- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 90: ตัวไหนร่วงก็ลงทุนตัวนั้น (ฟรี)
บทที่ 90: ตัวไหนร่วงก็ลงทุนตัวนั้น (ฟรี)
บทที่ 90: ตัวไหนร่วงก็ลงทุนตัวนั้น (ฟรี)
ด้านข้าง หลี่หยวนเว่ยพูดขึ้นว่า "คุณเฉียนครับ เงิน 200 ล้านลงในตลาดหุ้นในประเทศได้ แต่มีเพียงหุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวเท่านั้นที่รับไหว"
เฉียนจื้อหยงทำหน้างงๆ เขาไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อน เลยไม่ค่อยเข้าใจนัก
เสิ่นโหย่วอันอธิบาย "หุ้นบางตัว ยอดซื้อขายทั้งวันยังไม่ถึง 200 ล้าน ถ้าคุณใส่เงินขนาดนั้นลงไป ต่อให้ขายก็ไม่มีคนรับซื้อ"
"พูดง่ายๆ คือมันจะกลายเป็นคุณซื้อขายกับตัวเอง แบบนั้นมันเล่นไม่ได้หรอก"
เฉียนจื้อหยงพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นเขาถาม "งั้นมีหุ้นตัวไหนบ้าง ที่ผมลง 200 ล้านได้?"
หลี่หยวนเว่ยแนะนำ "มีหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร แล้วก็กลุ่มวัตถุดิบครับ"
เฉียนจื้อหยงถามต่อ "ช่วยอธิบายสักหน่อยได้ไหม?"
หลี่หยวนเว่ยพูดอย่างมืออาชีพ "หุ้นพลังงานช่วงนี้กำลังมาแรง ความนิยมสูง น่าจะทำกำไรได้"
"หุ้นธนาคารเหมาะแก่การลงทุนระยะยาว ซื้อแล้วถือไว้ รอรับเงินปันผลทุกปี"
"หากหวังทำกำไรจากหุ้นธนาคาร มันช้าไปหน่อย แต่ก็แทบไม่ขาดทุน"
"ถ้าอยากเล่นแบบเสี่ยงต่ำก็เลือกหุ้นธนาคาร กำไรน้อยแต่มั่นคง"
"แต่ถ้าอยากทำกำไรไวๆ ก็ต้องเลือกหุ้นพลังงาน เพียงแต่มันมีความเสี่ยงสูง"
เฉียนจื้อหยงอ้าปากค้าง เขาอยากถามตรงๆ ว่า "แล้วหุ้นตัวไหนขาดทุน?" แต่ก็รู้ว่าไม่ควรพูดออกมา จึงต้องกลืนคำนั้นลงคอ
หุ้นธนาคาร?
ความเสี่ยงต่ำ มั่นคง แบบนั้นกว่าจะรอให้มันขาดทุนก็ไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไหร่
หุ้นพลังงาน?
ถ้าเขาอยากกำไร เขาคงเลือกแบบไม่ลังเลแล้ว
แต่เขาอยากเสียเงิน!
เฮ้อ! หลี่หยวนเว่ยทำไมไม่แนะนำหุ้นที่มีแต่ร่วงให้ฉันบ้างนะ?
เฉียนจื้อหยงไล่สายตาไปบนโปรแกรมหุ้นในจอ คลิกมั่วๆ อยู่พักใหญ่ จู่ๆ ก็มองเห็นหุ้นตัวหนึ่งที่มีแนวโน้มดิ่งลงแรง
ดวงตาเขาเป็นประกายทันที
นี่แหละหุ้นในฝันของเขา!
มันร่วงจนไม่อยากจะลุกขึ้นแล้วจริงๆ!
"นี่คือหุ้นกลุ่มเหล้าขาว ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมมันซบเซามาก ตกลงไม่หยุด ไม่ควรเข้าไปยุ่งครับ" หลี่หยวนเว่ยรีบเตือน
เฉียนจื้อหยงถามทันที "แล้วมันมีสภาพคล่องสูงไหม? เงิน 200 ล้านของผมใส่เข้าไปได้รึเปล่า?"
หลี่หยวนเว่ยลูบหัว "หุ้นตัวนี้ใหญ่พอครับ ไม่ใช่แค่ 200 ล้าน พันล้านก็ใส่ได้สบาย"
เฉียนจื้อหยงดีใจทันที "งั้นก็ตัวนี้แหละ ช่วยลงให้หมดเลย"
"เฮ้ย! อย่านะ!" ทุกคนรีบห้าม
เสิ่นโหย่วอันพูดขึ้น "คุณเฉียน เขาก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"หุ้นตัวนี้มีปัญหา ลงไปก็มีแต่ขาดทุน"
เฉินจิ่งฝูก็รีบเกลี้ยกล่อม "หลี่หยวนเว่ยเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ การวิเคราะห์มีมาตรฐานและแม่นยำอยู่นะ"
"เพื่อความปลอดภัย ถ้าอยากซื้อจริงๆ ก็ลงนิดหน่อยพอ อย่าใส่เต็ม 200 ล้านเลย"
ระหว่างนั้น เสี่ยวหยูก็เดินเข้ามาพร้อมถาดผลไม้
เมื่อเห็นทุกคนกำลังห้ามปรามเฉียนจื้อหยง เธอไม่ได้ถามอะไร เพียงแต่ยืนมองหน้าจอด้วยความสงสัย
เฉียนจื้อหยงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าลงหุ้นเหล้าขาวต้องขาดทุนแน่นอน
แนวโน้มเป็นขาลงชัดเจน และทุกคนต่างก็บอกว่ามันจะขาดทุน แบบนี้ก็ยิ่งต้องใส่แบบไม่ลังเล!
เฉียนจื้อหยงตบโต๊ะดังปั้ง! "เอาหุ้นเหล้าขาวนี่แหละ"
"คุณหลี่ ลงให้ผม 200 ล้านเลย"
เมื่อห้ามไม่อยู่ ทุกคนก็หันมามองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา
หลิวเกาต้ากลับเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น "จื้อหยง ฉันเชื่อนาย!"
"ฉันมีอยู่ 1 ล้าน จะลงตามนายด้วย"
นี่เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของหลิวเกาต้า
เพราะเขารู้ดีว่าเขามีชีวิตแบบนี้ได้ก็เพราะเฉียนจื้อหยง
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉียนจื้อหยง เขาคงต้องไปทำงานรายวันใช้ชีวิตหิวโหยอดอยากไม่มีจะกิน
ตอนนี้เฉียนจื้อหยงแต่งตั้งให้เขาเป็นซีอีโอร้านชานมปิงมี่ นี่มันคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก
เมื่อไม่มีใครสนับสนุนจื้อหยง เขาจะต้องยืนเคียงข้างเพื่อน!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเชื่อมั่นว่าเฉียนจื้อหยงเก่งจริงๆ
ไม่ว่าจะโจวไคเทียน หรือหลี่เหลียน ต่างก็ยกย่องเฉียนจื้อหยง
แม้แต่เฉินจิ่งฝูและเสิ่นโหย่วอัน ยังพูดถึงเขาอยู่เสมอ
ถึงตัวเองจะไม่มีความสามารถ ก็ไม่เป็นไร แค่ได้เดินตามคนที่เก่งก็พอแล้ว
ครั้งนี้ เขาอยากยืนเคียงข้างจื้อหยงแม้การเล่นหุ้นจะเสี่ยงก็ตาม!
เมื่อมีหลิวเกาต้านำร่อง เฉินจิ่งฝูก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "งั้นผมจะลงด้วยสักหน่อย สัก 10 ล้านก็พอ"
"ใส่เลเวอเรจสิบเท่า เป็น 100 ล้าน ลงไปกับหุ้นเหล้าขาวเหมือนกัน"
เรื่องหุ้น ใครก็ไม่อาจทำนายได้ เขาก็ไม่ค่อยได้กำไรจากหุ้นเหมือนกัน
ในเมื่อเฉียนจื้อหยงยืนกรานขนาดนี้ เขาก็ลงเล่นด้วยสักเล็กน้อยก็แล้วกัน
ถึงจะขาดทุนหมด อย่างมากก็เสีย 10 ล้าน ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
บางครั้งเขาเองก็ชอบเสี่ยงเหมือนกัน แต่ก็จะระวังตัวไม่เล่นให้หนักจนเกินไป
เมื่อได้ยินทั้งสองคนอยากลงทุนตาม เฉียนจื้อหยงก็รีบส่ายหัว "อย่าเลยครับ ผมไม่รู้เรื่องหุ้นเลย ที่เลือกเหล้าขาวนี่ก็แค่สุ่มๆ เอา"
"ผมแค่รู้สึกว่าเส้นกราฟมันสวย ดูแล้วเข้าตา เลยเลือก"
กราฟที่ร่วงยาวเป็นเส้นตรงแบบนี้ สำหรับเฉียนจื้อหยงคือ "เส้นกราฟที่สวยที่สุด"
ถ้าซื้อแล้วมันร่วงลงไปอีก นั่นยิ่งสวยเข้าไปใหญ่
เขาบอกความจริงไม่ได้ว่าที่เลือกเพราะอยากขาดทุน
เขาไม่อยากลากคนที่จริงใจกับเขาไปขาดทุนด้วยกัน
"จื้อหยง ฉันเชื่อนายจริงๆ" หลิวเกาต้ามองเขาด้วยสายตาซื่อสัตย์จริงจัง
เฉียนจื้อหยงโมโห ตบโต๊ะอีกปั้ง! "ว่าแต่… เกาต้า ฉันส่งนายไปเมืองเซินเฉิงแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ทำไมวันนี้ถึงได้กลับมาล่ะ?"
เมื่อกี้มัวแต่สนใจเรื่องหุ้นจนลืมไปเลย วันนั้นเขาเป็นคนซื้อตั๋วเครื่องบินให้หลิวเกาต้าด้วยตัวเองด้วยซ้ำ!
แล้วอีกฝ่ายกลับมาได้ยังไง?
ฉันกำลังจะเสียเงินอยู่แล้ว… เกาต้า นายจะมายุ่งอะไรด้วยเนี่ย?
เลี้ยงสาวแฝดสี่ยังเสียเงินไม่พอหรือไง?
ผ่อนรถสปอร์ตยังเสียเงินไม่พอหรือไง?
เงินที่ฉันต้องเสีย มันเป็นเงินของระบบ
แต่เงินที่นายจะเสีย มันเป็นเงินของนายเองทั้งนั้น!
เมื่อได้ยินคำถามว่า "ทำไมถึงกลับมา" หลิวเกาต้าก็ตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ "ก็วันนี้วันหยุดของฉัน"
"หนึ่งสัปดาห์ได้หยุดสองวัน นี่ก็กฎที่นายเป็นคนตั้งเองนี่นา"
"นายบอกชัดเจนเลยว่า ‘ห้ามทำงโอทีเด็ดขาด’ ฉันก็เลยทำตามกฎของนายอย่างเคร่งครัด"
เฉียนจื้อหยงอึ้ง พูดไม่ออก
ใช่… นี่เป็นกฎที่เขาเป็นคนตั้งเองจริงๆ
เขาไม่อยากให้พนักงานช่วยหาเงินให้เขา ก็เลยออกกฎบังคับว่าห้ามทำโอทีโดยเด็ดขาด
และยังมีกฎอีกข้อ ไม่ว่าพนักงานจะลาออกเองหรือถูกไล่ออก ต้องได้รับเงินชดเชยแบบ n+1 เสมอ
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้บริษัทขาดทุน เขาถึงได้ตั้งกฎแบบนั้นขึ้นมา
เมื่อคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ได้ยินก็หันไปมองหน้ากันทันที
โอ้โห… เพิ่งได้ตำแหน่งซีอีโอแล้วก็ได้วันหยุดเลยได้เนี่ยนะ?
พวกเราได้หูฝาดไปหรือเปล่า?
ถึงจะไม่ทำงานแบบ 007 (เช้าจนดึกทั้งสัปดาห์) อย่างน้อยๆ ก็น่าจะ 996 (เช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์) ใช่ไหม?
อย่างน้อยในช่วงเริ่มต้นของร้านชานมปิงมี่ ก็น่าจะทุ่มเวลาให้มากกว่านี้สิ
มีซีอีโอหน้าไหนที่ธุรกิจเพิ่งตั้งไข่ แต่ทำงานแค่วันละหกชั่วโมง และยังได้หยุดเสาร์-อาทิตย์?
เฉินจิ่งฝูกับเสิ่นโหย่วอันต่างก็แอบส่ายหัวไปพร้อมกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เพราะสิทธิ์ในการบริหารและควบคุมร้านชานมปิงมี่อยู่ในมือของเฉียนจื้อหยงแต่เพียงผู้เดียว เขามีอำนาจเต็มที่
ส่วนพวกเขาสองคนเป็นแค่นักลงทุน จะไปแทรกแซงไม่ได้
ในการทำธุรกิจ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ "คณะกรรมการที่ชอบแทรกแซง"
ดังนั้น เรื่องการแต่งตั้งบุคลากรในร้านชานม พวกเขาทำได้แค่เสนอความคิดเห็นให้เฉียนจื้อหยง แต่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนอย่างเด็ดขาด
……….
เลเวอเรจ = การกู้เงินมาเสริมทุน เพื่อให้เราเล่นด้วยเงินที่มากกว่าที่มีอยู่จริง (กู้มาจากโบรกเกอร์หรือระบบ)
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]