- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 759 ตระกูลสูงศักดิ์ไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีม
บทที่ 759 ตระกูลสูงศักดิ์ไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีม
บทที่ 759 ตระกูลสูงศักดิ์ไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีม
สีหน้าของจูเลียตพลันแข็งทื่อ เธอรีบร้องตะโกน “หยุดนะ! แรคคูนป่าฝน!”
กรรมการเองก็งุนงงเล็กน้อย รีบตะโกนเสียงดัง “ขอให้ผู้เข้าแข่งขันควบคุมพฤติกรรมของแรคคูนป่าฝนด้วย! การโจมตีผู้เข้าแข่งขันฝ่ายตรงข้ามถือเป็นการละเมิดกฎการแข่งขัน! ขอให้ผู้เข้าแข่งขัน...”
กรรมการไม่อาจพูดต่อไปได้ เพราะจูเลียตพยายามควบคุมแรคคูนป่าฝนอยู่ตลอดเวลา ทว่าแรคคูนป่าฝนกลับไม่เชื่อฟังเลยแม้แต่น้อย
ทางด้านนั้น แรคคูนป่าฝนวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ลูกบอลพลังดาวที่หมุนวนอย่างรวดเร็วเบื้องหน้าของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเล็งตรงไปยังทิศทางของเจียงเสี่ยว
และในดวงตาแนวตั้งที่หรี่จนเป็นเส้นตรงของแรคคูนป่าฝนนั้น ก็เปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความเกลียดชัง มันคำรามอย่างบ้าคลั่ง “เมี๊ยว!!! อู๋!!!”
เจียงเสี่ยว: ???
เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้เลยเหรอ?
นี่แกเป็นแฟนเก่าใครปลอมตัวมาหรือเปล่า?
รีบถอดหนังแมวออกเถอะ อย่าแกล้งทำอีกเลย...
นี่มันเรื่องเมื่อกี่วันก่อนแล้ว? ทำไมยังจำได้อีก?
ว่าตามเหตุผลแล้ว หลังจากที่ฮีลแรคคูนป่าฝนในครั้งนั้น มันก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันต่อหน้าเจียงเสี่ยวอีกหลายครั้ง เพียงแต่เจียงเสี่ยวเป็นเพียงผู้ชมที่นั่งอยู่ด้านล่าง และแรคคูนป่าฝนก็ไม่เคยแสดงความเกลียดชังออกมาเลย
คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะซ่อนความรู้สึกได้ลึกถึงขขนาดนี้ จนกระทั่งได้พบกับเจียงเสี่ยวในสนามแข่งขัน จึงได้บุกเข้ามาเพื่อล้างแค้น
เจียงเสี่ยวหันหลังวิ่งทันที ใช้พริบตาเดียวก็ออกจากขอบเขตม่านพลังป้องกันไปแล้ว
“เมี๊ยว!!! อ๊าววว!!!” ลูกบอลพลังดาวที่หมุนวนลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่ กระทบเข้ากับม่านพลังป้องกันจนเกิดเสียงดังสนั่น
พร้อมกับเสียงดังกึกก้องที่ดังมาจากม่านพลังป้องกัน ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างก็มีสีหน้างุนงงเหมือนกัน
แรคคูนป่าฝนยังคงวิ่งต่อไป ขณะที่กำลังจะวิ่งเฉียดเจ้าชายบีโน่ไป เจ้าชายบีโน่ก็ยกสองมือขึ้น ถอยไปด้านข้างสองก้าว ทำท่าทาง ‘ไม่เกี่ยวกับฉัน’
และแรคคูนป่าฝนก็ไม่ได้สนใจเจ้าชายบีโน่เลยแม้แต่น้อย ภาพที่เห็นช่างดูกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด
ตุบ!
แรคคูนป่าฝนเอาศีรษะกระแทกเข้ากับม่านพลังป้องกัน แต่กลับไม่อาจทำลายได้ แม้แต่ลูกบอลพลังดาวเมื่อครู่ยังทำลายไม่ได้ แล้วศีรษะของมันจะกระแทกให้เปิดได้อย่างไร?
แรคคูนป่าฝนเดินไปมาอยู่หน้าม่านพลังป้องกัน ดวงตาแนวตั้งทั้งสองข้างจับจ้องไปที่เจียงเสี่ยวซึ่งอยู่ไม่ไกลอย่างไม่วางตา พลางคำรามอย่างเกรี้ยวกราด “เมี๊ยว~อู๋!!”
เจียงเสี่ยวเท้าสะเอว มองดูแรคคูนป่าฝนที่เดินไปมาอยู่อีกฟากของ ‘กำแพง’ อย่างจนปัญญา แล้วตะโกนเสียงดัง “จูเลียต ดูแลแมวของเธอหน่อยสิ! มันก่อกบฏแล้ว!”
จูเลียตเคลื่อนที่มาด้วยเถาวัลย์ดอกไม้ใต้ฝ่าเท้า ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย ดูอับอายอยู่บ้าง และรีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ไกลออกไป เจ้าหญิงโซเฟียมีสีหน้าจนปัญญา
“ปรี๊ด! ทีมหมายเลข 7 ทำผิดกติกา ตัดสินให้แพ้ทันที!” กรรมการโบกธงเล็กๆ ในมือ พลางเอ่ยขึ้น
“ฮือฮา...”
“ฮ่าฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะดังขึ้นจากผู้ชมด้านล่าง เมื่อเห็นจูเลียตนั่งยองๆ อยู่ข้างแรคคูนป่าฝน พยายามยื่นมือออกไปปลอบโยนมัน
ทว่าแรคคูนป่าฝนยังคงกระสับกระส่ายเดินไปมาอย่างบ้าคลั่ง จ้องเขม็งไปยังเจียงเสี่ยวที่อยู่นอกม่านพลังป้องกัน ในปากส่งเสียงขู่ฟ่อๆ ราวกับกำลังจะล่าเหยื่อ
เจียงเสี่ยวเอ่ยขึ้น “ให้ฉันสั่งสอนมันสักหน่อยดีไหม! เด็กไม่เชื่อฟัง ส่วนใหญ่เพราะถูกตามใจจนเคยตัว”
“เมี๊ยว! อู๋!!” เมื่อได้ยินแบบนั้น แรคคูนป่าฝนก็ยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีก สองมือเกาะม่านพลังป้องกัน ใช้กรงเล็บแหลมคมข่วนไม่หยุด
หน้ากากวิญญาณทะเลบนใบหน้าของมันได้ลอยจากไปไกลแล้ว กลับไปอยู่ข้างกายเจ้าหญิงโซเฟีย
“เฮ้อ เสี่ยวผีผู้น่ารัก เสี่ยวผีผู้แสนดี นายอย่าพูดอีกเลย!” จูเลียตยังคงต้องการปลอบโยนแรคคูนป่าฝน แต่คราวนี้กลับไม่อาจปลอบโยนได้อีกแล้ว
เธอยื่นมือไปลูบแผ่นหลังของแรคคูนป่าฝนโดยตรง พยายามจะเรียกมันกลับเข้าไปในแผนภูมิดารา “เอาล่ะ อย่าอาละวาดอีกเลย”
พูดพลาง จูเลียตก็ใช้มือตบมันจนกลายเป็นพลังดาว แล้วเรียกมันกลับเข้าไปในแผนภูมิดารา
ในเวลานี้ เจ้าชายบีโน่ก็เดินเข้ามาเหมือนกัน เขาใช้มือข้างหนึ่งพิงม่านพลังป้องกัน มองเจียงเสี่ยวที่อยู่นอกสนามแล้วกล่าวว่า “ดูนายสิ ตกใจกลัวหมดแล้ว”
เจียงเสี่ยวแทบจะชี้นิ้วด่าจมูกของเจ้าชายบีโน่อยู่แล้ว เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อครู่นายไม่ได้ยกมือแล้วถอยหลังหรือ? นายทำตัวไม่เกี่ยวข้องได้ใสสะอาดกว่าใคร หลบได้เร็วกว่าใครเพื่อนเลยนะ!”
ทว่าเจ้าชายบีโน่กลับทำสีหน้าราวกับผิดหวังในตัวเขา พลางส่ายหน้าให้เจียงเสี่ยวไม่หยุด “เฮ้อ นายยังเด็กเกินไปนัก”
เจียงเสี่ยว: “...”
ใบหน้าของจูเลียตเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอกล่าวขอโทษเจียงเสี่ยวไม่หยุด
เจียงเสี่ยวเองก็โบกมือไม่หยุดเหมือนกัน แสดงว่าไม่เป็นไร
พูดตามตรง นี่เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงดาราของจูเลียต หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เจียงเสี่ยวคงตบเข้าไปฉาดใหญ่แล้ว!
ฮีลน่ะหรือ? ไม่ฮีลให้แกหรอก!
ไม่ทำให้แกรู้สึกสบายอีกต่อไปแล้ว...
จูเลียตกลับไปรวมกลุ่มกับเจ้าหญิงโซเฟียด้วยสีหน้าอับอาย เมื่อครู่นี้องค์หญิงรองเพิ่งจะบอกว่าจะคว้าแชมป์ แต่ผลกลับกลายเป็นว่าถูกป่วนจนพัง
จูเลียตในฐานะเจ้าของสัตว์เลี้ยงดารา ต้องกล่าวขอโทษไปทั่ว เธอพูดกับโซเฟียว่า “โซเฟีย รอบต่อไปอาจจะแข่งไม่ได้แล้ว”
ทั้งสองถือเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาก ดังนั้นจูเลียตจึงเรียกชื่อโดยตรง ไม่ได้ใช้คำยกย่อง
องค์หญิงรองโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร รอบต่อไปก็ยอมแพ้ซะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลย”
เจียงเสี่ยวเดินเข้ามาเหมือนกัน เข้าไปใกล้ข้างกายจูเลียต แล้วกระซิบว่า “หลังจากกลับไปที่คฤหาสน์เบมูน้อยแล้ว เธอเรียกเจ้าแรคคูนป่าฝนออกมานะ ฉันจะฝึกสอนมันด้วยตัวเอง รับรองว่าจะทำให้มันเชื่องเหมือนลูกแมวแรกเกิดเลย”
ใครจะคิดว่า จูเลียตดูเหมือนจะพิจารณาข้อเสนอนี้อย่างจริงจัง ขณะที่เดินออกจากสนาม ก็พูดกับเจียงเสี่ยวว่า “อืม มันชักจะไม่เชื่อฟังมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่
ที่นี่คนเยอะเกินไป พวกเราไว้หน้ามันหน่อย รอหลังจากกลับไปแล้ว ฉันจะให้มันเผชิญหน้ากับนายตามลำพัง รับการฝึกสอนจากนาย”
“วางใจได้! มอบให้ฉันเถอะ!” เจียงเสี่ยวตบไหล่ของจูเลียตทีหนึ่ง พลางหัวเราะหึๆ “คอยดูฉันฮีลให้มันร้องเมี๊ยวๆ เลย!”
ด้านข้าง เจ้าหญิงโซเฟียพลันเอ่ยขึ้น “นอกจากสัตว์เลี้ยงดาราแล้ว คนก็ได้ด้วยหรือ?”
เจียงเสี่ยว: ???
โซเฟีย: “มีค่าจ้าง”
เจียงเสี่ยวกล่าว “ได้สิ! ใครกันที่มารังแกองค์หญิงของพวกเรา? บอกฉันมาเลย”
โซเฟียชี้ไปที่บีโน่ที่อยู่ไกลออกไป แล้วกล่าวว่า “เขาไม่เชื่อฟังอย่างมาก”
เจียงเสี่ยว: “...”
บนใบหน้าของโซเฟียปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมาอย่างแผ่วเบา พลางส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างสงสัย “หืม?”
สีหน้าของเจียงเสี่ยวดูอึดอัดเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ระดับไหนหรือ? ต้องฮีลให้เขาร้องเมี๊ยวๆ ด้วยไหม?”
ไกลออกไป เสียงของเจ้าชายบีโน่ดังขึ้นมา “กลับมาเร็วเข้า เจียงเสี่ยวผี พวกเราจะใช้จังหวะนี้แข่งรอบที่สองต่อเลย! แชมป์เป็นของพวกเราแล้ว!”
เจียงเสี่ยวหันไปมององค์ชายสามที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ พลางพึมพำเสียงเบา “องค์หญิงรอง แบบนั้นเธอคงต้องเพิ่มเงินแล้วล่ะ...”
“เอาล่ะ รีบไปแข่งเถอะ” จูเลียตผลักเจียงเสี่ยวเบาๆ แล้วหันไปเดินออกจากสนามพร้อมกับโซเฟีย
การแข่งขันรอบที่สอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันระดับสูงสุดสองคนจากประเทศเซีย - วิญญาณครึ่งคนครึ่งม้า!
สีหน้าของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองดูเคร่งขรึมเล็กน้อย ตั้งแต่เข้ามาในสนาม พวกเขาก็จ้องมองหมีเทียนขาวดำไม่วางตา
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ไม่รอกรรมการพูด ผู้เข้าแข่งขันจากเซียทั้งสองคนก็ได้อัญเชิญวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าออกมาแล้ว
วิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าที่ดูสง่างามและแข็งแกร่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกที่ชอบต่อสู้เหมือนกัน ทันทีที่ปรากฏตัว ก็ยกกีบหน้าขึ้น กระทืบลงบนพื้นหญ้าอย่างแรง แล้วมองไปยังคู่ต่อสู้ของตน
ทว่า เมื่อพวกเขาพบว่าคู่ต่อสู้ของตนเป็นหมีไผ่เพลิงอ้วนกลม วิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าทั้งสองก็ไม่พอใจขึ้นมา
พวกมันต่างหันไปมองเจ้าของของตน
ครั้งนี้ บนใบหน้าของเจ้าของทั้งสองไม่มีความอับอายใดๆ แต่กลับเอ่ยบางอย่างเป็นภาษาเซีย
เจียงเสี่ยวและบีโน่ต่างก็ไม่เข้าใจภาษาเซีย แต่จากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าทั้งสอง ก็พอจะเดาได้ว่าผู้เข้าแข่งขันจากเซียทั้งสองน่าจะกำลังบอกพวกมันว่า: เจ้าหมีอ้วนตัวนี้ไม่เพียงแต่น่ารัก แต่ยังดุร้ายมากด้วย!
เห็นเพียงวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าทั้งสองอัญเชิญคันธนูวิญญาณออกมา คันธนูวิญญาณมายาขนาดใหญ่นั้นงดงามอย่างมาก บนคันธนูยังมีหมอกบางๆ ลอยอยู่
ในเบ้าตาที่ลึกลงไปของครึ่งคนครึ่งม้า ดวงตาที่ดุร้ายคู่หนึ่งจ้องมองหมีไผ่ที่อยู่ไกลออกไปอย่างเงียบๆ เตรียมพร้อมที่จะจู่โจม
ทางด้านนี้ เจียงเสี่ยวชนไหล่ของเจ้าชายบีโน่เบาๆ แล้วกระซิบว่า “ถ้าออกจากสนาม ก็น่าจะถือว่าสละสิทธิ์โดยสมัครใจใช่ไหม?”
เจ้าชายบีโน่พยักหน้า แล้วก็เข้าใจความหมายของเจียงเสี่ยวในทันที “นายคิดจะ...”
“หึหึ ถึงแม้พวกมันจะมีทักษะดาราสายชำระล้าง แต่กลับไม่มีทักษะดาราสายปลอบประโลมจิตใจนะ” เจียงเสี่ยวแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า “นายก็ภาวนาเอาเองเถอะ”
สีหน้าของเจ้าชายบีโน่เปลี่ยนไป เขาอ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อนึกถึงรางวัลของการเป็นแชมป์...
“สมาชิกทั้งสองทีมพร้อมแล้วหรือไม่!?” กรรมการมองซ้ายขวาเพื่อยืนยัน แล้วก็โบกธงลง “เริ่มการแข่งขัน!”
สิ้นเสียงพูด คู่ต่อสู้จากเซียทั้งสองคนก็เอ่ยบางอย่างขึ้นพร้อมกัน
เห็นเพียงวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าทั้งสองต่างยกมือขึ้นยิงธนู
ลูกธนูวิญญาณขนาดใหญ่สองดอกพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ลูกธนูหนึ่งดอกลอยค้างอยู่กลางอากาศ ส่วนอีกลูกหนึ่งเมื่อไปถึงระดับความสูงที่กำหนด ก็กลายเป็นตาข่ายธนูที่เต็มไปด้วยหมอก แล้วโปรยปรายลงมา!
เจียงเสี่ยวสั่งเสียงดัง “หมีอิ๋งอิ๋ง! กายาบรรพชน!”
“อิ๋ง~อิ๋ง!!” หมีอิ๋งอิ๋งคำรามเสียงหนึ่ง มันยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่สนใจตาข่ายธนูที่กำลังจับกุมมันเลยแม้แต่น้อย ร่างกายทั้งร่างพลันขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น...
วินาทีต่อมา หมีไผ่เพลิงขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชาวโลก ดึงดูดเสียงชื่นชมออกมาเป็นระลอก
ทว่าเจ้าชายบีโน่กลับถอยหลังไปอย่างแนบเนียน เมื่อได้ยินเสียงชื่นชมจากที่นั่งผู้ชม เจ้าชายบีโน่ก็อดไม่ได้ที่จะทำสีหน้าเศร้าสร้อยให้พวกเขา
ช่างไร้เดียงสา! อ่อนหัด!
พวกเธอยังไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร... หวังว่าบริกร บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ในสนาม จะสามารถปลอบโยนทุกคนที่อยู่ในที่นี้ได้นะ
“หมีอิ๋งอิ๋ง! ตำนานกลืนเหล็ก! คำรามออกมา!” เจียงเสี่ยวยกหมัดขวาขึ้นสูง สั่งเสียงดัง แล้วก็เสริมอีกประโยคหนึ่งว่า “อย่าลืมดูแลฉันด้วย”
ครั้งที่แล้ว ตอนเกิดภัยพิบัติมังกรหมี หมีอิ๋งอิ๋งฆ่าไม่เลือกหน้า นับเจียงเสี่ยวเป็นศัตรูไปด้วย
ว่าตามเหตุผลแล้ว การใช้ทักษะดาราตำนานกลืนเหล็ก ควรจะดูแลเจ้าชายบีโน่ไปด้วยได้ แต่...แต่เจียงเสี่ยวมันร้าย~
ไม่สิ เจียงเสี่ยวกำลังเตรียมที่จะให้หมีอิ๋งอิ๋งใช้พลังอย่างเต็มที่ อย่าให้คนอื่นมารบกวนการปลดปล่อยทักษะดารา
ใช่! ต้องใช้พลังอย่างเต็มที่!
“โฮก!” หมีอิ๋งอิ๋งเงยหน้าขึ้นอย่างแรง คำรามก้องฟ้า ตาข่ายธนูที่เต็มไปด้วยหมอกก็ตกลงมา
ตอนที่หมีอิ๋งอิ๋งตัวเล็ก ตาข่ายธนูนั้นยังพอจะจับมันได้ แต่ตอนนี้มันตัวใหญ่ขนาดนี้ ตาข่ายธนูนั้นไม่อาจกักขังหมีอิ๋งอิ๋งได้เลย
ทักษะคำราม ตำนานกลืนเหล็ก!
เสียงคำรามนี้ดังขึ้นมา ทั้งสนามก็ “เดือด” ขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะ “ผ้าขี้ริ้ว” หมอผื่นแดงที่ห้อยอยู่บนไหล่ของหมีอิ๋งอิ๋ง มันสั่นระริก ขยับร่างกาย พยายามจะหนีออกจากที่นี่
ขาของเจ้าชายบีโน่สั่นระริก หลังพิงม่านพลังป้องกัน ถอยไม่ได้อีกแล้ว ราวกับว่าม่านพลังป้องกันนั้นเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย เหล่านักรบดาราที่ค้ำจุนม่านพลังป้องกันอยู่ ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเหมือนกัน
หมีอิ๋งอิ๋งจับหมอผื่นแดงบนไหล่ของมัน แล้วโยนออกไปทันที
ตระกูลสูงศักดิ์ไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีม!
เจียงเสี่ยวยกหมัดขวาขึ้นสูง ทำท่าทางดูความสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่ “ใช่! ดีมาก! คำรามออกมาให้ฉัน! ตำนานกลืนเหล็ก!”
“อ๊าววว~~~อูววว~~~” หมีอิ๋งอิ๋งคำรามอย่างบ้าคลั่ง ผู้เข้าแข่งขันจากเซียทั้งสองคนหน้าซีดเผือด รีบใช้ทักษะดาราสนับสนุนเสริมพลังให้ตัวเอง
แต่ทว่าวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าทั้งสองกลับตกใจกลัวขึ้นมา กีบม้าทั้งสี่ข้างขยับไปมา ราวกับม้าสองตัวที่ตื่นตกใจ
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...
ลูกธนูวิญญาณที่ลอยอยู่กลางอากาศยังคงทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ลูกธนูราวกับห่าฝน ยิงเข้าใส่หมีอิ๋งอิ๋งอย่างรวดเร็ว
หมีอิ๋งอิ๋งตัวใหญ่เกินไป เป้าหมายใหญ่เกินไป ไม่อาจหลบได้เลย และมันก็ไม่ได้คิดจะหลบ
มันปล่อยให้ลูกธนูวิญญาณที่กลายเป็นของจริงยิงเข้าใส่ร่างกายของมัน แล้วก็ถูกไขมันหมีหนาๆ ดีดออกไป
“อ๊าววว~~~อูววว~~~” หมีอิ๋งอิ๋งอาบไล้ท่ามกลางห่าฝนธนู ยังคงเงยหน้าคำรามต่อไป
“บ้าเอ๊ย!”
“นี่มัน...นี่...อย่าเหยียบฉัน!”
“ปกป้องฉัน! รีบมาปกป้อง...” สนามเกิดความโกลาหลขึ้น แต่ภายใต้แสงสีเขียวมรกตที่ส่องสว่าง ผู้คนก็ค่อยๆ สงบลง
ผู้ชมกลุ่มนี้มีผู้พิทักษ์คอยช่วยเหลือ ผู้ที่ค้ำจุนม่านพลังป้องกันก็มีผู้พิทักษ์เข้ามาช่วย ผู้คนค่อยๆ สงบลง แต่ทว่าวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าทั้งสองกลับไม่มีความช่วยเหลือจากนอกสนามเลย
“อ๊าววว~~~อูววว~~~” หมีอิ๋งอิ๋งคำรามเสียงแล้วเสียงเล่า กีบม้าทั้งสี่ของวิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าส่งเสียง “ตั่กๆ” ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายราวกับควบคุมไม่ได้ วิ่งชนไปทั่วอย่างตื่นตระหนก
“หยุด! สงบลง! ตั้งสติ!” ผู้เข้าแข่งขันจากเซียสามารถทำให้ตัวเองสงบลงได้ แต่กลับไม่สามารถใช้ทักษะดาราช่วยสัตว์เลี้ยงดาราได้
เมื่อเสียงคำรามตำนานกลืนเหล็กครั้งที่ห้าดังขึ้น วิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าตัวหนึ่งก็วิ่งหนีอย่างไม่เลือกทาง ชนทะลุขอบเขตของม่านพลังป้องกันออกไป...
ร่างวิญญาณของครึ่งคนครึ่งม้าก็มีข้อเสียเหมือนกัน นั่นคือม่านพลังป้องกันไม่อาจหยุดมันได้
“ยอม! ยอมแพ้ พวกเรายอมแพ้!” ผู้เข้าแข่งขันจากเซียยกมือขึ้น ตะโกนเสียงดัง
ในสถานการณ์ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงดาราสายสนับสนุนคอยช่วยเหลือ วิญญาณครึ่งคนครึ่งม้าจะเอาแรงที่ไหนมาสู้ต่อ?
พวกมันยังมีพลังที่จะสู้ต่อได้ แต่จิตใจกลับได้รับบาดแผลอย่างรุนแรง ไม่อาจรวมพลังโต้กลับได้อีกต่อไป
ในสนามแข่งขัน กรรมการถอยไปอยู่ขอบม่านพลังป้องกันนานแล้ว ภายใต้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหลัง และภายใต้การปลอบประโลมของแสงสีเขียว เขาปากสั่นระริกกล่าวว่า “ทีม...หมายเลข 6 ชะ-ชนะ-การ-แข่งขัน”
“หึ~” หมีอิ๋งอิ๋งใช้สองอุ้งเท้าสะเอว ส่ายพุงกลมๆ ของมันไปมา เอียงศีรษะ แล้วส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างหยิ่งผยอง