- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 068 สู้!
บทที่ 068 สู้!
บทที่ 068 สู้!
“พรวด...”
“หัวเกรียนนั่นปากกล้าไม่เบาเลยแฮะ”
“นี่มันเป็นคำคมขึ้นชื่อของเป่ยเจียงพวกเราเลยนะ: พูดน้อยต่อยหนัก จัดไปอย่าให้เสีย!”
“ไสหัวไปเลย ฉันคนเหลียวตงก็พูดแบบนี้เหมือนกัน”
“คนจี๋หลินที่ถูกขนาบอยู่ตรงกลางได้แต่ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าเอ่ยปาก”
“สามมณฑลทางเหนือไม่ใช่ว่าเป็นมณฑลเดียวกันหรอกหรือ? พวกเธอยังแบ่งแยกพื้นที่กันอีกเหรอ?”
“ใครบอกเธอว่าสามมณฑลทางเหนือเป็นมณฑลเดียวกัน? ครูภูมิศาสตร์ของเธอในหลุมคงนอนตายตาไม่หลับแล้ว รีบกลับไปดูที่โรงเรียนได้แล้วไป”
บนเวที อาจารย์เอ่ยขึ้นว่า “ทีมแชมป์ปีหนึ่งเลือกที่จะท้าประลองกับทีมแชมป์ปีสาม เนื่องจากข้อจำกัดของกฎกติกา การแข่งขันในครั้งนี้จึงไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น”
เกาจวิ้นเหว่ยโยนดาบถังไม้ในมือทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ หันไปมองกรรมการ พลางเร่งเร้าว่า “เริ่มได้หรือยัง?”
กรรมการเอ่ยขึ้นว่า “ฉันก็กำลังรอคำสั่งอยู่เหมือนกัน”
“เฮ้ พ่อหนุ่มที่เล่นดาบน่ะ”
ฝั่งตรงข้าม พลันมีเสียงของเจียงเสี่ยวแว่วมา
เกาจวิ้นเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง หันไปมองเจียงเสี่ยว เขาคาดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะกล้ามาพูดคุยกับตนเอง?
แน่นอนว่า มีหลายสิ่งที่เกาจวิ้นเหว่ยคาดไม่ถึง ตัวอย่างเช่น เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าอีกฝ่ายจะมีความกล้าหาญพอที่จะขึ้นมาให้เขาซ้อม
“มีอะไรก็รีบพูดมา!” เกาจวิ้นเหว่ยเอ่ยขึ้น “อีกเดี๋ยวนายจะพูดไม่ออกแล้ว”
เจียงเสี่ยวกล่าวว่า “ได้ยินมาว่า ภายใต้ความพยายามอย่างไม่ลดละตลอดทั้งปีที่แล้วของนาย ทำให้ทีมของพวกนายพลาดเกียรติยศทุกอย่างไปเลยอย่างนั้นหรือ?”
สีหน้าของเกาจวิ้นเหว่ยพลันมืดครึ้มลงทันที กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “นายพูดว่าอะไรนะ?”
เจียงเสี่ยวไหวไหล่พลางกล่าวว่า “อ้อ ก็จริงนะ สุดท้ายตอนสอบปลายภาคก็ชนะนี่นา รอบๆ มีแต่อาจารย์คอยจับตาดูอยู่ เลยไม่กล้าเล่นสกปรกกับเพื่อนร่วมทีมใช่ไหมล่ะ?”
เกาจวิ้นเหว่ยกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อย
อาจารย์บนเวทีตกตะลึงเล็กน้อย หันไปมองผู้อำนวยการเหยียน คำพูดของเด็กปีหนึ่งคนนี้ร้ายแรงมาก ในที่นี้มีบุคคลภายนอกจากโรงเรียนอื่นอยู่มากมาย หากคำพูดนี้แพร่ออกไป ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของโรงเรียน
ผู้อำนวยการเหยียนส่ายศีรษะ พลางยิ้มกล่าวว่า “ต้องพลิกแพลงจึงจะได้รับชัยชนะ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการต่อสู้ที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาอีกครั้ง”
ข้างๆ ชายในชุดทหารกล่าวอย่างคาดหวังว่า “ไม่รู้ว่าครั้งนี้พวกเขาจะเล่นประสานงานกันแบบไหน”
“อืม คิดๆ ดูแล้วก็ใช่ ในมิติต่างมิติก็คงไม่ต้องเกรงใจอะไรแล้ว อยากจะเล่นงานใครก็เล่นงานคนนั้น”
เจียงเสี่ยวยิ้มพลางมองไปที่เกาจวิ้นเหว่ย “ใช่ไหมล่ะ?”
“นายหาที่ตาย”
เกาจวิ้นเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในน้ำเสียงเจือความสั่นเทา ราวกับไม่อาจสะกดกลั้นความโกรธในใจได้อีกต่อไป
“ฉันว่านะ นายอย่ามาทำลายอนาคตคนอื่นที่นี่เลยจะดีกว่า”
เจียงเสี่ยวกล่าวเสียงดัง “ทีมอันธพาลโรงเรียนนี้ มีปลาเน่าอย่างนายอยู่ด้วย ก็ทำให้ระดับตกลงไปไม่น้อยเลยจริงๆ สามารถพลาดเกียรติยศไปได้มากมายขนาดนี้ นายเข้ามาอยู่ในทีมอันธพาลโรงเรียนได้ยังไงกัน?”
เกาจวิ้นเหว่ยตะโกนด้วยความโกรธว่า “นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
“โอ้โห?” เจียงเสี่ยวเกาศีรษะ “นายก็เปลี่ยนอาชีพมาเป็นหมอดูแล้วเหรอ?”
เกาจวิ้นเหว่ยแทบจะโมโหจนหน้าเบี้ยว
“ตอนนี้ฉันเลิกทำนายดวงแล้วล่ะ ฉันเปลี่ยนอาชีพมาปั๊มกุญแจแทน”
เจียงเสี่ยวกล่าวพลางยิ้มอย่างร่าเริง “นายจะปั๊มไหม?”
เกาจวิ้นเหว่ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ชั่วขณะหนึ่งยังตามไม่ทัน จึงกล่าวว่า “ฉันจะไปปั๊มบ้าอะไรเล่า หุบปาก!”
เจียงเสี่ยวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่ นายไม่คู่ควร!”
เกาจวิ้นเหว่ยถึงได้เข้าใจ นี่มันกำลังพูดว่าตนเองคู่ควรกับทีมอันธพาลโรงเรียนหรือไม่?
อีกฝ่ายกำลังสงสัยว่าตนเองเข้ามาอยู่ในทีมอันธพาลโรงเรียนได้อย่างไร?
เกาจวิ้นเหว่ยตะโกนด้วยความโกรธว่า “ฉันไม่คู่ควรตรงไหน!?”
“นายคู่ควรเหรอ?” เจียงเสี่ยวเลิกคิ้วขึ้น กล่าวว่า “นายอยากทำกี่ดอกล่ะ?”
“พรวด...”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
“บัดซบ ไอ้หัวเกรียนนี่ปากคอเราะร้ายจริงๆ กวนประสาทชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“อัจฉริยะด้านการสนทนา!”
“ขำจนจะตายอยู่แล้ว ฮ่าฮ่า”
“ฉัน%¥#@%¥”
เกาจวิ้นเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป ก้าวเท้าพุ่งเข้าใส่เจียงเสี่ยว
“ปี๊ด ปี๊ด!” เสียงนกหวีดของกรรมการดังขึ้นอย่างขาดๆ หายๆ ดูเหมือนจะขำจนทนไม่ไหวเช่นกัน “การแข่งขัน...ยังไม่เริ่ม กรุณากลับไปยังฝั่งของตนเอง มิฉะนั้น...จะถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันนัดพิเศษ”
เจียงเสี่ยวก้าวไปข้างหน้า ยื่นฝ่ามือออกไป ทำท่าแปะมือแสดงความยินดีกับพี่น้องหัวเกรียน พี่ใหญ่จูเหวินค่อนข้างจนปัญญา ส่วนพี่รองจูอู่กลับหัวเราะจนน้ำตาแทบไหล ตบฝ่ามือของเจียงเสี่ยวอย่างแรง
เจียงเสี่ยวก็ถือโอกาสทิ้ง “ประทับ” ไว้บนร่างของทั้งสองคน
ตำแหน่งของเจียงเสี่ยวอยู่ตรงกลางของรูปตัว “t” เขาจึงก้าวถอยหลังไปอีก โดยไม่หันกลับไปมอง พลางยื่นฝ่ามือไปด้านหลัง
อีเหลียนน่าทั้งอยากหัวเราะทั้งโมโหกับเจียงเสี่ยว เธอยื่นมือไปตบฝ่ามือของเจียงเสี่ยวเบาๆ
ประทับ สวมใส่ ทุกอย่างเตรียมพร้อม
“นายยั่วโมโหเขาแบบนี้ดีแล้วจริงๆ เหรอ? อีกเดี๋ยวเขาคงไม่ออมมือแม้แต่น้อย”
อีเหลียนน่าเอ่ยขึ้น
“เธอคิดว่าเดิมทีเขาจะออมมือให้พวกเราหรือไง?” เจียงเสี่ยวแค่นเสียงหึออกมา กล่าวว่า “ศัตรูของพวกเรามีแค่เขาคนเดียว ไม่ต้องไปสนใจสามคนที่ยืนอยู่ตรงเส้นหลังนั่น”
“หา?”
“อะไรนะ?”
“นายแน่ใจนะ?” เพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนต่างส่งเสียงแสดงความสงสัยออกมา
เจียงเสี่ยวพยักหน้า “คนเรามักจะทำตัวเองให้เดือดร้อนเสมอ ลองคิดดูดีๆ สิว่า คนแบบไหนกันถึงจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพที่ถูกทุกคนทอดทิ้งได้ จริงสิ เสี่ยวน่า”
อีเหลียนน่า “อืม?”
เจียงเสี่ยวกล่าวว่า “ระเบิดกางเกงเขา อารมณ์ของเขาถูกฉันจูงจมูกมาตลอด ยังไม่ได้ดูดซับลูกแก้วดาราเพื่อเติมพลังเลย พวกเราอยากจะชนะได้ก็ต้องสู้แบบยืดเยื้อเท่านั้น ถ้าในกระเป๋าเขาไม่มีลูกแก้วดาราก็ยิ่งดี
เธอระเบิดกางเกงเขาให้ขาด อย่าให้เขามีโอกาสเติมพลัง ระเบิดอัคคีทำได้แน่นอน เธอทำได้แน่นอน”
“ทั้งสองฝ่าย เตรียมตัว!” กรรมการชูธงเล็กๆ ขึ้นสูง
ฟุ่บ!
ธงถูกโบกสะบัด การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น!
รูปแบบการต่อสู้ของทีมแชมป์ปีสามที่สู้กับทีมแชมป์ปีสองนั้นเหมือนกันทุกประการ สามคนที่อยู่ด้านหลังยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
เกาจวิ้นเหว่ยอดรนทนไม่ไหวมานานแล้ว ความโกรธเต็มอก เขานำหน้าพุ่งเข้ามาเป็นคนแรก
บนหมัดขวาของเขาปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าสีทองอร่ามหนาทึบ ช่างน่าจับตามองยิ่งนัก
เมื่อเผชิญหน้ากับพี่น้องหัวเกรียนที่ยืนหยัดเตรียมพร้อม ขวางอยู่หน้าเจียงเสี่ยว เกาจวิ้นเหว่ยพลางวิ่งพลางตะโกนด้วยความโกรธว่า “หลีกไป!”
ทักษะดาราทองคำ เสียงคำรามข่มขวัญ!
ในชั่วพริบตา พี่น้องหัวเกรียนก็รู้สึกหวาดหวั่นในใจ ทั้งสองที่กำลังฮึกเหิม กลับเกิดความคิดที่จะถอยหนีขึ้นมาอย่างกะทันหัน นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
ไม่ว่าจิตใจของทั้งสองจะแน่วแน่เพียงใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสองต่างก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกัน สีหน้าตื่นตระหนกมองดูกระแสไฟฟ้าสีทองที่พุ่งเข้ามา
เจียงเสี่ยวพาอีเหลียนน่าถอยไปตั้งนานแล้ว เขาอดทนต่อความรู้สึกหวาดกลัวในใจ มือซ้ายขวาโบกสะบัดอย่างต่อเนื่อง ลำแสงพรสองสายสวมทับลงบนร่างของพี่น้องตระกูลจู
พี่น้องหัวเกรียนร่างกายพลันเกร็งขึ้น ในชั่วพริบตาจิตใจก็กระปรี้กระเปร่า เลือดลมพลุ่งพล่าน ฝีเท้าที่ถอยหลังก็หยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างมั่นคง ย่อตัวลงเล็กน้อย ทำท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
พรทำลายเสียงคำรามข่มขวัญ?
พรยังมีสรรพคุณเช่นนี้ด้วยหรือ?
หานเจียงเสว่เคยยืนยันกับเจียงเสี่ยวอย่างหนักแน่นแล้วว่า มีสรรพคุณเช่นนี้!
ทีมนี้เคยพบกับทีมปีศาจขาวที่นำโดยแม่มดปีศาจขาวในทุ่งหิมะ เมื่อใดที่แสงพรตกลงบนร่างของปีศาจขาว ปีศาจขาวที่กระจัดกระจายหนีไปก็จะหยุดฝีเท้าลง ราวกับว่าอารมณ์ด้านลบที่วนเวียนอยู่ในใจถูกชำระล้างไป
แสงพรตกลงบนศีรษะของเจียงเสี่ยวและอีเหลียนน่าอีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน เจียงเสี่ยวก็ได้ยินเสียงครางอันเย้ายวนแว่วมาจากด้านหลังหู
อีเหลียนน่า “อืม~”
เจียงเสี่ยวมือหนึ่งล้วงกระเป๋า บดขยี้ลูกแก้วดาราปีศาจขาวหนึ่งลูก พลางตะโกนเสียงดังว่า “อีเหลียนน่า!”
อีเหลียนน่าใบหน้าแดงระเรื่อ รีบตั้งสติกลับคืนมา สองมือเริ่มรวบรวมลูกไฟ
เกาจวิ้นเหว่ยเห็นว่ากำลังจะชนเข้ากับสองพี่น้อง เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความโกรธว่า “ฉันบอกให้พวกนายหลีกไป!”
ทักษะดาราทองคำ เสียงคำรามข่มขวัญ!
ฟุ่บ!
ลำแสงสองสายสวมทับลงบนร่างของพี่น้องหัวเกรียนอีกครั้ง ประสบการณ์และการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้สองพี่น้องตั้งสติกลับคืนมาได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพร้อมกับเสียงกระแสไฟฟ้าที่ดังเปรี๊ยะปร๊ะ คนคนนั้นก็พุ่งเข้ามาแล้ว!
ปัง!
พี่ใหญ่จูเหวินยกสองมือขึ้นป้องกันด้านหน้าโดยสัญชาตญาณ ป้องกันส่วนสำคัญของตนเอง
พี่รองจูอู่กลับดุดันอย่างยิ่ง ภายใต้เลือดที่ร้อนระอุ ในมือขวาของเขาเต็มไปด้วยแสงสีคราม ทุบออกไปอย่างแรง
ปัง!
ทั้งสองคนต่างถูกกระแทกถอยหลังไปสิบกว่าก้าว สองแขนเลือดไหลอาบ สภาพน่าสังเวชอย่างยิ่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า ร่างกายชาไปหมด ไม่เป็นไปตามที่ใจนึก
ทว่า สรรพคุณของพรยังไม่จางหาย ร่างกายของพวกเขากำลังฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
ลูกไฟลูกหนึ่งลอยผ่านระหว่างสองพี่น้อง พุ่งเข้าใส่เกาจวิ้นเหว่ยที่กำลังโซซัดโซเซถอยหลังไปเช่นกันอย่างเหมาะเจาะ!
นี่คือผลักถอยของแสงสีคราม!
ครืน!
ลูกไฟอันร้อนแรงระเบิดออกที่เอวของเกาจวิ้นเหว่ย...
ผู้ที่ตอบสนองได้รุนแรงที่สุด กลับเป็นกลุ่มนักเรียนปีสอง
“บัดซบ!?”
“เกิดอะไรขึ้น!?”
“นี่มันกลุ่มเด็กปีหนึ่งเหรอ?”
“นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!?”