- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 70: ติดอยู่ตรงกลาง (ฟรี)
บทที่ 70: ติดอยู่ตรงกลาง (ฟรี)
บทที่ 70: ติดอยู่ตรงกลาง (ฟรี)
เจ้าของร้านคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นว่า "อยากจะซื้อร้านของผมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้"
"ก้อนเดียวจบ ง่ายๆ กลมๆ 10 ล้าน!"
"พรวดดด……" จูต้าเฉียงถึงกับพ่นชานมออกมา
"เท่าไหร่นะ? 10 ล้าน?" หลี่เหลียนร้องเสียงหลง
ถึงที่นี่จะเป็นเมืองเซินเฉิง ที่ดินแพงมาก แต่ร้านตรงหน้ามีพื้นที่ไม่ถึงยี่สิบตารางเมตรด้วยซ้ำ
ยิ่งกว่านั้น พวกเขาไม่ได้ซื้อขาด แค่เซ้งต่อสัญญาเช่าเท่านั้น
ถึงราคาค่าเช่าร้านจะสูง แต่ก็คงไม่ถึง 500,000 ต่อตารางเมตร
คนๆ นี้อยากได้เงินจนเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า?
เย่เสี่ยวฉินถึงกับเอามือกุมอก พอได้ยินตัวเลข 10 ล้าน หัวสมองเธอก็อื้อไปหมด
เฉียนจื้อหยงขมวดคิ้ว
จริงๆ เขาต้องการขาดทุนอยู่แล้ว ยิ่งราคาแพงมากก็ยิ่งดี
เพียงแต่… ถ้าตอบตกลงมันรู้สึกเหมือนเขาเป็นไอ้โง่ที่ถูกหลอกยังไงก็ไม่รู้…
"รบกวนด้วยนะครับ" เฉียนจื้อหยงส่ายหัว แล้วตรงไปที่ร้านเสื้อผ้าข้างๆ ร้านชานมชิงเย่
ร้านนั้นมีพื้นที่ราวสามสิบตารางเมตร
"หนุ่มน้อย อย่าเพิ่งไปสิ ถ้าคิดว่าราคาสูงไป เราคุยราคากันได้นะ" เจ้าของร้านรีบร้อนขึ้นมา
นี่มันการเจรจาธุรกิจแบบไหนกัน?
เขาอุตส่าห์ตั้งราคาแบบเผื่อไว้ก่อน อีกฝ่ายก็น่าจะต่อรองกลับมาสิ
แต่ทำไมเดินหนีออกไปเฉยๆ เลย? อย่างน้อยก็ควรจะต่อราคาหน่อย
ตราบใดที่ไม่ต่ำเกิน เขาก็พร้อมจะตอบตกลง
ร้านชานมนี้ขาดทุนมาสักพักแล้ว เมื่อก่อนยังพอทำกำไรอยู่ แต่ตั้งแต่ร้านชานมชิงเย่มาเปิดใกล้ๆ กิจการก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ
เมื่อมีคนอยากมารับช่วงต่อ เขาก็อยากขายอยู่แล้ว เพียงแต่ขอเล่นตัวเรียกราคาสักหน่อยไม่ได้หรือไง?
แต่เฉียนจื้อหยงไม่สนใจเขาเลย เดินตรงเข้าไปในร้านเสื้อผ้า เจอหญิงวัยกลางคนอยู่ จึงยกมือไหว้อย่างสุภาพ
"ผมอยากจะเซ้งร้านนี้ ไม่ทราบว่าเจ้าของร้านอยู่หรือเปล่าครับ?"
หญิงคนนั้นยิ้มตอบ "ฉันนี่แหละเจ้าของร้าน แต่ฉันไม่คิดจะเซ้งร้านนี้หรอกนะ"
เฉียนจื้อหยงยิ้มตอบ "ผมชอบร้านนี้มาก ผมยินดีจ่าย 2 ล้าน"
"เท่าไหร่นะคะ?" หญิงคนนั้นไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"2! ล้าน!" เฉียนจื้อหยงย้ำชัดๆ
"เซ้งสิ! แน่นอนว่าเซ้งอยู่แล้ว!" หญิงคนนั้นไม่ลังเลเลย รีบตอบรับด้วยความตื่นเต้น
เฉียนจื้อหยงหันไปบอกจูต้าเฉียง "โอนเงินไปเลย"
จูต้าเฉียงก้มมากระซิบ "บอสครับ ผมว่าแค่ 1.5 ล้าน ก็น่าจะเซ้งได้แล้วนะ"
เฉียนจื้อหยงส่ายหัว "ผมรู้ว่ามันคุ้ม"
"ถ้ามันคุ้ม ผมก็จะซื้อด้วยราคานี้"
"เฉียนจื้อหยงไม่เคยซื้อของถูกๆ … และก็ไม่ชอบเอาเปรียบใครด้วย"
(เขาแอบต่อท้ายในใจ: แน่นอน … ไม่ชอบซื้อของถูกแค่ตอนที่ใช้เงินของระบบเท่านั้น)
แต่ถ้าเป็นเงินตัวเอง ประหยัดได้ก็ต้องประหยัดสิ!
จูต้าเฉียงรีบหยิบสัญญาออกมา ทำเรื่องโอนเงินให้เสร็จสรรพ
เฉียนจื้อหยงไม่ใส่ใจรายละเอียด ปล่อยให้พวกเขาจัดการทั้งหมด
ไม่นาน ร้านนี้ก็ตกเป็นของเขาเรียบร้อย
เฉียนจื้อหยงพูดขึ้นทันที "ติดต่อบริษัทรับเหมาตกแต่งในเมืองเซินเฉิงมาให้มากที่สุด เลือกบริษัทใหญ่ๆ ไว้ก่อน"
"ผมต้องการเปิดร้านชานมปิงมี่ให้ทั่วเมืองเซินเฉิง!"
"ที่ไหนมีชิงเย่! ที่นั่นก็ต้องมีปิงมี่!"
"พวกเขาเปิดร้านเดียว เราก็จะเปิดสองร้าน!"
"สรุปคือต้องประกบร้านชานมชิงเย่ไว้ให้ได้"
เพราะสำนักงานใหญ่ของร้านชานมชิงเย่ก็อยู่ที่เมืองเซินเฉิง
และยังมีสาขามากมายกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง
"รับทราบครับ" จูต้าเฉียงพยักหน้า
เฉียนจื้อหยงยังเสริมต่อ "เรื่องตกแต่งร้าน ไม่จำเป็นต้องหรูหรามาก เอาแค่ใช้งานได้ก็พอ"
"แต่การขายชานมมันเหนื่อยมาก อีกทั้งที่นี่คือเมืองเซินเฉิงค่าครองชีพสูง ดังนั้นเรื่องเงินเดือนพนักงาน ก็ต้องให้สูงด้วย"
"เดือนละ 10,000"
"มีค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พักให้"
"เพราะที่นี่ไม่มีภัตตาคารเฟยหวง กินข้าวแต่ละวันก็เป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นค่าอาหารต้องให้สูงหน่อย วันละ 50 หยวน"
"ได้ข่าวว่าค่าเช่าบ้านในเมืองเซินเฉิงแพงมาก งั้นค่าที่พักก็วันละ 50 หยวนเหมือนกัน"
"ค่าเดินทางกับค่าโทรศัพท์ เดือนละ 500"
"เอาทุกอย่างที่ผมพูดไปใส่ในสัญญาให้หมด"
จูต้าเฉียงลองคำนวณแล้วก็อุทานเสียงดัง "บอสครับ! รวมค่าสวัสดิการต่างๆ กับเงินเดือนแล้ว อย่างน้อยก็ 13,500 หยวนต่อเดือน"
"และยังต้องบวกประกันสังคมอีก รวมแล้วค่าแรงพุ่งไปถึง 17,000 หรือ 18,000 หยวนแล้ว"
คนอื่นๆ ที่ฟังอยู่ก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
สูงมากเกินไปแล้ว!
แต่เฉียนจื้อหยงเพียงแค่โบกมือ "ที่นี่คือที่ไหน? นี่คือเมืองเซินเฉิงนะ"
"ในเมืองฮั่นเฉิง ผมให้เงินเดือนพนักงาน 10,000 เต็มๆ … มาถึงเมืองเซินเฉิงยังจะให้เท่ากันอีก มันไม่ขี้เหนียวเกินไปหน่อยเหรอ?"
"พวกเราไม่เคยเอาเปรียบพนักงาน"
"ถ้าเงินเดือนน้อยไป ใครจะอยากร่วมงานกับเรา?"
"เราจะไม่ใจแคบแบบนั้นเด็ดขาด"
ในใจของเฉียนจื้อหยงเองมีการคำนวณไว้แล้วชัดเจน
เงินที่ใช้ไปกับการตกแต่งจะถูกระบบนับเป็นทรัพย์สินถาวร
ส่วนเงินเดือนพนักงาน จ่ายไปเท่าไหร่ ก็ถือว่าใช้ไปเท่านั้น
ดังนั้นครั้งนี้ เฉียนจื้อหยงจึงเปลี่ยนวิธี การตกแต่งเอาแค่พอดี ส่วนค่าแรงพนักงานก็ตั้งให้สูงที่สุดไปเลย
ถ้าไม่กลัวว่าจะถูกสงสัยว่าตั้งใจขาดทุน และระบบอนุญาต เขาอยากจะให้เงินเดือนพนักงานทั่วไปเดือนละแสนด้วยซ้ำ
จูต้าเฉียงกระซิบ "ที่พนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ตกับร้านหม้อไฟได้เงินเดือน 10,000 ก็เพราะสองร้านนั้นทำกำไรได้"
"แต่ร้านชานม…" จูต้าเฉียงหันหน้ามองไปรอบๆ
ถนนนี้คนเดินเยอะก็จริง แต่ก็มีร้านชานมอยู่แล้วถึงสองร้าน
ถ้าไปเปิดเพิ่มอีกสองร้าน… มีโอกาสน้อยมากที่จะทำกำไรได้
เฉียนจื้อหยงยิ้ม "ร้านชานมยังไม่ทันเปิดเลย จะรู้ได้ยังไงล่ะว่ามันไม่ทำเงิน?"
"พอแล้ว อย่าใจแคบนักเลย คนใจแคบไม่มีวันได้เงินก้อนโตหรอก"
"อยากรวยต้องกล้า… จริงไหมล่ะ? ผู้จัดการโจว"
โจวไคเทียนยกมือเกาหัวอย่างเก้อๆ
ถ้าเป็นต่อหน้าคนอื่น เขาคงต้องพูดออกมาเต็มปากว่าวันนี้ลงทุนร้อยล้าน พรุ่งนี้ได้เงินพันล้าน ลงทุนมาก กำไรมาก เข้าใจแล้วปรบมือ!
แต่พออยู่ต่อหน้าเฉียนจื้อหยง … เขาก็ไม่กล้าพูดออกมาเลย
"บอสพูดถูกครับ! ผมมั่นใจในตัวคุณ" โจวไคเทียนตอบเสียงดัง
ในเมื่อเจ้านายตัดสินใจแล้ว จูต้าเฉียงก็ไม่มีทางค้าน
"จริงสิ" เฉียนจื้อหยงหันไปมองโจวไคเทียน "ผมแต่งตั้งให้คุณเป็นซีอีโอของร้านชานมปิงมี่ ดูแลการบริหารทั้งหมดของบริษัท"
"ส่วนเว่ยเสี่ยวเหยียน ผมแต่งตั้งให้คุณเป็นรองซีอีโอ ทำงานประสานกับโจวไคเทียน บริหารบริษัทไปด้วยกัน"
"ภารกิจหลักของพวกคุณสองคนคือเปิดสาขาให้มากที่สุด แล้วหาคนมาให้ครบ"
โจวไคเทียนยืดตัวขึ้นยืนตรง ขานรับเสียงดัง "ครับบอส!"
เว่ยเสี่ยวเหยียนในใจตื่นเต้นยินดี แต่บนใบหน้าก็ยังทำท่าเหมือนไม่ค่อยเต็มใจนัก "เข้าใจแล้วค่ะ"
ให้เธอทำงานภายใต้การดูแลของโจวไคเทียนงั้นเหรอ?
โจวไคเทียนมีความสามารถอะไร?
แค่ช่วงที่อยู่บนเครื่องบิน เว่ยเสี่ยวเหยียนได้สังเกตเขาแล้ว ก็พบว่าเขาแทบไม่มีอะไรโดดเด่นเลย
ถ้าเทียบกับเพื่อนร่วมรุ่นของเธอที่ฮาร์วาร์ด… ก็ห่างชั้นกันลิบลับ
คนอย่างนี้ได้เป็นซีอีโอของร้านชานมปิงมี่ที่ลงทุนถึง 300 ล้าน?
เป็นไปได้ยังไง?
แต่ช่างเถอะ… เธอมีทั้งความสามารถและมีเล่ห์เหลี่ยม หลังจากนี้เธอสามารถทำให้โจวไคเทียนหมดอำนาจได้แน่นอน
เมื่อถึงตอนนั้น … ตำแหน่งซีอีโอที่แท้จริงของร้านชานมปิงมี่มูลค่าหลายร้อยล้าน ก็คือเธอ!
นี่แหละคือเหตุผลที่เธอปฏิเสธข้อเสนอจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ก็เพื่อรอโอกาสนี้โดยเฉพาะ!
ไม่คิดเลยว่าโอกาสที่เธอรอคอยจะมาถึงเร็วขนาดนี้
เธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เฉียนจื้อหยงก็ยกตำแหน่งสำคัญให้เธอแล้ว
นั่นหมายความว่ารอบตัวเขาแทบไม่มีคนเก่งที่ไว้ใจได้เลย
ก็ไม่แปลกอะไร เย่เสี่ยวฉินที่เพิ่งรับเข้ามา นอกจากหน้าอกใหญ่กับลักยิ้มสองข้าง ก็แทบจะไม่มีความสามารถอะไรเลย
โจวไคเทียนไม่เอาไหน ความสามารถแค่ปานกลาง มีดีแค่การพูด
จูต้าเฉียง ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ทำตามคำสั่ง เดินเป็นเส้นตรงเหมือนไม้บรรทัด
ส่วนหลี่เหลียน ถึงจะพอมีฝีมือบ้าง แต่ไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นเพียงคนที่สั่งสมประสบการณ์มาจากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ดูยังไงก็ไม่เข้าท่า
สรุปแล้ว… ในทีมนี้ มีเพียงเธอเท่านั้นที่คู่ควร
และในที่สุด เฉียนจื้อหยงก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งมอบบริษัทให้กับเธอ!
--------------------
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
ชั้นหนังสือรวมผลงานทุกเรื่อง จิ้มที่นี่เลยค่ะ >> Rubybibi
ผลงาน [นิยายแปล] ของ Rubybibi
🐛เกิดใหม่เป็นก็อบลินพร้อมระบบจำลองชีวิต
🏪ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
💂ดินแดนของฉันมีแต่ทหารระดับเทพ
📀มาร์เวล: ระบบโหลดเทมเพลตตัวเอกแบบสุ่ม
🔮จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
🎁วันสิ้นโลก: สิ่งของที่ผู้หญิงใช้จะได้คืนหมื่นเท่า
🔯พรสวรรค์ระดับ SSS คูลดาวน์เร็วขึ้นล้านเท่า
🍻ปลุกพลังเซียนดาบแห่งสุรา ฉันเก่งขึ้นได้ด้วยการดื่ม
🐉ปรมาจารย์สัตว์อสูรระดับเทพ (จบแล้ว)
💰เส้นทางสู่มหาเศรษฐีด้วยระบบสุ่มเทคโนโลยีหมื่นโลก (จบแล้ว)
🎭ผจญภัยในจักรวาลมาร์เวลกับระบบจำลองตัวละคร
🍁ระบบคัดลอกพรสวรรค์แห่งวันสิ้นโลก (จบแล้ว)
🏰เริ่มต้นด้วยความไร้เทียมทานและสร้างมหานครนิรันดร์ (จบแล้ว)
🍀ระบบเทพเจ้าผู้สร้าง : กำเนิดใหม่ในโลกบรรพกาล
🌟ผจญภัยในโลกวันพีซกับระบบจำลองตัวละคร
🍥ระบบอัญเชิญนินจาสู่จักรวาลมาร์เวล
😈จอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งฮอกวอตส์ (จบแล้ว)
🦸สงครามแห่งมาตุภูมิอเมริกันคอมิกส์ (จบแล้ว)
🎀วันสิ้นโลกกับระบบสุ่มเสบียงไม่จำกัดทุกวัน (จบแล้ว)
🍄วันสิ้นโลก: รูเล็ตต์ของฉันเลเวลสูงกว่าคนอื่น (จบแล้ว)
🎮อัตราดรอป 100% ณ จุดเริ่มต้นของโลกในตำนาน (จบแล้ว)
🌞เกิดใหม่เป็นอพอลโล่เทพแห่งดวงอาทิตย์ พร้อมระบบหีบสมบัติ (จบแล้ว)
💥มาร์เวล: เมื่อผมแต่งงานกับแบล็ควิโดว์ (จบแล้ว)
💫คุณปู่ตะลุยมัลติเวิร์ส (จบแล้ว)
🧙จอมเวทย์สูงสุดแห่งฮอกวอตส์ (จบแล้ว)
--------------------