- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยหนี้สิน ผมกลายเป็นเศรษฐีได้ด้วยการแจ้งเบาะแส
- บทที่ 13 - จับหางสายลับ
บทที่ 13 - จับหางสายลับ
บทที่ 13 - จับหางสายลับ
บทที่ 13 - จับหางสายลับ
กลับหอพักเปลี่ยนเสื้อผ้า
สี่คนมารวมตัวกันที่ร้านปิ้งย่างอีกครั้ง
หลินหนิงสั่งเบียร์ให้ตัวเอง ส่วนสามหน่อนั้นยังคงซดเหล้าขาวใส่แก้วเป๊ก
หลินหนิงอายุแค่นี้ยังไม่ชินกับเหล้าขาว สนิทกันแล้วก็เอาที่สบายใจใครมัน
หลินหนิงโอนเงินให้คนละสองร้อยเข้ามือถือ "เป็นไง? เนียนเข้าไปได้ไหม?"
จินเอ้อร์กับพวกมองค้อน "ดูถูกกันนี่หว่า ไอ้หลานชาย"
หลินหนิงพยักหน้า เข้าไปได้ก็โอเค
จินเอ้อร์ "..."
จินเอ้อร์ "แกพยักหน้าหาพ่อง แกก็ถามสิวะ!"
หลินหนิง "??? ถามไรอะ?"
สวีซานแทบพ่นเหล้า
หลินหนิงถามจบก็นึกขึ้นได้ ทำหน้าตกใจ "แค่วันเดียวพวกพี่สืบมาได้แล้วเหรอ?"
จินเอ้อร์กลอกตาบน "ก็แกบอกเองว่านายจ้างเอาแค่ข้อมูลพื้นฐาน ไม่ได้ให้ไปสืบว่ามันโกงเงินไปเท่าไหร่ หรือแอบไปนอนกับแม่ม่ายที่ไหนนี่หว่า"
จางสือโถวยิ้มแป้น "ก็เห็นแก่หน้าแกไง แกหางานมาให้ พวกเราจะทำให้แกเสียหน้ากับนายจ้างได้ไงล่ะ"
หลินหนิงเริ่มกังวล เร็วไป ร้อนรนไป จะโดนสงสัยไหมเนี่ย
รีบถาม "ไม่ได้ทำให้จางเชาหยางรู้ตัวใช่ไหม?"
จินเอ้อร์ "แกเล่นหนังสายลับอยู่เรอะ? รู้ตงรู้ตัวอะไร แถวนั้นมันบ้านพักพนักงานเก่า อยู่กันมาตั้งกี่ปี เพื่อนบ้านเก่าแก่ทั้งนั้น นั่งเล่นหมากรุกคุยสัพเพเหระก็ได้เรื่องแล้ว ใครจะเดินไปถามใส่หน้ามันเล่า?"
หลินหนิงเริ่มดีใจ "เล่ามาเลย ได้อะไรมาบ้าง เล่ามาให้หมด"
จินเอ้อร์กระแอมวางมาด "จางเชาหยาง เกษียณตำแหน่งรองอธิบดีกรมสถิติ เมียเป็นครู เกษียณแล้วเหมือนกัน ที่บ้านมีลูกสาวคนเดียว ไปทำงานอยู่เมืองนอกแล้ว"
จางสือโถวซดเหล้าดังซี๊ด แล้วพูดต่อ "ตาลุงกับป้าแกขี้เก๊กทั้งคู่ เคยเป็นหัวหน้าเก่าไง ชอบอวด มักจะไปโม้ข้างนอก แถมลงรูปในวีแชททุกวัน บอกว่าลูกสาวเก่งยังงั้นยังงี้ ทำงานบริษัทใหญ่ในอเมริกา ซื้อบ้านเดี่ยว มีรถขับตั้งหลายคัน ยังบอกอีกว่าอีกสักพักจะรับพ่อแม่ไปอยู่เสวยสุขเมืองนอก..."
สวีซานหัวเราะ "เพื่อนร่วมงานเพื่อนบ้านกี่ปี ใครไส้กี่ขดรู้กันหมด พอแกกลับเข้าบ้านปุ๊บ วงนินทาก็เริ่มทำงานปั๊บ"
"ลูกสาวแกชื่อจางจิงอิง (แปลว่ายอดคน) แต่ไม่ได้เป็นยอดคนสมชื่อ เรียนหนังสือไม่เอาถ่านตั้งแต่เด็ก เอนท์ติดแค่มหาลัยเกรดสาม เรียนบัญชี จบมาตั้งหลายปี สอบใบประกอบวิชาชีพบัญชีไม่ผ่านสักที ขนาดฉันยังมีเลย"
หลินหนิง: โห~ งั้นก็กากจริง ใบประกอบวิชาชีพบัญชี อ่านหนังสือหน่อยก็สอบผ่านแล้ว
สวีซานเล่าต่อ "จบมาหางานไม่ได้ สอบข้าราชการก็ไม่ติด ยุคนี้มันไม่ใช่ยุคสืบทอดตำแหน่งแล้วนี่หว่า นอนอยู่บ้านสามปี ไม่กินก็เที่ยว อยู่ๆ ก็บอกว่ามีบริษัทใหญ่เมืองนอกรับเข้าทำงาน"
จินเอ้อร์ "ก็หลอกชาวบ้านไปงั้นแหละ ทำไม บริษัทเมืองนอกมันเป็นถังขยะรึไง?"
สวีซาน "ก็นั่นน่ะสิ! นึกว่าเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อนที่คนหลอกง่ายเหรอ ไม่เคยไปเมืองนอกแต่ก็มีมือถือนะเว้ย ในประเทศยังเอาตัวไม่รอด ไปเมืองนอกจะได้ดิบได้ดีเป็นผู้เชี่ยวชาญเลยเหรอ? ภาษาไม่แข็ง ความสามารถไม่มี ไปถึงเมืองนอกจะประสบความสำเร็จได้ไง? ยังจะมีบ้านเดี่ยวรถหรูอีก"
จางสือโถวเสริม "สงสัยตาลุงออกตังค์สร้างภาพให้ลูกสาวมากกว่า สมัยก่อนแกเป็นผอ. คนอื่นเป็นลูกน้อง พอแก่ตัวมา ลูกคนอื่นได้ดี ลูกตัวกลายเป็นหนอน สถานการณ์กลับตาลปัตร เลยต้องฝืนสร้างภาพมั้ง"
จินเอ้อร์ส่ายหน้า "ไม่น่าใช่ ตอนพวกแกเล่นหมากรุก ฉันกับเจ๊หลิวเต้นรำอยู่ฝั่งนู้น เจ๊แกบอกว่าปีที่จางจิงอิงเรียนจบ ขับรถชนคน จ่ายค่าเสียหายจนหมดเนื้อหมดตัว เคยมายืมเงินเจ๊แกด้วยซ้ำ บ้านนั้นน่าจะถังแตก"
จางสือโถว "งั้น... น่าจะถังแตกจริง ไม่งั้นคนห่วงหน้าตาอย่างตาลุงนั่นคงไม่ไปขอยืมเงินคนอื่น แต่แกเคยเป็นข้าราชการระดับสูงไม่ใช่เหรอ"
จินเอ้อร์ "จางเชาหยางเพิ่งได้ขึ้นเป็นรองอธิบดีตอนใกล้เกษียณ ไม่มีอำนาจอะไร แต่ก่อนก็คุมแค่ห้องเก็บเอกสาร พอเลื่อนตำแหน่งก็ดูแค่ส่วนงานนั้น"
ทั้งสามเริ่มคุยกันว่าคุมงานส่วนไหนถึงจะเม้มเงินได้ง่าย หัวข้อสนทนาเริ่มออกทะเล
หลินหนิงไม่สนใจพวกเขา ตั้งแต่เริ่มฟังข้อมูล ดวงตาของเขาก็เริ่มเป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ฉายแววตื่นเต้น
เมื่อมั่นใจว่าจางเชาหยางถังแตกตอนรับราชการ บวกกับสถานการณ์แปลกๆ หลังจากลูกสาวไปเมืองนอก ในใจหลินหนิงแทบจะฟันธงได้เลยว่า—สายลับ
เขาจำได้ว่าเคยอ่านข้อมูลผ่านตา
การเกลี้ยกล่อมให้เป็นสายลับ ล่อด้วยผลประโยชน์ ให้สัญญาเรื่องอำนาจ แผนสาวงาม และหนึ่งในนั้นคือการจัดการเรื่องงานและความเป็นอยู่ให้ลูกหลานในต่างประเทศ แล้วจ่ายเงินผ่านลูกหลานแทนที่จะให้เจ้าตัวโดยตรง
นี่มันเข้าล็อกเป๊ะเลยไม่ใช่เหรอ?
ตาหลินหนิงเป็นประกายวิบวับ ถามจินเอ้อร์ "มีอะไรอีกไหม? เช่นพฤติกรรมผิดปกติ?"
จินเอ้อร์นึก "ผัวเมียทะเลาะกัน ใส่นาฬิกาหรูบอกลูกสาวซื้อให้ อ้อ ใช่ จางเชาหยางชอบกลับไปที่ทำงานเก่าบ่อยๆ ไม่ได้ไปทำอะไรหรอก ไปนั่งเฉยๆ เจ๊หลิวพวกนั้นเม้าท์กันว่าคนในหน่วยงานรำคาญจะตายห่า คนแก่มาหาก็ไล่ไม่ได้ ต้องหาคนมานั่งคุยรายงานผลงานอะไรพวกนั้น แล้วก็..."
หลินหนิงนึกถึงตอนที่ตัวเองเจอเขาครั้งแรกที่ตึกราชการ ก็หลุดหัวเราะออกมา "ฮ่าๆ!"
จินเอ้อร์งง "เอ็งเป็นบ้าเหรอ!"
หลินหนิงสวนกลับทันควัน "พี่มียาเหรอ!"
จินเอ้อร์พูดไม่ออก นี่กูมาเล่นตลกคาเฟ่กับมึงรึไง!
หลินหนิงอารมณ์ดีสุดๆ
"เฮีย! เพิ่มเซี่ยงจี้ใหญ่แปดไม้ เอ็นเนื้อยี่สิบไม้!"
สวีซานโพล่งออกมา "ไม่เก็บตังค์ไว้ใช้รึไง?"
หลินหนิงยิ้มแฉ่ง กอดคอจินเอ้อร์ "ผมเลี้ยงเอง วันนี้พวกพี่เหนื่อยกันมาเยอะแล้ว!"
พอได้ยินว่าเจ้าภาพเลี้ยง สามคนก็ดีใจ ตะโกนพร้อมกันอย่างรู้ใจ "ขอบคุณครับเสี่ย!"
หลินหนิง "..."
พวกพี่สามคนเคยทำอาชีพอะไรมาก่อนเนี่ย เล่นเอาเขาเกือบตะโกนสั่ง "เปลี่ยนเด็กดริ๊งก์" แล้วเชียว
จินเอ้อร์ยิ้ม "งานวันนี้ดีจริง สนุกด้วย ได้เงินง่ายด้วย วันหลังมีงานแบบนี้อีก เรียกพวกพี่นะ!"
สวีซานเสริม "ใช่ วันหลังหักหัวคิวพวกพี่ก็ได้ ถ้าเป็นงานแบบนี้ ให้ทำทุกวันยังไหว"
จางสือโถวพยักหน้าเห็นด้วย ปากก็เคี้ยวหมูปิ้งตุ้ยๆ
หลินหนิง "แน่นอน! แน่นอน! งานเนี้ยบขนาดนี้ ครั้งหน้าไม่เรียกพวกพี่จะเรียกใคร!"
หลินหนิงทอดถอนใจ คนเก่งต้องอยู่ถูกที่ สามคนนี้เป็นยอดฝีมือชัดๆ จะใช้งานแค่ครั้งเดียวได้ไง
ไว้มีเงินเมื่อไหร่ ต้องขึ้นค่าตัวให้ด้วย!
แต่หลินหนิงก็อดสงสัยไม่ได้ "พวกพี่ไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมนายจ้างถึงอยากสืบเรื่องชาวบ้าน?"
สวีซานกับจางสือโถวมองหลินหนิงด้วยสายตาประมาณว่า "ทำไมเอ็งไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้"
"พวกเราทำงานรายวันนะเว้ย!"
หลินหนิงงง "หมายความว่าไง?"
จินเอ้อร์เอ็นดูน้องเล็กคนนี้ เลยอธิบาย "ไม่ถามที่มา ไม่สนที่ไป นี่คือแก่นแท้ของงานรายวัน! เอ็งเป็นคนทำงานรายวัน เขาจ้างให้ทำอะไรก็ทำไป จบ"
หลินหนิงร้องอ๋อ
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่าน ชายฉกรรจ์สี่คนชนแก้ว พูดคุยสัพเพเหระ บรรยากาศผ่อนคลาย สบายใจ บอกได้คำเดียวว่า—ฟิน!
...
กินอิ่มดื่มเปรม กลับถึงหอพัก สามคนนั้นก็เริ่มประสานเสียงกรน
หลินหนิงนอนลืมตาโพลง นอนไม่หลับ
วันนี้เจอเรื่องมาเยอะเกินไป
พลิกตัวไปมา สุดท้ายทนไม่ไหว หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ลบๆ แก้ๆ สุดท้ายก็ได้ข้อความว่า
[พี่เฉิน สวัสดีครับ ผมหลินหนิง ผมขอแจ้งเบาะแส ผมสงสัยว่าจางเชาหยาง อดีตรองอธิบดีกรมสถิติปักกิ่งที่เกษียณแล้ว เป็นสายลับครับ ลูกสาวเขา จางจิงอิง รายได้และชีวิตความเป็นอยู่ต่างประเทศน่าสงสัยมาก หลังจากลูกสาวไปเมืองนอก จางเชาหยางก็กลับไปป้วนเปี้ยนที่ทำงานเก่าบ่อยผิดปกติ แนะนำให้ตรวจสอบครับ]