- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 80: มักจะมีไพร่คิดปองร้ายจักรพรรดิ (ฟรี)
บทที่ 80: มักจะมีไพร่คิดปองร้ายจักรพรรดิ (ฟรี)
บทที่ 80: มักจะมีไพร่คิดปองร้ายจักรพรรดิ (ฟรี)
หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมต้องไปทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ขันน็อตอยู่ถึงสองปีเต็ม
สองปีที่ต้องสลับกะกลางวันกลางคืน ขันน็อตทั้งวันทั้งคืน จนผมลืมวันลืมคืนไปหมดแล้ว
ถ้าไม่เคยทำงานกะกลางคืนในโรงงานติดต่อกันสักเดือน ก็คงไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกนั้น
ผมตัดสินใจลาออกจากโรงงาน ก็เพราะโดนบังคับให้ทำกะกลางคืนติดต่อกันสองเดือนเต็ม จนสภาพจิตใจผมเกือบแย่
พอฟ้ามืดก็เข้าโรงงาน พอพระอาทิตย์ขึ้นถึงได้เลิกงาน เป็นแบบนี้ทุกวัน
หลังจากทำกะกลางคืนสองเดือนติดกัน มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากสังคมทั้งโลก รู้สึกอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า รู้สึกเหมือนโลกนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวผมอีกแล้ว
เห็นคนอื่นได้ออกมาเห็นแสงอาทิตย์ ผมก็รู้สึกอิจฉา
ไม่ว่าจะทำกะกลางวันหรือกลางคืน ผมก็แทบไม่มีโอกาสได้เจอพระอาทิตย์เลย
ครั้งหนึ่งผมตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า สุดท้ายจึงลาออกจากโรงงาน แล้วกลับบ้านเกิด
แต่เศรษฐกิจในเมืองฮั่นเฉิงไม่ค่อยดี ที่นี่รายได้เฉลี่ยยังไม่ถึง 3,000 ด้วยซ้ำ
พอกลับมา ผมก็หางานอย่างหนัก แต่ทุกงานที่ทำวันละ 8 ชั่วโมง ค่าแรงไม่เคยเกิน 4,000 เลย
ถ้าอยากได้เงิน 4,000 ต้องทำงานวันละสิบชั่วโมงขึ้นไป และเป็นงานใช้แรงทั้งหมด
ผมถึงกับเริ่มสงสัยในตัวเอง
สิบปีที่กัดฟันเรียนหนังสือมา สุดท้ายก็มาได้แค่นี้เหรอ?
โชคดีที่ผมมีวาสนา ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงเปิดรับสมัคร ผมลองสมัครดู แล้วก็ได้เข้ามาทำงานที่นี่
ที่ทำงานวันละแค่หกชั่วโมง เงินเดือน 6,000
ต่อมาเพิ่มเป็น 8,000 แล้วก็ค่อยๆ ขึ้นเป็น 10,000 และยังได้รับส่วนแบ่งกำไรอีกด้วย
ผมทำงานได้เพียงห้าเดือน รวมโบนัสกับปันผลแล้ว ได้มา 70,000 กว่าหยวน
เมื่อรู้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดรับญาติพนักงานเข้ามาทำงานได้ ผมไม่ลังเลเลย รีบดึงพ่อแม่เข้ามาทำงานด้วยกันทันที
ตอนนี้พวกเราสามคน พ่อแม่ลูก มีรายได้รวมเดือนละ 30,000
สมัยก่อนตอนอยู่เมืองเซินเฉิง ผมทำงานกะกลางคืน หนึ่งเดือนหยุดได้แค่สองวัน ได้เงินแค่ 6,000
แม่ผมทำงานรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ หนึ่งเดือนได้ 1,800
พ่อทำเกษตร รายได้ทั้งปีรวมกันไม่ถึง 20,000
แต่ตอนนี้ ครอบครัวเรามีรายได้เดือนละ 30,000
งานปัจจุบันเพียงแค่สามเดือน ก็เท่ากับรายได้ห้าเดือนของเมื่อก่อนแล้ว
ที่สำคัญ เมืองฮั่นเฉิงค่าครองชีพต่ำกว่าเมืองเซินเฉิงมาก
ด้วยรายได้แบบนี้ สิ้นปีเราสามารถซื้อบ้านใหม่ในเมืองฮั่นเฉิงได้แน่นอน และจ่ายเป็นเงินสดด้วย
นี่คือสิ่งที่ผมไม่เคยกล้าฝันมาก่อน
เมื่อก่อน พ่อแม่แทบไม่เคยยิ้มเลย เพราะชีวิตตึงเครียดเกินไป ไม่กล้าเจ็บป่วย ไม่กล้าซื้อเสื้อผ้า ไม่มีความบันเทิงใดๆ
ทั้งหมดก็เพื่อเก็บเงินไว้ให้ผมแต่งงาน
ตอนนี้สินสอดในเมืองฮั่นเฉิงสูงถึง 150,000 และฝ่ายหญิงยังต้องการทั้งบ้านและรถด้วย
เงื่อนไขพวกนี้กดทับจนพวกเขาแทบหายใจไม่ออก
รอยยิ้มจึงหายไปจากใบหน้า ทุกวันมีแต่ความทุกข์ใจ
แต่ทั้งหมดนั้นเปลี่ยนไปสิ้นเชิง นับตั้งแต่ผมได้ทำงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง
หนึ่งเดือนพวกเรามีรายได้ 30,000 เหลือเป็นเงินเก็บ 28,000
และบริษัทยังมีประกันสังคมและกองทุน ทำให้อนาคตไม่ต้องห่วงเลย
เรียกได้ว่าชีวิตกำลังไปได้ดี
ก่อนเข้าทำงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง เวลาใครมาแนะนำคู่ให้ผม ฝ่ายหญิงล้วนเรียกค่าสินสอด 150,000
แต่เมื่อได้เข้ามาทำงานที่นี่ ผมกลับพบว่าตัวเองไม่ต้องพึ่งใครให้แนะนำฝ่ายหญิงให้อีกแล้ว
ตอนนี้มีสาวๆ หลายคนสนใจผม
บางคนถึงขั้นจะเป็นฝ่ายมาสู่ขอเอง ไม่เอาค่าสินสอด ไม่เอาบ้าน ไม่เอารถ
ที่ชีวิตพลิกผันมาได้ขนาดนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งต่อซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงสุดหัวใจ
ทุกครั้งที่มาทำงาน เหมือนได้มาพักผ่อน สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ความมั่นใจก็มากขึ้น เสียงที่พูดก็หนักแน่นกว่าเดิม
คนที่เคยดูถูกผม ตอนนี้ต่างก็ปฏิบัติกับผมอย่างสุภาพและมีมารยาท
แม้แต่เจอคนแปลกหน้าในเมืองฮั่นเฉิง แค่บอกว่าผมทำงานอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง ท่าทีของเขาก็จะเปลี่ยนเป็นดีขึ้นทันที
ช่วงพักกลางวันครึ่งชั่วโมงก็หมดลงแล้ว
ผมลูบท้องที่กินจนป่อง ตอนนี้ได้เวลาเริ่มทำงานช่วงบ่าย
ยังไม่ทันทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อาหารยังไม่ทันย่อย เวลาก็ผ่านไปสองชั่วโมง และวันนี้ก็จบลงแล้ว
พรุ่งนี้ผมได้หยุด
มีวันหยุดสองวันต่อสัปดาห์ ทำให้ชีวิตสุขสบายจริงๆ
และในวันหยุด ผมก็ยังมาทานข้าวที่ร้านอาหารได้ด้วย หรือจะไปกินหม้อไฟที่ร้านหม้อไฟเหอหลี่เหลาก็ได้
"ชวนหยู่เหยียนไปกินหม้อไฟด้วยกันดีกว่า" ผมคิดในใจ
หานหยู่เหยียนไม่ได้เป็นพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าจะพาเธอมากิน ผมต้องจ่ายครึ่งหนึ่ง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมอาจจะเสียดายเงิน แต่ตอนนี้ สำหรับผมแล้ว มันเป็นเรื่องง่าย
ตกค่ำ พอฟ้ามืด ผมก็มาถึงหน้าบ้านหานหยู่เหยียน
หลังจากโทรหาเธอ เธอก็ออกมาอย่างรวดเร็ว
เธอเปลี่ยนชุดใหม่ เป็นชุดกระโปรงขาวสะอาด ทำให้เธอดูสวยราวกับนางฟ้าในชุดสีขาว
"มือถือฉันแบตจะหมดแล้ว ที่บ้านนายมีสายชาร์จใช่ไหม?" หานหยู่เหยียนพูดพร้อมรอยยิ้ม
นี่หมายความว่า…
ถึงผมจะซื่อบื้อ แต่สุดท้ายก็เข้าใจ
เธอจะไปค้างคืนกับผมสินะ!
ดวงตาผมเปล่งประกาย ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
ขอบคุณซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง ที่ทำให้ผมสมหวังในความรัก และได้เป็นแฟนกับสาวสวยที่แอบชอบมาตั้งแต่มัธยม
……
อีกด้านหนึ่ง เฉียนจื้อหยงก็กลับมาถึงเมืองฮั่นเฉิง กลับสู่อ้อมกอดซูเปอร์มาร์เก็ตสุดที่รักของเขา
"ฉันจะไม่ไปเมืองเซินเฉิงอีกแล้ว ที่นั่นมีแต่คนมุ่งร้ายใส่ฉัน"
"พนักงานส่งอาหารก็ไม่มี จะสั่งอะไรกินก็ลำบาก"
เฉียนจื้อหยงมาถึงหน้าซูเปอร์มาร์เก็ต
ทันทีที่ก้าวเข้ามา พนักงานทั้งหลายก็ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น
เฉียนจื้อหยงพยักหน้าทักทายกับทุกคนไปตลอดทาง
เมื่อมาถึงห้องทำงาน เย่เสี่ยวฉินก็ชงชาไว้ให้เรียบร้อย
เขาเพิ่งจะหยิบมือถือออกมา เกมยังไม่ทันเริ่ม หลิวเกาต้าก็รีบวิ่งเข้ามา
"จื้อหยง ฉันมีข่าวดีจะบอก" หลิวเกาต้าพูดด้วยสีหน้าแสนตื่นเต้น
"หือ?" เฉียนจื้อหยงเงยหน้าด้วยความสงสัย "นายไม่ไปทำงานที่ร้านหม้อไฟเหรอ? มีข่าวดีอะไร?"
"หรือว่าสาวแฝดสี่ท้องแล้ว?"
"ไอ้บ้า! ไม่ใช่นะ!" หลิวเกาต้าส่ายหัว "ช่วงที่พวกนายไม่อยู่ เหลือฉันทำงานอยู่คนเดียว เหนื่อยแทบตายเลย"
เฉียนจื้อหยงกวาดตามองหลิวเกาต้าขึ้นๆ ลงๆ "ดูเหมือนนายจะอ้วนขึ้นไม่น้อยเลยนะ"
หลิวเกาต้าลูบพุงตัวเอง "พอกลับมาทำงานกับนาย ฉันอยู่ดีกินดี อ้วนขึ้นก็ไม่แปลก"
"แล้วข่าวดีที่ว่าล่ะ?" เฉียนจื้อหยงเปิดเกมเรียบร้อยแล้ว ถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
หลิวเกาต้ายิ้มเจ้าเล่ห์ "จื้อหยง ฉันทำเงินให้ซูเปอร์มาร์เก็ตได้ 15 ล้าน!"
"อะไรนะ?" เฉียนจื้อหยงตกใจจนลุกพรวดขึ้นมา "นายทำเงินให้ฉัน 15 ล้าน?"
"เดี๋ยวก่อน!"
เฉียนจื้อหยงยกมือห้ามไม่ให้หลิวเกาต้าพูดต่อ
เขาหันไปที่มือถือ ส่งข้อความด้วยเสียงว่า "เพื่อนๆ ขอโทษที เมียฉันจะคลอดแล้ว ตานี้ขอเกมเร็วได้ไหม?"
"รบกวนด้วยครับ"
เมื่อได้ยินว่าเมียเขากำลังจะคลอด เพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนก็ให้เกียรติอย่างมาก "โอเค งั้นเล่นเมจให้หมดเลย"
พูดจบ ทุกคนก็เลือกตัวละครสายเมจเหมือนกันหมด
"ขอบคุณมากนะครับ!" เฉียนจื้อหยงขอบคุณอีกครั้ง
เขาเงยหน้าขึ้น มองไปที่หลิวเกาต้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
"หลิวเกาต้า! นายเล่าให้ฉันฟังทีซิ ว่านายทำเงินให้ฉันได้ยังไง?" เฉียนจื้อหยงพูดช้าๆ เน้นชัดๆ ทุกคำ
หลิวเกาต้าคิดในใจว่าตัวเองทำเงินได้ตั้งสิบกว่าล้าน เฉียนจื้อหยงยอมเลิกเล่นเกมเพื่อมาเลี้ยงข้าวเขาแน่นอน
"ไปๆ ไปกินเหล้ากัน! พวกเราสองพี่น้องค่อยคุยกันตอนกิน" หลิวเกาต้าพูดอย่างอารมณ์ดี
"ใครเป็นพี่น้องกับนาย?" เฉียนจื้อหยงโกรธจนแทบระเบิด "ฉันเห็นนายเป็นพี่น้อง แต่นายกลับหักหลังฉันแบบนี้เนี่ยนะ?"
"นายรู้ไหมว่าที่ผ่านมา ฉันต้องใช้ชีวิตยังไงที่เมืองเซินเฉิง?"
"ฉันทำงานหนักจนเลือดตาแทบกระเด็น ทุกวัน…ทุกวัน…"
พูดไปพูดมา เฉียนจื้อหยงก็นึกขึ้นได้ว่าที่เมืองเซินเฉิง เขาแทบไม่ได้ทำอะไรจริงจังเลย
แค่รับสมัครพนักงานวันเดียว หลังจากนั้นก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในโรงแรม
อื้ม…ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำอะไรนะ แต่ที่เมืองเซินเฉิงมีแต่คนคิดร้ายต่อเขา ไปไหนมาไหนก็ได้ยินแต่คนพูดว่าจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
สรุปแล้วก็คือ เขาลำบากมาก!
แล้วหลิวเกาต้าล่ะ? ทำอะไร?
ไอ้หมอนี่สร้างปัญหาให้ฉันอีกแล้ว!
แม่งเอ๊ย!
เฉียนจื้อหยงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เตะก้นหลิวเกาต้าไปหนึ่งทีเต็มๆ
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]