- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 65: ความอิจฉา (ฟรี)
บทที่ 65: ความอิจฉา (ฟรี)
บทที่ 65: ความอิจฉา (ฟรี)
สีหน้าทุกคนเคร่งเครียด
ใบหน้าของเฉียนจื้อหยงมืดคล้ำ
เพราะรู้ว่าอยู่ในวงการธุรกิจ ความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ สำคัญมาก ที่ผ่านมาเขาถึงสุภาพและนอบน้อม
เรื่องอื่นเขายอมปล่อยผ่านได้ แต่การที่อีกฝ่ายสบประมาทถึงพ่อแม่เขา เป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้
เฉียนจื้อหยงต้องพยายามยั้งมือตัวเองเอาไว้ไม่ให้ใช้กำลัง
เมื่อสือหงจวงเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของเฉียนจื้อหยง ก็ยิ่งหัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง "หรือฉันพูดผิดตรงไหน?"
"บรรพบุรุษของแกเคยร่ำรวยไหม?"
"ไอ้คนจนโสโครก!"
"จนขนาดนั้น แกไม่คู่ควรจะมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ"
"พอได้แล้ว!" เฉินจิ่งฝูตบโต๊ะ แล้วลุกพรวดขึ้น "สือหงจวง! มากเกินไปแล้ว!"
"มาจากที่ไหน ก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ!"
"อย่าบังคับให้ผมต้องหยาบคายนะ"
พูดจบ เฉินจิ่งฝูยกฝ่ามือใหญ่เท่ากระทะขึ้นสูง
สือหงจวงสะดุ้งเฮือก รีบลากหญิงสาวคู่ควงวิ่งหนีออกไป
แต่ก่อนออกไป เขายังหันกลับมาตะโกนทิ้งท้าย "เฉินจิ่งฝู! แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ?"
"บอกไว้เลย อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากตระกูลยาไมโตะของเรา!"
หลังจากสือหงจวงไปแล้ว ใจของเฉียนจื้อหยงก็ยังขุ่นมัวไม่หาย
มันเหมือนกับตอนออกไปเดินเหยียบขี้หมา ถึงไม่เจ็บ แต่กลิ่นเหม็นก็ทำให้หงุดหงิด
เฉินจิ่งฝูยกแก้วเหล้าขึ้น "คุณเฉียน ผมผิดเองที่พาเขามา ขอลงโทษตัวเองสามแก้ว!"
พูดจบก็กระดกทีเดียวสามแก้วรวด
ฤทธิ์เหล้าแรงเล่นงานจนหน้าแดงก่ำ
เดิมทีเฉียนจื้อหยงยังขุ่นเคือง แต่เห็นอีกฝ่ายยอมดื่มจนลำบาก ก็หัวเราะออกมา "เหล้านี่ของร้านผมนะ ดื่มเบาลงหน่อยเถอะ เดี๋ยวผมล้มละลายเพราะเหล้าพอดี"
เฉินจิ่งฝูและเสิ่นโหย่วอันหัวเราะ
ทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้ทรัพย์สินของเฉียนจื้อหยงเกินร้อยล้านแล้ว จะมาหวงเหล้าไม่กี่ขวดได้ยังไง คำพูดนี้ก็แค่เป็นการแสดงออกว่ายกโทษให้แล้ว
เฉียนจื้อหยงอภัย… แล้วโจวไคเทียนล่ะ?
ทั้งสามหันไปมอง เห็นเขายังคงเหม่อมองไปที่ประตู
"คิดอะไรอยู่?" เฉียนจื้อหยงเอาศอกสะกิดเบาๆ
โจวไคเทียนพึมพำเสียงเบา "สวยจริงๆ ในโลกนี้มีผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ได้ยังไง…"
สามคนหัวเราะลั่น
โจวไคเทียนเพิ่งรู้สึกตัว ใบหน้าก็แดงก่ำ
เฉินจิ่งฝูหัวเราะเสียงดัง "ผู้จัดการโจว คงเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วสิ"
เฉียนจื้อหยงยิ้ม "ผู้ชายยังไม่แต่ง ผู้หญิงก็ยังไม่แต่ง ชอบก็คือชอบ จะไปอายทำไม"
แต่โจวไคเทียนเพียงโบกมือปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มขมขื่น เขากับเธอต่างกันเกินไป
ก็เหมือนที่สือหงจวงพูดไว้… เขาไม่คู่ควร!
แค่แอบมองด้วยสายตา ก็เหมือนกำลังลบหลู่ความสูงส่งของอีกฝ่ายแล้ว
เขามันก็แค่นักต้มตุ๋นที่ไม่มีแม้แต่ภรรยา
เฉียนจื้อหยงมองออกถึงความรู้สึกต่ำต้อยในใจของโจวไคเทียน จึงตบไหล่เบาๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ขณะนั้นเอง เขานึกถึงคำพูดของสือหงจวงก่อนหนีไป
"เดี๋ยวนะ… เขาชื่อสือหงจวง ก็ต้องบอกว่าตระกูลสือสิ แต่ทำไมพูดว่าตระกูลยาไมโตะ?"
"ตระกูลยาไมโตะ นั่นตระกูลใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ?"
เฉินจิ่งฝูพยักหน้า "ก็แบรนด์ชานมชิงเย่ถือหุ้นโดยยาไมโตะกรุ๊ป"
"ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมธุรกิจตระกูลถึงกลายเป็นของคนอื่นไปได้"
"แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลยาไมโตะ"
"ต่อให้เขาอยากเข้าร่วม ตระกูลยาไมโตะก็คงไม่ชายตามองหรอก"
เฉียนจื้อหยงพึมพำ "เขาเอาแต่พูดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ตลอดเวลา…"
"บางที เขาอาจอยากเอาตัวเองไปผูกกับตระกูลยาไมโตะ เพื่ออวดว่ามีสายเลือดสูงศักดิ์?"
"แบบนั้นก็สามารถพูดอ้างเอาบรรพบุรุษคนอื่นมาเป็นของตัวเองได้?"
ความคิดนี้ทำเอาเฉียนจื้อหยงขนลุก
เฉินจิ่งฝูส่ายหัว "ใครจะรู้ว่าเขาคิดยังไง แต่ก็เป็นความจริงที่เขาคลั่งไคล้ตระกูลยาไมโตะอยู่ตลอดเวลา"
"เหตุผลที่ผมพามา ก็เพราะเขาอยากเจอคุณ อีกอย่าง… ผมก็มีเรื่องต้องขอร้องเขาด้วย"
เฉียนจื้อหยงเลิกคิ้ว "แล้วทำไมเขาถึงอยากเจอผม?"
เสิ่นโหย่วอัน ที่นั่งข้างๆ ตอบแทน "คุณเฉียน คุณยังไม่รู้เหรอ? ตอนนี้คุณถูกยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มอันดับหนึ่งของประเทศเลยนะ"
"มีคนหนุ่มสาวมากมายที่ชื่นชมคุณ บางทีแม้แต่หญิงสาวที่มากับเขาก็อาจจะเป็นแฟนคลับคุณก็ได้"
"แต่เขาเป็นคนแบบนั้น เมื่อเห็นคนทั้งหลายยกย่องคุณ เดาได้เลยว่าเขาอิจฉา"
"พอเจอตัวจริงแล้วเห็นว่าคุณเป็นคนธรรมดา ก็เลยยิ่งหยิ่งผยอง"
"ในด้านธุรกิจสู้ไม่ได้ ก็หันมาคุยเรื่องพ่อแม่ บรรพบุรุษ เพื่อหาความเหนือกว่าในด้านอื่นๆ"
เสิ่นโหย่วอันลูบหัวตัวเอง "เอ๊ะ… หรือว่าจะเป็นเพราะผมเอง?"
"ก่อนหน้านี้ผมชมคุณอยู่ตลอดต่อหน้าเขา ว่าฝีมือการทำธุรกิจของคุณสุดยอดจริงๆ"
"อาจจะเพราะแบบนี้ถึงกระตุ้นความอิจฉาของเขา?"
"แต่ก็ไม่ใช่ผมคนเดียวนี่นะ ใครที่ฟังเรื่องราวของคุณ ก็ต้องยกนิ้วให้ทั้งนั้นแหละ"
เพราะความอิจฉา?
เฉียนจื้อหยงถึงกับพูดไม่ออก
ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนคนอื่นอิจฉา!
"เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะครับ" เฉียนจื้อหยงโบกมือ ก่อนถามขึ้น "ว่าแต่… พวกคุณรู้ไหมว่าร้านชานมชิงเย่ตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง?"
"ผมอยากเปิดร้านชานม"
"และอยากเปิดอยู่ตรงข้ามกับร้านชานมชิงเย่"
ก่อนหน้านี้เขายังปวดหัวว่าจะหาทางใช้เงินยังไงให้สมเหตุสมผล
แต่สือหงจวงกลับมอบ "ไอเดียทองคำ" ให้ถึงที่
ร้านชานมมันเหมาะมาก!
ร้านหนึ่งขาดทุนแค่หลักแสน แต่ถ้าเปิดทีละพันร้าน หมื่นร้าน เขาจะเผาเงินทิ้งสิบล้าน ร้อยล้าน หรือพันล้านก็ยังได้
และยังมีร้านชานมชิงเย่ของสือหงจวงเป็นคู่แข่งตรงหน้าอีกด้วย ยอดเยี่ยมที่สุด!
ซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียนล้มแล้ว เขาก็กำลังต้องการ "โครงการใหม่" ที่จะช่วยให้เขาขาดทุนอยู่พอดี
เขาไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรอก… จริงๆ นะ
เพราะถ้าเขาแค้น เขาจะสะสางให้จบในตอนนั้นเลย
อืม…
การเปิดร้านชานมครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะอยากแก้แค้นใคร แต่เป็นเพราะเขาอยากขาดทุนเท่านั้นเอง
ใช่แล้ว! เหตุผลเดียวล้วนๆ!
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ทั้งเสิ่นโหย่วอันและเฉินจิ่งฝูต่างก็อึ้งไป
เสิ่นโหย่วอันรีบพูดเกลี้ยกล่อม "คุณเฉียน บนสนามรบธุรกิจอย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง"
"เรื่องส่วนตัวก็แยกไปจัดการเป็นเรื่องส่วนตัว อย่าเอามาปนกับธุรกิจเด็ดขาด"
"มีคำพูดว่า ‘ใช้สมองแล้วเงินทองไหลมา’ ถ้าเอาความแค้นเข้ามาปน มันง่ายมากที่จะเจ๊ง"
"ฟังคำผมไว้เถอะ ถ้าจะล้างแค้นก็หาวิธีอื่น แต่อย่าทุ่มกับธุรกิจแบบนี้เลย"
เฉินจิ่งฝูก็ช่วยเตือนอีกแรง "ถึงผมจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าไอ้สือหงจวงเหมือนกัน…"
"แต่ต้องยอมรับนะว่าตระกูลเขาก็มีฝีมืออยู่พอตัว"
"ยิ่งไปกว่านั้น ยังมียาไมโตะกรุ๊ปคอยหนุนหลังอีก…"
"บางทีคุณอาจสู้เขาไม่ไหวนะ"
"จริงเหรอครับ?" ดวงตาของเฉียนจื้อหยงเปล่งประกายทันที
เขาสู้ชานมชิงเย่ไม่ไหว?
นั่นหมายถึงการรับประกันว่าจะขาดทุนใช่ไหม?
ชานมชิงเย่มีเบื้องหลังใหญ่โต มียาไมโตะกรุ๊ปหนุนหลัง
นี่ไม่เหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียนที่อ้างว่ามีทรัพย์สินหลายหมื่นล้าน แต่พอขาดทุนไปแค่ไม่กี่ร้อยล้านก็ล้มทั้งยืน
พวกนั้นมันกระจอก! แต่ยาไมโตะกรุ๊ปไม่ใช่แน่!
บางทีอาจจะได้สู้กันในระดับ "เผาเงินทิ้งหมื่นล้าน" เลยก็ได้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า—!" เฉียนจื้อหยงหัวเราะ
"ผมตัดสินใจแล้ว! ซูเปอร์มาร์เก็ตกับร้านหม้อไฟไม่ท้าทายอีกต่อไปแล้ว"
"ต่อไปผมจะลงทุนเปิดร้านชานม!"
เขาหันไปหาโจวไคเทียนด้วยสีหน้าจริงจัง "ผู้จัดการโจว ตั้งแต่นี้ไป คุณคือผู้จัดการใหญ่ของร้านชานม"
"แล้วพอขยายกิจการออกไป ตำแหน่งซีอีโอของเครือร้านชานม ก็จะเป็นของคุณแน่นอน!"
เฉียนจื้อหยงตื่นเต้นมาก
เขารอไม่ไหวแล้ว… อยากเปิดร้านชานมเดี๋ยวนี้เลย!
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]