่อนแล้ว

"คุณเฉียน" เมื่อเห็นเฉียนจื้อหยงกลับมา หลี่เหลียนรีบลุกขึ้นยืน

เย่เสี่ยวฉินชงชาให้ทั้งสอง

เฉียนจื้อหยงยิ้ม "นั่งก่อนครับ"

แต่หลี่เหลียนไม่ได้นั่ง เขาหยิบสมุดบัญชีขึ้นมา อยากรายงานสถานการณ์ของซูเปอร์มาร์เก็ตกับร้านหม้อไฟให้เจ้านายฟัง

เฉียนจื้อหยงรีบโบกมือห้าม "เอาไว้ทีหลังเถอะ ช่วงนี้มีเรื่องใหญ่บ้างไหม?"

หลี่เหลียนส่ายหัว

เฉียนจื้อหยงจึงพูดว่า "หากไม่มีเรื่องใหญ่ เรื่องอื่นๆ คุณตัดสินใจเองได้เลย"

"นิสัยของผม คุณก็รู้ดี"

"ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงมีคุณดูแลมาตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม คุณเป็นคนชี้ขาดได้เลย"

"ผมดูแค่วิสัยทัศน์และทิศทางเดินก็พอ"

"ดังนั้นเรื่องของซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้องรายงานผม คุณจัดการเองได้เลย"

เฉียนจื้อหยงรู้ดีว่าตอนนี้หลี่เหลียนตั้งใจจะรายงานว่าระยะนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตทำกำไรไปเท่าไหร่แล้ว

เฉียนจื้อหยงไม่อยากฟัง

แต่ถ้าหลี่เหลียนรายงานว่าซูเปอร์มาร์เก็ตขาดทุนเท่าไหร่ เขาจะยินดีรับฟังอย่างยิ่ง

นั่งฟังข้ามวันข้ามคืนก็ยังไหว

เมื่อได้ยินว่าเรื่องทั้งหมดของซูเปอร์มาร์เก็ตให้เขาเป็นคนตัดสินใจ หลี่เหลียนรู้สึกซาบซึ้งใจ

เขาเคยเป็นเจ้าของกิจการ เขารู้ดีว่าไม่มีวันไว้ใจลูกน้องได้ทั้งหมด

ตอนทำบริษัทเอง เขาเป็นห่วงทุกเรื่อง

เจ้านายไว้ใจเขามากขนาดไหนกันนะ?

ห่างหายไปตั้งนาน กลับมาก็ยังไม่ถามไถ่เรื่องซูเปอร์มาร์เก็ตเลยสักคำ

"ผมจะทำอย่างเต็มที่ ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไป"

"แต่เรื่องหยุดยาวช่วงตรุษจีนกับโบนัสปลายปี…"

ยังไม่ทันพูดจบ เฉียนจื้อหยงก็รีบยกมือห้าม "พอ!"

"เรื่องหยุดตรุษจีนตกลงกันไว้แล้ว"

"ถ้าคิดว่าสองสามวันไม่พอ อยากขยายเพิ่มอีกหน่อย ถ้าแบบนี้คุยได้"

"นอกเหนือจากนี้ไม่ต้องพูดแล้ว เสียเวลา"

หลี่เหลียนรีบเงียบปากทันที เขาอยากให้เฉียนจื้อหยงเปลี่ยนใจ ไม่หยุดยาวช่วงตรุษจีน

แต่ถ้าดึงดันจะคุยให้ได้ แล้วกลายเป็นว่าต้องหยุดยาวกว่าเดิมล่ะก็… จบกัน!

เฉียนจื้อหยงดูเผินๆ ใจดี สุภาพอ่อนโยนกับทุกคน แต่บางครั้งนิสัยก็ประหลาดอยู่เหมือนกัน

เมื่อเขา "ปักธง" แล้ว ต่อให้เอาช้างสิบตัวมาฉุดก็รั้งไม่อยู่!

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

จบบทที่ บทที่ 110: ประตูสวรรค์ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว