- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 42: งานของเทพเจ้า
บทที่ 42: งานของเทพเจ้า
บทที่ 42: งานของเทพเจ้า
พอคิดว่าตัวเองต้องมาบริหารร้านหม้อไฟที่ทำกำไรเดือนละ 30 ล้าน โจวไคเทียนก็เริ่มรู้สึกกดดัน
ในขณะเดียวกัน เขาก็ซาบซึ้งในความไว้ใจของเฉียนจื้อหยงอย่างสุดหัวใจ
"บอสครับ คุณดีกับผมจริงๆ ไม่เพียงให้เงินเดือนผมสูงขนาดนี้ แต่ยังมอบภาระหน้าที่สำคัญขนาดนี้ให้ผมอีก"
โจวไคเทียนยกขวดเหล้าขึ้นทันที เตรียมจะกระดกดื่มโชว์ความซาบซึ้ง
"อย่าเลย ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้" เฉียนจื้อหยงรีบห้ามไว้
เฮ้ยๆ ไม่ได้นะ! เหล้าขวดนั้นไม่ใช่ของฟรี ฉันต้องควักเงินจ่าย!
"ถ้าคุณอยากแสดงความจริงใจ อย่าดื่มเหล้าเลย กินเนื้อเยอะๆ ดีกว่า"
"ยิ่งคุณกินเนื้อเยอะเท่าไหร่ ผมยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น" เฉียนจื้อหยงพูด
ได้ยินแบบนั้น โจวไคเทียนก็อึ้งไป
เขาลองหยั่งเชิง "งั้น… บอสครับ ผมขอชนเนื้อกับคุณได้ไหม?"
เฉียนจื้อหยงยิ้มอย่างพอใจ ยกเนื้อขึ้น "ทุกคนมากินด้วยกัน!"
"ชนเนื้อ!"
ยิ่งกินเนื้อมาก ยิ่งทำให้ร้านขาดทุนมากขึ้น
ทุกคนกินเนื้อกันอย่างเอร็ดอร่อย
เฉียนจื้อหยงพูดขึ้นว่า "หลังจากนี้ พวกคุณก็อย่าดื่มเหล้ากันมากนักนะ ดื่มเหล้าไม่ดีต่อสุขภาพ กินเนื้อดีกว่า"
"แล้วก็ช่วยกระตุ้นให้พนักงานทุกคนกินเนื้อเยอะๆ ดื่มเหล้าให้น้อยๆ ด้วย"
ทุกคนพยักหน้ารับ เห็นแล้วก็อดรู้สึกซาบซึ้งไม่ได้
เหล้าต้องเสียเงินซื้อ ทำให้ร้านได้กำไร แต่เฉียนจื้อหยงกลับห้ามไม่ให้พวกเขาดื่มเยอะ
ในขณะที่เนื้อสามารถกินฟรีได้ ทำให้ร้านขาดทุน แต่เฉียนจื้อหยงกลับบอกให้กินให้เต็มที่
เขาเป็นเจ้านายที่ยอมเสียเงินตัวเองเพื่อดูแลพนักงานอย่างแท้จริง
ได้เจ้านายแบบนี้ ใครจะไม่จงรักภักดีล่ะ?
หลังจากกินและดื่มพอประมาณ โจวไคเทียนก็ถาม
"บอส คุณเลือกผมมาเป็นผู้จัดการร้านหม้อไฟเพราะอะไรเหรอครับ?"
โจวไคเทียนรู้ดีว่าจูต้าเฉียงกับหลี่เหลียนต่างก็ไม่ไว้ใจเขา แต่เขากลับมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นจากเฉียนจื้อหยง
เฉียนจื้อหยงยิ้ม "เพราะผมมองว่าคุณมีศักยภาพ คุณเป็น ‘คนเก่ง’ ในแบบที่ผมต้องการ"
โจวไคเทียนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เป็นตัวป่วนโดยแท้ ไม่ใช่คนดีแน่นอน
ในสายตาคนที่เคยถูกเขาหลอก เขาก็เป็นเหมือนสัตว์เดรัจฉานนั่นแหละ
แต่เฉียนจื้อหยงต้องการคนแบบโจวไคเทียน
มีโจวไคเทียนเป็นตัวช่วย งานพังๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
แน่นอนว่าโจวไคเทียนไม่รู้เรื่องความคิดของเฉียนจื้อหยงเลย เขาคิดว่าเจ้านายกำลังชื่นชมเขาจริงจัง
"บอส…" โจวไคเทียนมองเฉียนจื้อหยงด้วยสายตาซาบซึ้ง "ในชีวิตคนเรา การได้พบใครสักคนที่เข้าใจเราเป็นสิ่งที่ยากอยากมาก ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างผม โจวไคเทียน จะได้พบกับเจ้านายที่ดีในชาตินี้"
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ต่อจากนี้ไป ชีวิตครึ่งหนึ่งของผม ยกให้คุณหมดเลย"
พูดจบ โจวไคเทียนก็เริ่มสะอื้น
เฉียนจื้อหยงค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้ห่างออกไปเล็กน้อย "เอ่อ ผู้จัดการโจว ผมไม่ใช่เพื่อนรู้ใจของคุณนะ ก็แค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น"
"ชีวิตคุณ ผมไม่เอา เก็บไว้ให้เมียคุณเถอะ"
เมื่อได้ยินคำว่า "เมีย" โจวไคเทียนถึงกับเลยหน้าร้องไห้อย่างหนัก
"ฮึกๆ ฮือ… ฮือ…"
"บอส! ชีวิตผมน่าสงสารมากเลยนะครับ"
"ผมอายุ 43 แล้ว ยังไม่มีเมียเลยสักคน"
"แม้แต่มือของผู้หญิง ผมยังไม่เคยจับเลย"
"ชีวิตผมล้มเหลว ล้มเหลวแบบไม่มีชิ้นดีเลย"
"แต่ผมไม่ยอมแพ้"
"ผมไม่อยากยากจนไปตลอดชีวิต"
"ผมเคยขโมย เคยหลอกคน"
"พวกคุณรู้ไหมว่าความรู้สึกที่ถูกความหิวกัดกินท้องมันเป็นยังไง?"
"พวกคุณเคยรู้ไหมว่ามันเป็นยังไง เมื่อถูกสายตาของคนรอบข้างจ้องมองอย่างดูแคลน?"
"เงิน! มีแค่เงินเท่านั้นที่จะช่วยผมได้ มีแค่เงินเท่านั้นที่จะช่วยครอบครัวผมได้"
โจวไคเทียนร้องไห้น้ำตาเป็นสาย ทำเอาทุกคนในที่นั้นพูดไม่ออก
ไม่คิดว่าใต้เปลือกของนักต้มตุ๋น จะซ่อนอดีตที่น่าเศร้าไว้แบบนี้
อายุ 43 แล้ว ยังไม่เคยจับมือผู้หญิงสักคน…
"เฮ้อ…" เฉียนจื้อหยงถอนหายใจยาว "ผมแค่หวังว่าคุณจะสามารถใช้ความสามารถของคุณได้อย่างเต็มที่"
"ทำงานให้ดีล่ะ ผมเชื่อว่าคุณสมควรได้รับเงินเดือน 100,000 ทุกเดือน"
ตราบใดที่โจวไคเทียนใช้ความสามารถด้านหลอกลวงอย่างเต็มที่ ร้านหม้อไฟก็ไม่มีวันรอดแน่นอน
ร้านเจ๊งเมื่อไหร่ เฉียนจื้อหยงก็จะได้กลายเป็นมหาเศรษฐีทันที
"ครับ" โจวไคเทียนพยักหน้าแรงๆ ด้วยความมุ่งมั่น "ผมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด"
เฉียนจื้อหยงยิ้มพอใจ ตบไหล่เขาเบาๆ แล้วพูดว่า "ตั้งแต่พรุ่งนี้ ร้านหม้อไฟก็ฝากให้คุณดูแลอย่างเป็นทางการ"
เขากลัวจูต้าเฉียงกับหลี่เหลียนจะไปแทรกแซง เลยกำชับไว้ว่า
"โจวไคเทียนเป็นผู้จัดการร้านหม้อไฟ ทุกเรื่องในร้านให้เขาเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด พวกคุณห้ามเข้าไปยุ่งเด็ดขาด"
แค่นี้ก็สบายแล้ว
ร้านหม้อไฟอยู่ในมือโจวไคเทียน อยู่ได้ไม่นานก็เจ๊งแน่นอน
แล้วเขาก็จะมีเหตุผลที่ดีในการปิดร้าน
ถึงสองคนนั้นจะไม่ไว้ใจโจวไคเทียนมาก
แต่เมื่อเป็นคำสั่งของเจ้านาย พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยักหน้ารับอย่างหมดหนทาง
"ครับ" ทั้งสองคนรับคำอย่างไม่มีทางเลือก
เมื่อเห็นแบบนี้ โจวไคเทียนก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจ
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
โจวไคเทียนมาทำงานที่ร้านหม้อไฟอย่างเต็มไปด้วยพลัง
พนักงานทุกคนก็ให้เกียรติเขาเต็มที่ ยังไงเขาก็เป็นคนที่เจ้านายแต่งตั้งมา
เมื่อเห็นพนักงานต้อนรับกันอย่างอบอุ่น โจวไคเทียนก็รู้สึกดีใจ
เขาเดินสำรวจร้านไปเรื่อยๆ เพื่อทำความคุ้นเคย
ร้านหม้อไฟใหญ่มาก
แค่เดินสำรวจ ยังไม่ทันได้เข้าใจระบบการทำงานของร้าน ก็หมดเวลางานแล้ว
"เลิกงานแล้วเหรอ?" โจวไคเทียนยืนงง
เวลาผ่านไปเร็วเกินไปไหม?
แค่หกชั่วโมง ยังไม่ทันจะอุ่นเครื่องเลย ก็หมดเวลาแล้ว?
หลังเลิกงาน พนักงานก็ทำหม้อไฟกินกันเอง แล้วเชิญโจวไคเทียนมาร่วมวง
มองดูเนื้อเต็มโต๊ะ โจวไคเทียนก็สูดลมหายใจลึก
งานนี้มันสบายเกินไปแล้วไหม? ทั้งวันไม่ได้ทำอะไรเลย…
แถมเจ้านายยังเลี้ยงข้าวอีกด้วย และไม่ใช่แค่เลี้ยงข้าวราดแกง แต่เป็นหม้อไฟแบบครบสูตร ทั้งเนื้อทั้งผัก
ชีวิตแบบนี้ มันใช่ชีวิตมนุษย์ที่ไหน? นี่มันชีวิตเทพชัดๆ!
"ผู้จัดการโจว ตอนบ่ายจะมามั้ยครับ?" พนักงานคนหนึ่งถาม
"ตอนบ่ายก็ฟรีด้วยเหรอ?" โจวไคเทียนประหลาดใจ
ไม่ได้เข้าเวรช่วงบ่าย ยังจะมากินฟรีได้อีกเหรอ?
พนักงานพยักหน้า "ไม่ใช่แค่ตอนบ่ายนะครับ จะมากินเมื่อไหร่ก็ได้"
"เจ้านายบอกว่า ถึงร้านจะยังไม่เปิด หรือแม้แต่ตอนกลางดึก ถ้าอยากกิน ก็เปิดประตู แล้วทำกินเองได้เลย"
โจวไคเทียนพูดไม่ออก
เขาเคยตะลอนทำมาหากินมาทั่วประเทศ แม้จะยังไม่เคยหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ประสบการณ์ชีวิตก็ไม่น้อย
แต่ตั้งแต่มาร้านหม้อไฟแห่งนี้ ความคิดเดิมๆ ของเขาก็ถูกสั่นคลอนตลอดเวลา
หลังจากกินหม้อไฟเสร็จ พนักงานชุดนี้ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แล้วพนักงานชุดใหม่ก็เดินเข้าร้านมาทำงานอย่างกระปรี้กระเปร่า
พอพนักงานรู้ว่าโจวไคเทียนทำงานครบหกชั่วโมงแล้ว
ทุกคนก็รีบเชิญเขากลับไปพักทันที
เน้นย้ำว่าทำผิดกฎของร้านหม้อไฟเด็ดขาด
โจวไคเทียนจึงได้แต่เดินจากไปอย่างเงียบๆ
เมื่อกลับถึงโรงแรม โจวไคเทียนทิ้งตัวลงบนเตียง แล้วตกอยู่ในภวังค์
นี่ฉันอยู่ที่ไหน?
กำลังทำอะไรอยู่?
โจวไคเทียนรู้สึกว่าไม่ว่าจะมีเขาหรือไม่มีเขา มันก็ไม่ต่างกันเลยในร้านหม้อไฟแห่งนี้
แล้วทำไมเฉียนจื้อหยงถึงเลือกเขามาเป็นผู้จัดการล่ะ?
"ใช่สิ เขาเคยบอกว่าให้ฉันตั้งใจทำงาน ใช้ความสามารถให้เต็มที่"
"แล้วฉันมีความสามารถอะไรล่ะ?"
โจวไคเทียนคิดหนัก
เขาไม่รู้เลยว่าเหตุผลที่เฉียนจื้อหยงเลือกเขามาก็เพราะต้องการให้ร้านขาดทุน
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะคิดยังไง ก็ไม่มีวันเข้าใจได้เลยว่าเฉียนจื้อหยงเห็นอะไรในตัวเขา ถึงลงทุนดั้นด้นไปตั้งไกลเพื่อจ้างเขามาทำงานที่นี่
เพราะมองไม่ออกว่าตัวเองมีประโยชน์อะไรกับร้านหม้อไฟนี้ โจวไคเทียนจึงครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา
แม้กระทั่งตอนกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้น เขาก็ยังคิดไปตลอดทาง
แล้วหนึ่งเดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
โจวไคเทียนก็ไปรับเงินเดือนของเดือนนี้มาเรียบร้อย…