- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 620 การประเมินสุดที่รักของทีม ภาค 2
บทที่ 620 การประเมินสุดที่รักของทีม ภาค 2
บทที่ 620 การประเมินสุดที่รักของทีม ภาค 2
“จิ๊ จิ๊ ร้อยตรีเซี่ย”
เจียงเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยเหยียนที่ทำหน้าตาน่าสงสาร ยศของเจียงเสี่ยวนั้นคือร้อยโท โดยทั่วไปแล้วนักศึกษามหาวิทยาลัยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับยศร้อยโท แต่ความแตกต่างคือเจียงเสี่ยวยังเรียนไม่จบ เพิ่งจะอยู่ปีหนึ่งเท่านั้น
ฉินหว่างชวนรับบัตรนายทหารกลับมา แต่กลับไม่ได้มอบให้เซี่ยเหยียน หากแต่กล่าวต่อไปว่า “หานเจียงเสว่กับเสี่ยวผีได้พิสูจน์ฝีมือและศักยภาพของตนเองในการแข่งขันเวิลด์คัพแล้ว ส่วนเธอ เซี่ยเหยียน ยังต้องผ่านการประเมินเพื่อบรรจุเป็นทางการอีกครั้ง”
เซี่ยเหยียนเบ้ปาก ไม่ค่อยพอใจนัก
แน่นอนว่า ก็ไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ การที่เธอมีโอกาสได้บรรจุเป็นทางการตั้งแต่ปีหนึ่ง คาดว่าคงเป็นเพราะเพื่อนร่วมทีมประจำของเธอ
หานเจียงเสว่เอ่ยถามว่า “ภารกิจประเมินคืออะไรหรือคะ?”
ฉินหว่างชวนมองไปยังเซี่ยเหยียนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ได้ยินมาว่า เธอขาดทักษะดาราประเภทอัญเชิญอาวุธ เพื่อมาใช้ร่วมกับทักษะดาราใบมีดสังหารของเธองั้นหรือ?”
“เอ๊ะ?” เซี่ยเหยียนเบิกตากว้าง พยักหน้าติดต่อกัน
ฉินหว่างชวนพยักหน้าอย่างครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นสถานที่ประเมินก็กำหนดเป็นถ้ำสังหารแล้วกัน”
เซี่ยเหยียนอ้าปากค้างเล็กน้อย นี่จะนับเป็นการประเมินได้อย่างไรกัน? นี่มันเป็นการมอบโอกาสให้ตนเองได้เข้าไปในถ้ำสังหาร เพื่อให้ได้ฝึกฝนและเติบโตต่างหากเล่า!
ฉินหว่างชวน ช่างเป็นชายหนุ่มที่อบอุ่นเสียจริง
นี่คือบุรุษในตำนานผู้ตั้งปณิธานว่าจะเป็นราชาแห่งตัวสำรองอย่างนั้นหรือ?
ฉินหว่างชวนส่งสัญญาณให้ซ่งชุนซี แล้วกล่าวว่า “ฉันรวบรวมคนในทีมบุกเบิกของพวกเธอครบแล้ว พวกเธอเปิดเรียนมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ถึงเวลาที่ต้องออกไปเข้าร่วมวิชาปฏิบัติของศิษย์ผู้บุกเบิกแล้ว”
“ค่ะ!” เซี่ยเหยียนรีบตอบรับ “จะออกเดินทางเมื่อไหร่หรือคะ?”
ฉินหว่างชวน: “พรุ่งนี้เช้าแปดโมง ออกเดินทางตรงเวลา
คืนนี้ กลุ่มของพวกเธอเข้าเวรที่นี่ ปรึกษาแผนการรบกันเสีย พรุ่งนี้หลังจากกองทัพผู้บุกเบิกมาเปลี่ยนเวรแล้ว พวกเธอสี่คนก็ไปรอฉันที่ประตูโรงเรียน
อ้อ ใช่ พรุ่งนี้ตอนที่ในทีมนำอาหารเช้ามาให้ จะมีชุดมาให้ด้วย อย่าลืมแต่งกายให้เรียบร้อยล่ะ”
ทุกคนต่างรับคำ
ฉินหว่างชวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์ คาดว่าคงจะกลับไปนอน
เซี่ยเหยียนมองบัตรนายทหารกองทัพผู้บุกเบิกของหานเจียงเสว่ด้วยความอิจฉา แต่กลับพบว่าที่โต๊ะของเจียงเสี่ยวที่อยู่ทางนั้น กลับมีบัตรประจำตัวสองใบวางอยู่ ดูเหมือนกำลังเปรียบเทียบอะไรบางอย่าง
เซี่ยเหยียนเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย มองดูบัตรนายทหารสีดำขลับทั้งสองเล่ม อันหนึ่งเป็นโล่ห์อักษร ‘เย่’ สีเงิน อีกอันเป็นโล่ห์อักษร ‘ฮวาง’ สีทองแดง
“อืม ไม่เลว เป้าหมายต่อไป กองทัพข่ายเสวียน”
เจียงเสี่ยวลูบคาง พึมพำกับตนเอง
เซี่ยเหยียน: “นายหน้าตาไม่สวยเท่าฉัน แต่กลับคิดได้สวยงามจริง ๆ เลยนะ?”
เจียงเสี่ยวเงยหน้ามองเซี่ยเหยียน พลันยิ้มอย่างมีเลศนัย “ยังจำการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนั้นได้หรือไม่?”
เซี่ยเหยียน: “ทำไมหรือ?”
เจียงเสี่ยวนับนิ้ว “หลี่เหวยอี หานเจียงเสว่ และฉัน พวกเราสามคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพิเศษแล้ว ไปเป็นเพื่อนเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยคนเดียว”
เซี่ยเหยียนกะพริบตา: “เอ่อ”
เจียงเสี่ยวชี้ไปที่ห้องนี้อีกครั้ง: “ตอนนี้ ซ่งชุนซี หานเจียงเสว่ และฉัน ทหารกองทัพผู้บุกเบิกอย่างเป็นทางการสามคน มาเป็นเพื่อนเธอเข้ารับการประเมินคนเดียว”
เซี่ยเหยียนขยี้ผมสั้นสีน้ำตาลแดงของตน ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ?
เจียงเสี่ยวถอนหายใจเบาๆ: “เธอต่างหากที่เป็นสุดที่รักของทีมอย่างแท้จริงนะ ร้อยตรีเซี่ย”
เซี่ยเหยียน: “...”
ทั้งสี่คนแลกเปลี่ยนข่าวคราวกัน ศึกษาสิ่งมีชีวิตตระกูลสังหารในถ้ำสังหาร และหารือเกี่ยวกับแผนการรบ จากนั้นจึงผลัดเปลี่ยนเวรยามกันนอน
เจียงเสี่ยวชอบบรรยากาศของทีมนี้มาก ซ่งชุนซีเป็นคนที่อ่อนโยน ในฐานะนักรบว่องไวสายเพลิงทมิฬเช่นเดียวกัน นิสัยของเธอนั้นร่าเริงกว่าเซี่ยเหยียนมาก เธอแยกแยะเรื่องชีวิตส่วนตัวและการต่อสู้ออกจากกันอย่างชัดเจน
รอยยิ้มของเธอมีพลังดึงดูดอย่างมาก ริมฝีปากยังคงทาลิปสติกสีสันสดใส ทุกครั้งที่เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน ห้องทั้งห้องก็ดูเหมือนจะสว่างไสวขึ้นไม่น้อย
ซ่งชุนซีที่มีนิสัยแบบนี้ ได้รับการแต่งตั้งจากฉินหว่างชวนให้เป็นหัวหน้าทีมนี้
เธอยังได้เสนอตำแหน่งผู้บัญชาการให้หานเจียงเสว่ด้วยตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในช่วงการแข่งขันเวิลด์คัพ หานเจียงเสว่ก็เป็นผู้บัญชาการของทีมเหมือนกัน
หานเจียงเสว่ปรึกษากับเจียงเสี่ยวแล้ว จึงยอมรับการตัดสินใจนี้
ตามที่ซ่งชุนซีบอก ผู้บังคับบัญชาได้กำหนดตำแหน่งให้เธอแล้ว อย่างน้อยก่อนที่หานเจียงเสว่และเซี่ยเหยียนจะเรียนจบ ซ่งชุนซีจะประจำการอยู่ที่นักรบดาราแห่งเมืองหลวง และจะพยายามรับบทบาทเป็นครูฝึกผู้บุกเบิก เพื่อฝึกฝนศิษย์ผู้บุกเบิกรุ่นที่สองที่คัดเลือกมาจากนักรบดาราแห่งเมืองหลวง
ในความเป็นจริง หานเจียงเสว่ได้บรรจุเป็นทางการแล้ว การบรรจุของเซี่ยเหยียนก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว จะอยู่โรงเรียนต่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
แต่นักรบดาราแห่งเมืองหลวงย่อมไม่ปล่อยให้หานเจียงเสว่จากไป ที่สำคัญที่สุดคือ จากมุมมองส่วนตัวแล้ว หานเจียงเสว่และเซี่ยเหยียนยังเด็กเกินไป พวกเธอต้องการเวลาสามปีนี้เพื่อเติบโตจริงๆ
หลังจากสามปี ทีมนี้อาจจะเหมือนกับกองทัพผู้บุกเบิกอื่นๆ ที่ต้องปฏิบัติภารกิจตามปกติ
ฉินหว่างชวน หรืออาจกล่าวได้ว่ากองทัพผู้บุกเบิกนั้นวางแผนมาอย่างดี จัดการทะเบียนทหารของเจียงเสี่ยวไม่ได้หรือ? ไม่เป็นไร ก็แค่ไม่ส่งคนมาให้ทีมนี้ ปล่อยให้สี่คนนี้ปฏิบัติภารกิจร่วมกันไป
แม้ว่านาย เจียงเสี่ยว จะเป็น “กองทหารอาสา” แม้ว่านายจะเป็น “กำลังเสริมจากภายนอก” แต่เมื่อทีมนี้ปฏิบัติภารกิจ นายจะมาหรือไม่?
เมื่อหานเจียงเสว่ต้องการจะไปทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างในมิติต่างมิติแห่งหนึ่ง นายจะมาหรือไม่?
แม้ว่าเราจะบอกนายอย่างชัดเจนว่าจะส่งผู้สนับสนุนที่ยอดเยี่ยมมาให้ทีมนี้ เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับทีม นายจะวางใจได้หรือ?
การกระทำของกองทัพผู้บุกเบิกแบบนี้ ก็เป็นเพราะเจียงเสี่ยวนั้นยอดเยี่ยมเกินไปจริงๆ!
แชมป์การแข่งขันเดี่ยวเวิลด์คัพ! นักรบดาราสายสนับสนุนทางการแพทย์! นี่มันคือความสำเร็จระดับเทพชัดๆ!
ในอีกด้านหนึ่ง กองทัพผู้บุกเบิกก็จนปัญญากับเจี่ยวเสี่ยวเหมือนกัน
โฮ่วหมิงหมิง! ในฐานะผู้เล่นสายโจมตีที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก รูปแบบและลักษณะการต่อสู้ของเธอ เรียกได้ว่าสร้างมาเพื่อกองทัพผู้บุกเบิกโดยเฉพาะ!
และโฮ่วหมิงหมิงผู้หยิ่งทะนง ในช่วงสี่ปีของมหาวิทยาลัย ก็มุ่งมั่นเพียงแค่แชมป์การแข่งขันเดี่ยวเวิลด์คัพ ปฏิเสธคำเชิญทุกอย่าง เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะมุ่งเน้นเพียงเป้าหมายเดียว เรื่องงานและอื่นๆ ค่อยว่ากันหลังจบเวิลด์คัพ
ผลปรากฏว่าเมื่อเวิลด์คัพสิ้นสุดลง กองทัพผู้บุกเบิกส่งตัวแทนไปเจรจากับโฮ่วหมิงหมิง โฮ่วหมิงหมิงกลับให้คำตอบมาประโยคหนึ่งว่า “ฉันจะไปเฝ้ายามราตรี”
ตอนนั้นทหารกองทัพผู้บุกเบิกสองคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
เธอมีศักยภาพสูงส่ง เป็นสายโจมตีที่ร้อนแรงขนาดนี้ จะไปเฝ้ายามราตรีทำไม? ไปมองท้องฟ้าหรือ?
สถานที่นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นที่ที่จ้าวเหวินหลงควรจะไป
ความรักความแค้นระหว่างกองทัพผู้บุกเบิกกับเจียงเสี่ยว เชื่อว่าจะยังคงพัวพันกันไปอีกนาน
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสี่คนล้างหน้าล้างตาเสร็จ กินอาหารเช้าที่ทีมส่งมาให้ และเปลี่ยนเป็นชุดทหารที่ทีมสั่งทำพิเศษ
ในสถานการณ์ปกติ ชุดทหารของกองทัพผู้บุกเบิกค่อนข้างเป็นอิสระ ไม่มีมาตรฐานที่ตายตัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของพวกเขาในฐานะกองทัพอันดับหนึ่งของฮวาเซี่ย!
จุดที่สำคัญที่สุดคือปลอกแขน
ส่วนอื่นๆ นั้นไม่มีมาตรฐานที่เข้มงวด ขอเพียงไม่โดดเด่นเกินไป และพยายามสวมใส่เสื้อผ้าของทหารก็พอ
คุณชอบพันผ้าพันคอ? ชอบสวมหมวก? ชอบใส่รองเท้าบูทมาร์ติน? ไม่เป็นไรทั้งนั้น ขอแค่คุณสบายก็พอ! ขอเพียงคุณสามารถบุกเข้าไปในมิติต่างมิติได้อย่างสบายใจ ทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างได้อย่างสะใจ และกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็พอ
อย่างไรก็ตาม ชุดที่ทีมส่งมาให้ครั้งนี้ล้วนเป็นลายพรางทะเลทราย ส่วนในอนาคตทั้งสี่คนจะสวมใส่อะไร ก็สามารถไปสั่งทำเป็นการส่วนตัวได้
จากนั้น เจียงเสี่ยวผู้ซุกซนจนเข้ากระดูก หลังจากแต่งกายเรียบร้อยแล้ว ก็จงใจถ่ายรูปส่งให้เอ้อร์เหว่ย
ด้านล่างยังเพิ่มข้อความอีกหนึ่งบรรทัด: “วางใจเถอะ พวกเขาได้ไปแค่ตัวของผมเท่านั้น”