เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1310 ปกป้องสถานีสื่อสาร (ฟรี)

บทที่ 1310 ปกป้องสถานีสื่อสาร (ฟรี)

บทที่ 1310 ปกป้องสถานีสื่อสาร (ฟรี)


ครึ่งนาทีต่อมา

จ้าวเฉินได้รับข้อความอีกครั้ง

"ถึงแม้ว่าอุปกรณ์สื่อสารที่นี่จะได้รับความเสียหายบางส่วน ทำให้ไม่สามารถใช้การสื่อสารควอนตัมระยะไกลได้ แต่ถ้าส่งสัญญาณภายในรัศมีไม่กี่กาแล็กซีก็ยังคงไม่มีปัญหา"

คำพูดของซ่งเฉินทำให้จ้าวเฉินลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ส่วนเรื่องระยะสัญญาณที่ลดลงนั้น เมื่อฟังจากน้ำเสียงของซ่งเฉินแล้ว จ้าวเฉินก็พอเดาได้ว่าภายในรัศมีนี้คงมีสายลับหรือหน่วยจารกรรมของสหพันธ์แฝงตัวอยู่ด้วยแน่

"อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์สื่อสารที่นี่ค่อนข้างล้าสมัย การส่งข้อมูลต้องใช้เวลาสักพัก แถมเรายังต้องทำการเข้ารหัสลับอีกด้วย

สรุปคือเราต้องการเวลาประมาณยี่สิบนาที" น้ำเสียงของซ่งเฉินในตอนนี้ดูหนักอึ้งมาก

ฟังออกได้ชัดเจนว่าซ่งเฉินเองก็รู้ดีว่าในสถานการณ์หน้าสิหน้าขวานแบบนี้ เวลายี่สิบนาทีมันยาวนานและอันตรายแค่ไหน

ข่าวที่พวกเขาบุกโจมตีเมืองแห่งนี้คงแพร่กระจายไปทั่วแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่ากำลังเสริมของศัตรูจำนวนเท่าไหร่กำลังแห่กันมาที่นี่

จ้าวเฉินตั้งเวลานับถอยหลังยี่สิบนาทีขึ้นมาทันที

"รับทราบ ยี่สิบนาที... หวังว่าผมคงไม่ต้องทำงานล่วงเวลานะ" จ้าวเฉินเอ่ยเสียงเรียบ

ซ่งเฉินชะงักไปเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น ราวกับว่าจ้าวเฉินมีแผนรับมือเตรียมไว้แล้ว

"นายมั่นใจงั้นเหรอ?"

"ภายในยี่สิบนาทีผมเอาอยู่ แต่ถ้าเกินกว่านั้น ผมไม่ทำงานล่วงเวลาหรอกนะ" จ้าวเฉินตอบ

ในเวลาแบบนี้ เจ้าหมอนี่ยังมีกะจิตกะใจมาเล่นมุกตลกอีก

ซ่งเฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังว่า  "เอาล่ะ ในยี่สิบนาทีนี้นายมีสิทธิ์สั่งการทหารของเราทั้งหมดที่นี่ได้"

"พูดให้ถูกคือ ตอนนี้เหลือเวลาแค่ 19 นาที 22 วินาทีแล้วครับ" จ้าวเฉินขัดขึ้น

เจ้าหมอนี่มันน่าตีจริงๆ... ซ่งเฉินคิดในใจ

จ้าวเฉินไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก และเขาก็ไม่ได้ออกคำสั่งอะไรไปยังฝั่งของซ่งเฉินในทันที เพราะเขารู้ดีว่าทางนั้นคงเหลือคนไม่มากนัก

จากเดิมที่มีคนประมาณสามสิบกว่าคน หลังผ่านศึกยึดสถานีสื่อสาร คาดว่าคนที่มีสภาพพร้อมรบจริงๆ น่าจะเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

"พันเอกจ้าวเฉิน ต่อไปเราจะเอายังไงกันต่อครับ?"

"อีกเดี๋ยวพวกศัตรูต้องส่งกระสวยอวกาศ หรือแม้แต่ยานรบมาสนับสนุนแน่ๆ ลำพังแค่กำลังรบที่เรามีอยู่ตอนนี้มันยากจะต้านไหวนะครับ

ถ้ารู้อย่างนี้พวกเราน่าจะขับหุ่นรบออกมาเพิ่มอีกสักตัวสองตัว" จ้าวเจี๋ยกล่าวด้วยความเสียดาย

ที่จริงแล้ว ในใจเขาก็แอบอิจฉาจ้าวเฉินที่ได้บังคับหุ่นรบสุดเท่ตัวนั้น

ไอ้รถหุ้มเกราะธรรมดาๆ ที่เขาขับอยู่ มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด

"ในประวัติการรบของพวกคุณ ไม่มีทักษะการบังคับหุ่นรบที่โดดเด่นอะไร

การให้พวกคุณไปขับเจ้ายักษ์พวกนั้น ก็เท่ากับส่งพวกคุณไปเป็นเป้านิ่งให้ศัตรูซ้อมยิงเปล่าๆ" จ้าวเฉินตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย

จ้าวเจี๋ยรู้สึกหน้าชาไปครู่หนึ่ง แต่สิ่งที่จ้าวเฉินพูดก็เป็นความจริง

การบังคับหุ่นรบต้องอาศัยการฝึกฝนเฉพาะทาง

อย่างพวกเขาก็แค่พอรู้ทฤษฎีพื้นฐาน หรือบางคนอาจจะเคยขับหุ่นรบให้เดินไปมาได้บ้าง

แต่ถ้าจะให้เอาไปสู้ในสนามรบจริง มันคนละเรื่องกันเลย

ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นหุ่นรบจากจักรวาลศัตรูที่พวกเขาไม่คุ้นเคยอีกด้วย

เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวเจี๋ยก็ยิ่งทวีความนับถือในตัวจ้าวเฉินมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็สงสัยมากเช่นกัน

ทำไมจ้าวเฉินถึงสามารถแฮ็กระบบรักษาความปลอดภัยของหุ่นรบศัตรูได้ในเวลาไม่กี่นาที แถมยังบังคับมันได้คล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายแบบนี้?

จ้าวเฉินคนนี้เป็นใครกันแน่?

เขาเป็นแค่พันเอกจริงๆ น่ะเหรอ?

ก่อนหน้านี้ จ้าวเจี๋ยเห็นจ้าวเฉินยังอายุน้อยแต่ได้ติดยศพันเอก เขายังแอบไม่ยอมรับอยู่ในใจ

แต่ตอนนี้เขามองว่า ยศพันเอกมันยังดูน้อยไปสำหรับคนระดับจ้าวเฉินด้วยซ้ำ

“เราจะต้านการโจมตีของศัตรูได้หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าศัตรูจะให้ความร่วมมือกับเราหรือเปล่า” จ้าวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“หา?” จ้าวเจี๋ยไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่จ้าวเฉินพูดเลยสักนิด

ในขณะนี้ จ้าวเฉินบังคับหุ่นรบระดับกึ่ง T4 สเปียร์แมนมาถึงด้านล่างของสถานีสื่อสารแล้ว

ที่นั่นยังพอมีทหารศัตรูเหลืออยู่ประปราย

แต่ภายใต้การจู่โจมของเจ้ายักษ์เหล็กสเปียร์แมน ทหารเหล่านั้นต่างก็หนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องถูกกวาดล้าง

“ในสถานีสื่อสารน่าจะมีทหารศัตรูหลงเหลืออยู่บ้าง

พวกคุณปักหลักเฝ้าที่นี่ไว้ ใช้พวกอาวุธที่ยึดมาได้กับรถหุ้มเกราะคันนี้ก็น่าจะรับมือไหวใช่ไหม?” จ้าวเฉินถามจ้าวเจี๋ย

“ไม่มีปัญหาครับ” จ้าวเจี๋ยตอบรับ ก่อนจะรีบถามต่อ “แล้วคุณล่ะจะทำอะไร?”

“รอ” จ้าวเฉินตอบสั้นๆ ด้วยคำที่ชวนสับสน

วินาทีต่อมา จ้าวเจี๋ยก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นจ้าวเฉินบังคับหุ่นรบสเปียร์แมนปีนป่ายไปตามผนังด้านนอกของสถานีสื่อสาร!

หุ่นรบที่ควรจะดูเทอะทะหนักอึ้ง กลับขยับเขยื้อนคล่องแคล่วราวกับนักปีนหน้าผามืออาชีพภายใต้การควบคุมของจ้าวเฉิน

มันไต่ขึ้นไปตามกำแพงตึกราวกับเดินบนพื้นราบ

จ้าวเจี๋ยแหงนหน้ามองหุ่นรบที่เริ่มตัวเล็กลงเรื่อยๆ และแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางอุทานในใจกับทักษะอันน่าทึ่งของจ้าวเฉินอีกครั้ง

หมอนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ

มีความสามารถในการขับเครื่องบินขับไล่ ไม่ว่าจะในชั้นบรรยากาศหรือกลางอวกาศ

ยิ่งไปกว่านั้น สมรรถภาพร่างกายของจ้าวเฉินยังแข็งแกร่งจนน่าขนลุก

ขนาดตัวเขาที่เป็นอดีตนาวิกโยธินอวกาศยังต้องยอมแพ้

นี่ถ้าจ้าวเฉินยังบัญชาการกองยานได้อีก จะไม่กลายเป็นทหารที่ทำได้ทุกอย่างเลยหรือไง?

จ้าวเจี๋ยไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการต่อ

...

ตึง! ตึง! ตึง!

พวกของซ่งเฉินที่อยู่ในห้องควบคุมหลักของสถานีสื่อสาร ต่างสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว

"เกิดอะไรขึ้น? เสียงมาจากไหน!?” ซ่งเฉินถามด้วยความตกใจ

ทันใดนั้น คนที่เฝ้าอยู่ข้างนอกตะโกนว่า “รายงาน! มีหุ่นรบกำลังปีนอยู่บนผนังด้านนอก

ดูเหมือน... ดูเหมือนจะเป็นรุ่นสเปียร์แมนของพันเอกจ้าวเฉินครับ!”

ทุกคนในห้องถึงกับอุทานด้วยความประหลาดใจ

ซ่งเฉินรีบก้าวไปที่ริมผนังตรงจุดที่เป็นหน้าต่าง

เขาไม่สนว่าตรงนี้จะสูงจากพื้นดินนับร้อยเมตร และชะโงกหน้าออกไปมองข้างล่าง

ดวงตาของซ่งเฉินเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ!

เพราะนั่นคือหุ่นรบจริงๆ มันกำลังปีนป่ายสถานีสื่อสารราวกับแมงมุม

ในไม่ช้า หุ่นรบตัวนั้นก็ไต่ผ่านชั้นที่พวกซ่งเฉินอยู่และมุ่งหน้าสูงขึ้นไปอีก

ซ่งเฉินอดใจไม่ไหว จึงกดปุ่มสื่อสารถามทันที “จ้าวเฉิน! นี่นายคิดจะทำอะไรกันแน่?”

“ผมก็แค่พยายามทำภารกิจของผมให้สำเร็จ” จ้าวเฉินตอบกลับมาสั้นๆ

ทำภารกิจให้สำเร็จ? ด้วยการใช้หุ่นรบปีนสถานีสื่อสารเนี่ยนะ?

“แย่แล้ว! ยานรบของศัตรูกำลังมา!” เสียงใครบางคนตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

ทหารคนหนึ่งชี้ไปบนท้องฟ้าไกลๆ ที่มีจุดดำเล็กๆ กำลังขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของซ่งเฉินซีดลงทันที

นั่นคือยานสงครามระดับ T3 ของศัตรู

ซ่งเฉินจำยานรุ่นนี้ได้ มันคือยานพิฆาตระดับ T3 ฟ็อกซ์ฮันเตอร์

ในสนามรบอวกาศขนาดใหญ่มันเป็นเพียงแค่ตัวประกอบ หรือตัวรับกระสุนเท่านั้น

แต่สำหรับพวกเขาที่อยู่บนพื้นดินตอนนี้ มันคือ ‘บอสใหญ่’ ที่พร้อมจะปิดบัญชีทุกคน!

“ด้วยระยะขนาดนี้... อีกไม่เกินสามนาที อาวุธของศัตรูจะล็อกเป้าเราได้!

ถ้าพวกมันต้องการ ปืนใหญ่บนยานลำนั้นสามารถเป่าสถานีสื่อสารนี่ให้เป็นจุลได้ในพริบตา หรือต่อให้จะลบเมืองนี้ทิ้งทั้งเมืองก็ยังเป็นเรื่องง่ายๆ” ทหารคนหนึ่งรายงาน

อารมณ์ของซ่งเฉินตกต่ำลงทันที

ยานรบเป็นอาวุธที่สร้างความสิ้นหวังให้กับผู้คนที่อยู่บนพื้นดินได้มากที่สุดในยุคสมัยนี้

ไม่มีอะไรเทียบได้อีกแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 1310 ปกป้องสถานีสื่อสาร (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว