เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1290 การฝึกจำลองการรบ (ฟรี)

บทที่ 1290 การฝึกจำลองการรบ (ฟรี)

บทที่ 1290 การฝึกจำลองการรบ (ฟรี)


ภายในโรงเก็บเครื่องบินหมายเลขหนึ่ง

จำนวนคนที่ถูกลงโทษให้วิ่งค่อยๆ ลดน้อยลง จนกระทั่งเหลือเพียงร่างเดียวที่ยังคงฝืนวิ่งต่อไปอย่างโดดเดี่ยว

นั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เฉาปิง ผู้ที่ได้รับโทษหนักที่สุด

ในที่สุด รองหัวหน้าฝูงบินที่หนึ่งก็ทนดูต่อไปไม่ไหว และรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในห้องทำงานของจ้าวเฉิน

"กัปตันครับ หัวหน้าเฉาปิงล่วงเกินท่านก่อนหน้านี้ก็จริง แต่... แต่ตอนนี้เขาวิ่งไปสองร้อยกิโลเมตรแล้วนะครับ!

ถ้าขืนให้เขาวิ่งต่อไปแบบนี้ เขาจะตายเอานะครับ" รองหัวหน้าเอ่ยปากขอความเมตตาด้วยเสียงสั่นเครือ

จ้าวเฉินตอบอย่างเรียบเฉยว่า “ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ไม่มีใครตายจากการวิ่งหรอก”

"แต่ว่า..." รองหัวหน้ายังพยายามจะอ้อนวอนต่อ

จ้าวเฉินเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา "ไม่ว่าใครก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและสิ่งที่ตัวเองเลือกเสมอ แม้แต่หัวหน้าฝูงบินอย่างเฉาปิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น"

รองหัวหน้าฝูงบินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความไม่ยินยอม แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ จ้าวเฉินก็เอ่ยขึ้นว่า

"นายไปแจ้งห้องพยาบาลให้ส่งคนมาเฝ้าไว้ ทันทีที่เฉาปิงหมดสติให้รีบส่งตัวไปรักษาทันที แต่ระยะทางส่วนที่เหลือที่ยังวิ่งไม่ครบ... คราวหน้าต้องมาวิ่งต่อให้จบ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น รองหัวหน้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรีบไปจัดการตามคำสั่งทันที

ท้ายที่สุด หลังจากเฉาปิงฝืนวิ่งไปเกือบสามร้อยกิโลเมตร ร่างกายของเขาก็ถึงขีดจำกัดและล้มฟุบลงกับพื้นอย่างรุนแรง

นี่เป็นอาการที่อันตรายมาก

แต่โชคดีที่บุคลากรทางการแพทย์ที่รออยู่ใกล้ๆ รีบเข้ามาช่วยเหลือทันที และใช้เปลสนามจักรกลส่งตัวเขาเข้าสู่ตู้นอนรักษา ซึ่งจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเฉาปิงก็กลับมาฟิตปั๋งดังเดิม

เหตุการณ์นี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับทำให้เหล่านักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนบนยานแบล็คโรสหมายเลขหนึ่ง ต่างพากันยำเกรงและขยาดในตัวกัปตันคนใหม่อย่างถึงที่สุด

หลังจากนั้นไม่นาน แต่ละฝูงบินก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับวิธีการฝึกแบบใหม่ โดยเฉพาะการฝึกจัดขบวนรบแบบต่างๆ ซึ่งก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของนักบินระดับหัวกะทิเหล่านี้

เพียงไม่กี่ชั่วโมงเหล่านักบินก็เริ่มชำนาญ

แต่สิ่งที่ทุกคนยังสงสัยคือ ทำไมกัปตันคนใหม่ถึงต้องเร่งให้พวกเขาฝึกสิ่งนี้ให้ได้ในเวลาอันสั้นด้วย

"ประกาศจากห้องบังคับการ กองยานของเราจะออกจากเมืองอวกาศในอีกสิบนาที"

ในขณะนั้นเอง เสียงประกาศดังไปทั่วทุกแผนกของยาน

ในสายตาของคนทั่วไป นี่เป็นเพียงการออกเดินทางตามกำหนดการปกติ ทุกคนจึงทำเพียงจัดการงานในมือให้เรียบร้อยโดยไม่ได้เอะใจอะไร

แต่จ้าวเฉินรู้ดี... การออกจากเมืองอวกาศครั้งนี้คือสัญญาณเริ่มต้นของปฏิบัติการ

เขาค่อยๆ เดินไปยังช่องหน้าต่างเล็กๆ เพียงบานเดียวในแผนกที่เขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้

จากตรงนั้นจ้าวเฉินมองเห็นยานรบเรียงรายอยู่ด้านนอก

นี่คือกองยานองครักษ์ของซ่งเฉิน ซึ่งมีทั้งหมด 300 ลำ ประกอบด้วยยานลาดตระเวนประจัญบานหนักระดับกึ่ง T6 แบล็คโรส 5 ลำ และที่เหลือเป็นยานสงครามระดับ T5 รุ่นมาตรฐานทั้งหมด

หากดูจากขุมกำลังนี้ก็นับว่าน่าเกรงขามอย่างยิ่ง กองยานปกติทั่วไปแม้จะมีถึง 3,000 ลำ ก็ยากที่จะเจาะแนวป้องกันที่แข็งแกร่งนี้ได้

แต่ในเมื่อศัตรูรู้ถึงขนาดกองยานองครักษ์ของซ่งเฉินแล้วยังกล้าลงมือ แสดงว่าพวกมันต้องเตรียมการมาอย่างดีแน่นอน

ปัญหาคือ ศัตรูจะเลือกโจมตีที่ไหน?

จ้าวเฉินเปิดแผนที่ดาวขึ้นมา

จากข้อมูลที่ได้จากการแอบติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมไว้บนตัวของซ่งชิงซาน ทำให้เขารู้เส้นทางการเดินยานครั้งนี้อย่างละเอียด

จ้าวเฉินเปิดแผนที่ดาวตลอดเส้นทางเดินยานขึ้นมา และทำการมาร์กจุดที่เหมาะสำหรับการซุ่มโจมตีอย่างรวดเร็ว

มีทั้งหมด 3 จุด

จ้าวเฉินลูบคางเบาๆ พลางใช้ความคิดวิเคราะห์ว่า ในบรรดาจุดซุ่มโจมตีทั้งสามแห่งนี้... จุดไหนเหมาะกับการซุ่มโจมตีที่สุดกันแน่.

จากระยะใกล้ไปไกล จุดซุ่มโจมตีถูกแบ่งออกเป็นหมายเลขหนึ่ง สอง และสาม

หากวัดกันที่ความได้เปรียบ จุดที่หนึ่งคือชัยภูมิที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันกลับอยู่ใกล้ที่นี่เกินไป

ส่วนจุดที่สามนั้นอยู่ไกลที่สุด และในขณะเดียวกันก็เป็นจุดที่สภาพชัยภูมิย่ำแย่ที่สุดด้วย

ความเป็นไปได้มากที่สุด จึงไปตกอยู่ที่จุดซุ่มโจมตีหมายเลขสอง ซึ่งมีความสมดุลที่สุดในบรรดาทั้งหมด

จ้าวเฉินจดจำพิกัดเหล่านี้ไว้ในใจอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะออกคำสั่งแรกไปยังกองบินของเขา "ในอีกสามสิบนาทีข้างหน้า เราจะฝึกจำลองการรบจริง"

คำสั่งนี้ถูกส่งต่อไปให้เฉพาะเหล่าหัวหน้าฝูงบินและรองหัวหน้าฝูงบินเท่านั้น

------------------

ฝูงบินที่หนึ่ง

เฉาปิงที่เพิ่งฟื้นสติจากการสลบไสล สะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ออกอย่างแรง สีหน้าของเขาดูจริงจังและเคร่งเครียดถึงขีดสุด

แม้สภาพร่างกายจะได้รับการฟื้นฟูแล้ว แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขากลับรู้สึกราวกับว่าขาของตนเองยังไม่ยอมฟังคำสั่ง

"หัวหน้า หมอบอกว่าท่านยังต้องพักผ่อนอีกหน่อยครับ!" รองหัวหน้ารีบเข้ามาขวางเมื่อเห็นเฉาปิงพยายามจะลงจากเตียง

แต่เฉาปิงกลับตอบย่างดื้อรั้นว่า "ฉันยังต้องวิ่งอีก 150 กิโลเมตร ฉันต้องวิ่งให้ครบ!"

พูดจบเขาก็ทำท่าจะลุกไปวิ่งต่อจริงๆ แต่รองหัวหน้ารั้งตัวเขาไว้พลางอธิบายว่า "กัปตันสั่งไว้แล้วว่า ส่วนที่ท่านยังวิ่งไม่ครบค่อยมาชดเชยทีหลังได้

แต่ตอนนี้ยานออกจากเมืองอวกาศแล้ว และอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมระดับสาม

กัปตันบอกว่า เขาไม่ต้องการให้หัวหน้าฝูงบินคนไหนอยู่ในสภาพที่แม้แต่แรงจะขับเครื่องบินยังไม่มี

เพราะฉะนั้น บทลงโทษของท่านให้เลื่อนไปจนกว่าจะถึงการเข้าจอดพักครั้งหน้าครับ"

เฉาปิงชะงักไปครู่หนึ่ง และกำหมัดแน่น ก่อนจะยอมนั่งลงที่ขอบเตียงแต่โดยดี

ดูเหมือนว่าเขาจะยอมรับการตัดสินใจนี้แล้ว

ในขณะนั้นเอง คำสั่งแรกของจ้าวเฉินเกี่ยวกับการฝึกรบจริงก็ถูกส่งมาถึง

"ทำไมหมอนั่นถึงมีแผนการเยอะแยะนัก? เขาเพิ่งมาถึงไม่กี่ชั่วโมงก็จะฝึกรบจริงแล้ว" รองหัวหน้าพึมพำด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก

แต่คราวนี้ เฉาปิงกลับเป็นฝ่ายพูดแก้ต่างให้จ้าวเฉิน "นี่เป็นสิ่งที่ควรทำแล้ว ในฐานะกัปตันคนใหม่ที่ถูกส่งตัวข้ามหัวคนอื่นเข้ามาแบบนี้

เขาจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับกองบินของตัวเองให้เร็วที่สุด และต้องรู้ศักยภาพที่แท้จริงของลูกน้องด้วย"

"หัวหน้า ทำไมท่านถึงไปพูดเข้าข้างเขาล่ะ?

ถ้าหมอนั่นไม่มา ตำแหน่งหัวหน้ากองบินก็น่าจะเป็นของท่านแท้ๆ!" รองหัวหน้ายังคงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแทนหัวหน้าฝูงบินของตน

อย่างไรก็ตาม เฉาปิงกลับตอบอย่างใจเย็นว่า "ตำแหน่งหัวหน้ากองบินมีไว้สำหรับคนที่มีความสามารถ ใครเก่งกว่าคนนั้นก็ได้ตำแหน่งไป

ในเมื่อเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราทุกคน เขาก็ย่อมมีสิทธิ์ในตำแหน่งนั้น

และในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เราก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

เอาละ เลิกพูดมากได้แล้ว ไปเตรียมตัวสำหรับการจำลองการรบในอีกครึ่งชั่วโมงซะ

ฉันไม่อยากขายหน้าต่อหน้าหัวหน้ากองบินอีก แค่ครั้งเดียวก็น่าอายมากพอแล้ว"

"รับทราบ!"

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เสียงสัญญาณแจ้งเตือนดังกึกก้องไปทั่วแผนกกองบิน สัญญาณนี้จำกัดวงอยู่แค่ในส่วนของกองบินและทีมสนับสนุนเท่านั้น

แผนกอื่นๆ บนยานไม่มีใครล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวนี้

เพื่อให้แน่ใจในความพร้อมรบสูงสุด การฝึกจำลองสถานการณ์ในหน่วยรบเช่นนี้ถือเป็นสิทธิ์ขาดของผู้บัญชาการสูงสุดประจำหน่วย

พริบตานั้น เหล่านักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนต่างเคลื่อนไหวกันอย่างโกลาหลแต่เป็นระเบียบ

เริ่มจากการจัดลำดับการออกตัวของเครื่องบิน เพื่อลำเลียงขึ้นสู่โรงเก็บเครื่องบินพร้อมรบ

ในขณะที่ฝูงโดรนในห้องข้างๆ ก็ถูกเตรียมความพร้อมเช่นกัน

เหล่านักบินต่างสวมชุดนักบินเต็มยศ และนั่งรอคำสั่งอยู่ภายในห้องพักของตนเองอย่างใจจดใจจ่อ

จบบทที่ บทที่ 1290 การฝึกจำลองการรบ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว