- หน้าแรก
- ย้อนเวลาฝ่าวิกฤตหิวโหย ฉันปลดล็อกทักษะพิทักษ์ชีพ
- ตอนที่ 43 ความเร็วขีดสุด
ตอนที่ 43 ความเร็วขีดสุด
ตอนที่ 43 ความเร็วขีดสุด
"เข้าป่าคนเดียว?" ซูว่างร้องเสียงหลง "ทำไมต้องเข้าป่าคนเดียวด้วยล่ะ? อีกสามวันค่อยไปพร้อมกับทุกคนไม่ได้หรือ? ไหวอัน บ้านเราตอนนี้ก็ไม่ได้ขาดแคลนเสบียงแล้ว เจ้ารออีกหน่อย ไปพร้อมกับคนอื่นจะได้ช่วยๆ กันดูแลไม่ดีกว่าหรือ?"
หลี่อิงมีสีหน้าเป็นกังวล "นั่นสิ เข้าป่าคนเดียวมันอันตรายจะตาย! ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา จะเรียกใครให้ช่วย!" ในสายตาพวกเขา 'คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย' ไปกันเป็นกลุ่มย่อมดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ!
ซูสวินทำได้เพียงจ้องมองลู่ไหวอันนิ่งๆ นางจำได้ว่าลู่ไหวอันเคยบอกไว้ ว่าให้เชื่อมั่นในความสามารถของเขา
ลู่ไหวอันช่วยเก็บถ้วยชามพลางพูดว่า "คุณอา คุณน้า ไม่ต้องห่วงครับ ผมเข้าป่าคนเดียวปลอดภัยกว่าไปกันเป็นโขยงเสียอีก อีกอย่างครั้งนี้ผมตั้งใจจะเข้าไปในป่าลึก อาจจะไม่ได้กลับมาภายในวันเดียวครับ!"
"หา! เข้าป่าลึก?" ซูว่างตกใจจนผุดลุกขึ้นยืน ส่วนหลี่อิงถือชามค้างไว้นิ่งไม่ไหวติง
คราวนี้ซูสวินเองก็ไม่เห็นด้วย นางถามเสียงเบาหวิว "พี่ไหวอัน! ไม่ไปได้ไหมจ๊ะ?"
ลู่ไหวอันหัวเราะร่า เอ่ยปลอบโยนทุกคน "ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ วันก่อนผมเดินสำรวจรอบๆ รอยต่อป่าชั้นนอกจนคุ้นเคยดีแล้ว เลยอยากจะลองเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ทดสอบฝีมือตัวเองดูครับ"
สวรรค์ประทานระบบมาให้ แถมยังมีทักษะเอาตัวรอดสารพัด จะปล่อยให้เสียของได้ยังไง! ครั้งนี้ลู่ไหวอันตั้งใจจะลองทำอะไรที่ไม่เคยทำดูบ้าง! ตอนนั้นเขายังไม่รู้หรอกว่า แค่การ 'ลองดู' ของเขา จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวงต่อหลากหลายวงการในอนาคต แต่ตอนนี้ เขายังมองไม่เห็นการณ์ไกลขนาดนั้น แค่อยากลองบุกป่าลึกดูสักตั้ง
คนบ้านซูรู้ดีว่า เรื่องที่ลู่ไหวอันตัดสินใจแล้ว พวกเขาคงห้ามไม่ได้! ทำได้เพียงช่วยเตรียมข้าวของให้เขาอย่างเต็มที่ หลี่อิงเตรียมเสบียงแห้งไว้ให้กินได้หลายวัน ซูว่างก็นั่งลับมีดพร้าจนคมกริบ
ลู่ไหวอันและซูสวินนั่งอยู่หลังบ้าน เขาคว้ามือซูสวินมากุมไว้แน่น "อาสวิน รอพี่นะ รอบนี้พี่จะล่าตัวใหญ่ๆ กลับมา พอเตรียมสินสอดพร้อม พี่จะไปสู่ขอกับคุณอาคุณน้าทันที!"
ลู่ไหวอันคิดมาดีแล้ว เขาจะเข้าไปเสี่ยงดู ถือโอกาสดูด้วยว่าจะเจอกวางไหม ต่อให้ไม่เจอกวาง ก็ต้องล่าสัตว์ใหญ่กลับมาสักตัว ถึงตอนนั้นเรื่องสินสอดคงไม่มีปัญหา เรื่องระหว่างลู่ไหวอันกับซูสวิน ทุกคนต่างรับรู้และยอมรับโดยดุษณี แม้แต่ตัวซูสวินเองก็ยอมรับ แค่รอลู่ไหวอันเอ่ยปากเท่านั้น แต่ซูสวินไม่อยากให้เขาเอ่ยปากในสถานการณ์แบบนี้ นางโผเข้ากอดลู่ไหวอัน
กลิ่นหอมอ่อนๆ และสัมผัสนุ่มนวลในอ้อมกอด ทำเอาลู่ไหวอันใจเต้นระรัว "ฉันยอมไม่มีสินสอด ดีกว่าให้พี่ไปเสี่ยงอันตรายนะ!"
"ไม่ได้หรอก เธอคู่ควรกับสิ่งที่ดีที่สุด เดิมทีพี่ก็มาตัวเปล่าเล่าเปลือย จะให้แต่งงานกับเธอโดยไม่มีอะไรเลยได้ยังไง!"
"แล้วมันจะเป็นไรไปล่ะ? ฉันไม่ได้ต้องการของพวกนั้น และไม่สนด้วยว่าคนอื่นจะมองยังไง ขอแค่เราได้อยู่ด้วยกัน สร้างครอบครัวด้วยกัน แค่ใช้ชีวิตให้ดีก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ!" ซูสวินพูดเองก็หน้าแดงเอง
แสงจันทร์สาดส่องผ่านแมกไม้ลงมา ลู่ไหวอันอดใจไม่ไหว ก้มลงหอมแก้มนางเบาๆ ซูสวินตกใจรีบคลายอ้อมกอด ขยับตัวหนีไปนั่งห่างออกไปหน่อย "พ... พี่ทำอะไรน่ะ?" นี่มันจะใจกล้าเกินไปแล้ว!
ลู่ไหวอันขยับตามไป "ใจกล้าตรงไหน? เธอเป็นคนกอดพี่ก่อนไม่ใช่เหรอ? สาวงามอยู่ตรงหน้า ใครจะอดใจไหวล่ะ!"
"พ... พี่นี่ยังจะกล้าพูดเหลวไหลอีก"
"โอเค โอเค พี่ไม่พูดเล่นแล้ว สรุปว่าเธอรอพี่อยู่ที่บ้านดีๆ ก็พอ พี่สัญญาว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยครบสามสิบสอง" พูดจบ ลู่ไหวอันก็ยื่นหน้าเข้าไป ฉวยโอกาสประทับจูบลงบนริมฝีปากของซูสวิน ซูสวินเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ สัมผัสเพียงแผ่วเบาแล้วผละออก ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะรุกคืบมากไปกว่านี้
"พี่... ฉันไม่คุยด้วยแล้ว" ซูสวินรีบวิ่งหนีกลับเข้าห้อง กระโจนลงบนเตียง กว่าจะตั้งสติได้ นางก็เริ่มเสียใจทีหลัง พี่ไหวอันจะเข้าป่าพรุ่งนี้เช้าแล้วแท้ๆ เมื่อกี้ควรออยู่เป็นเพื่อนเขาให้นานกว่านี้หน่อย
คืนนั้น ลู่ไหวอันก็นอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะต้องเข้าป่า แต่เพราะจูบนั้น "เฮ้อ ทำไมถึงทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยริรักแบบนี้นะ แค่จูบเดียวถึงกับตื่นเต้นนอนไม่หลับ แต่ปากนางนุ่มจริงๆ นั่นแหละ!" ลู่ไหวอันหลับไปพร้อมกับภาพฝันอันงดงาม!
"พอแล้ว พอแล้วครับคุณน้า เสบียงแห้งเยอะขนาดนี้ ยัดมาอีกผมแบกไม่ไหวพอดี ผมไม่ได้ไปอยู่นานขนาดนั้นสักหน่อย อย่างมากก็สามวัน อีกสามวันผมต้องกลับมาพาชาวบ้านขึ้นเขานะครับ!"
"คุณอาซูครับ ไม่ต้องเอาไอ้ตัวใหญ่นั่นให้ผมหรอกครับ แค่มีดพร้าเล่มเดียวก็พอแล้ว ของพวกนั้นเอาไปก็ไม่ได้ใช้ แต่ถ้าคุณอาพอมีลู่ทาง ช่วยสืบข่าวให้ผมหน่อยว่าที่ไหนพอจะหา 'ปืนล่าสัตว์' ได้บ้าง! ไอ้นั่นสิถึงจะมีประโยชน์!"
ซูว่างหูผึ่งทันที "ปืนล่าสัตว์? ของพรรค์นั้นมีประโยชน์แน่ แต่หายากนะ! เอาเถอะ วางใจได้ เดี๋ยวอาจะลองไปสืบดู! ถ้าหาไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวอาจะลองไปถามพรานป่าที่กองพลอื่นดู พวกเขาน่าจะรู้แหล่ง!"
สุดท้ายก็ถึงตาซูสวิน นางดึงลู่ไหวอันไปมุมหนึ่ง "นี่ให้พี่จ้ะ!"
"นี่คืออะไร? หยกเหรอ?"
"ชู่ว! นี่คือหยกคุ้มครองภัย! ฉันห้อยติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ ร่างกายฉันไม่ค่อยแข็งแรง อาจารย์เลยให้หยกชิ้นนี้มา บอกว่าช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และช่วยปรับสมดุลร่างกาย ฉันไม่เคยถอดเลยนะ! ครั้งนี้ให้พี่ยืมก่อน! เชอะ ใครใช้ให้พี่ดื้อดึงจะเข้าป่าลึกให้ได้ล่ะ!"
"ครับ ครับ ครับ ความผิดพี่เอง แต่หยกชิ้นนี้พี่รับไว้ไม่ได้หรอก เธอเก็บไว้เถอะ! เธอใส่มันไว้ พี่ถึงจะวางใจ"
"ไม่ได้ พี่ต้องเอาไป ฉันถึงจะวางใจ อีกอย่าง ฉันไม่ได้ยกให้พี่สักหน่อย แค่ให้ยืมชั่วคราว รอพี่กลับมาค่อยคืนให้ฉัน"
ลู่ไหวอันขัดใจนางไม่ได้ สุดท้ายก็ยอมสวมหยกไว้ เขาคล้องมันไว้ที่คอของตัวเอง อืม... หอมจัง!
ออกเดินทาง! ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตป่า ลู่ไหวอันก็ปลดปล่อยตัวเองอย่างอิสระ มาลองทดสอบขีดจำกัดความเร็วของตัวเองกันหน่อย! ความเร็วระดับนี้เขาไม่กล้าใช้ข้างนอก ขืนมีคนมาเห็นเข้าคงช็อคตายพอดี!
【ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์ ความเร็ว +1!】
【ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์ ความเร็ว +1!】 ......
ความเร็ว: 11 (8/10)
สองชั่วโมงผ่านไป ตอนนี้เขามาถึงแอ่งกระทะกลางหุบเขาแล้ว ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ไม่เลวเลยจริงๆ ลู่ไหวอันปาดเหงื่อ การใช้ความเร็วขีดสุดนี่เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน
เขามองไปรอบๆ นี่คือจุดที่เขาเคยรู้สึกผิดปกติในครั้งก่อน อุณหภูมิต่ำ รอบข้างเงียบสงัด พอมองดูพุ่มไม้เตี้ยๆ ก็เห็นว่าแทบไม่มีร่องรอยความเสียหาย บนพื้นดินไม่มีรอยเท้าสัตว์อื่น แสดงว่าแถบนี้ไม่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จริงๆ!
ลู่ไหวอันมองภูเขาลูกใหญ่ตรงหน้า คราวก่อนเขาไม่ได้เข้าไป คราวนี้ต้องลองสำรวจให้ละเอียดเสียแล้ว หลังจากพักจนหายเหนื่อย ลู่ไหวอันก็ออกเดินทางต่อ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ความเร็วขีดสุดแล้ว ไม่อยากผลาญพลังงานจนหมดแรง ไม่อย่างนั้นถ้าเจอสัตว์ป่าเข้าจะไม่มีแรงสู้!