- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 1240 สหพันธ์ดาราจักร (ฟรี)
บทที่ 1240 สหพันธ์ดาราจักร (ฟรี)
บทที่ 1240 สหพันธ์ดาราจักร (ฟรี)
ไม่นานนัก พันตรีก็นำจ้าวเฉินมาถึงหน้าห้องพักเดี่ยวห้องหนึ่ง
“นี่คือที่พักของนาย
จากนี้ไปนายมีเวลาพักผ่อนสิบสองชั่วโมง ระหว่างนี้จะอยู่ในห้องก็ได้ หรือจะไปทานอาหารที่โรงอาหารก็ได้เช่นกัน
ข้อมูลประจำตัวของนายได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้กับระบบต่างๆ บนยานลำนี้ได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ เงินรางวัลได้โอนเข้าไปในบัตรประจำตัวของนายแล้ว
นั่นเท่ากับเงินเดือนของสิบเอกพิเศษถึงครึ่งปี
เรื่องนี้เป็นคำสั่งของท่านนายพลโดยตรง ท่านกล่าวว่าเนื่องจากไม่สามารถเลื่อนยศนายเป็นร้อยตรีได้ ท่านจึงมอบเงินเพิ่มให้เป็นการชดเชย
สิบสองชั่วโมงต่อจากนี้ จะมีคนมารับนายไปยังตำแหน่งงานใหม่
ระหว่างนี้จะมีคนเอาเครื่องแบบใหม่มาให้นาย
ตอนนี้นายเป็นคนของพวกเรา ก็ควรเลิกใส่เสื้อผ้าน่าอายนั่นได้แล้ว” น้ำเสียงของพันตรีเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
เขามองเครื่องแบบของจ้าวเฉินอย่างดูถูกอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวเฉินเพิ่งสังเกตว่า แม้เครื่องแบบจะมีสีเดียวกัน แต่กลับแตกต่างกันหลายส่วน
ประการแรก แม้ว่าสีจะเหมือนกัน แต่เครื่องแบบทหารของจ้าวเฉินสีซีดกว่า ดูราคาถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะเดียวกัน ก็มีเครื่องประดับบนเครื่องแบบน้อยกว่า
เพราะเดิมที จ้าวเฉินไม่ใช่ทหารของกองยานที่แท้จริง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกองกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น
ในกองทัพ ทหารอวกาศจะมียศสูงกว่าทหารภาคพื้นดิน
สิ่งนี้เป็นการสร้างลำดับชั้นแบบหนึ่ง
การที่พันตรีคนนี้ดูถูกจ้าวเฉิน ก็มีส่วนมาจากตรงนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม อีกสาเหตุที่เดาได้ไม่ยากคือความอิจฉาที่พลจัตวาให้คุณค่ากับจ้าวเฉิน
ในช่วงเวลาสั้นๆ จ้าวเฉินถูกเลื่อนยศจากสิบโทเป็นสิบเอกพิเศษโดยตรง
นี่เป็นการเลื่อนยศทีเดียวสองขั้น
ก่อนหน้านั้น พันตรีคนนี้ต้องใช้เวลากว่าประมาณสองปีกว่าจะได้เลี่ยนยศสองขั้น
ในขณะที่จ้าวเฉินใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษเท่านั้น
และถ้าไม่ติดว่าพลจัตวามีอำนาจไม่พอ จ้าวเฉินคงถูกดันขึ้นเป็นร้อยตรีไปแล้ว ซึ่งเท่ากับตามหลังพันตรีไม่กี่ขั้นยศเท่านั้น
แค่คิดพันตรีก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากสั่งการเสร็จ พันตรีก็หันหลังเดินจากไป
จ้าวเฉินไม่ได้สนใจเรื่องเกมอำนาจภายในกองทัพ
เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องพักของตัวเอง
แม้จะเป็นห้องเดี่ยว แต่พื้นที่ก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก
ด้านในมีเพียงห้องนอนหนึ่งห้อง และห้องน้ำส่วนตัวหนึ่งห้องเท่านั้น
แต่สำหรับที่พักบนยานรบ นี่ก็ถือว่าดีมากแล้วจริงๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวเฉินมีสถานะเป็นนักบิน แม้เขาจะมียศเป็นสิบเอกพิเศษ ก็ยังไม่มีสิทธิ์ใช้ห้องแบบนี้ด้วยซ้ำ
.จ้าวเฉินเดินเข้าห้องน้ำ มองตัวเองในกระจก
ต้องบอกเลยว่า ร่างนี้มีบางส่วนที่เหมือน ‘ตัวเขา’ อยู่
แต่ว่ามันเหมือนตัวเขาเวอร์ชันที่ไม่เคยถูกเสริมความแข็งแกร่ง
ดูเด็กกว่า อ่อนวัยกว่า แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ ต่อหน้าคนอื่นจ้าวเฉินมักจะพยายามก้มหน้าไว้เสมอ
แม้ดวงตาจะสามารถเสแสร้งได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนเปิดเผยเช่นกัน
ในด้านการแสดง จ้าวเฉินยอมรับว่าตัวเองยังสู้ลิลิธไม่ได้
ลิลิธเล่นบทบาทอะไรก็เหมือนจริงหมด
แม้กระทั่งตอนที่ลิลิธเล่นบทจักรพรรดินี ออร่าในดวงตาของเธอยังทรงพลัง จนแม้แต่จักรพรรดินีตัวจริงมายืนตรงหน้ายังต้องรู้สึกด้อยกว่า
จ้าวเฉินล้างหน้าล้างตา จากนั้นก็โยนตัวเองลงบนเตียง
วันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากเกินไป
ตอนนี้เขาต้องการความเงียบ เพื่อจัดระเบียบความคิดของตัวเองใหม่
จากสถานการณ์ปัจจุบัน เดาว่านี่ไม่น่าจะเป็นความฝัน
แต่ต่อให้เป็น เขาก็ทำได้เพียงถือว่ามันเป็นความจริงเท่านั้น
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมเขาถึงมาอยู่ในจักวาลนี้ได้?
ประการแรก ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขา แต่จิตสำนึกและวิญญาณเป็นของเขาเอง
นั่นเท่ากับว่าเป็นการเดินทางข้ามเวลาแบบหนึ่ง…
มันยังคล้ายกับตอนที่จ้าวเฉินเดินทางข้ามเวลาครั้งแรกมากทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การเดินทางข้ามเวลาครั้งนี้พิเศษกว่าเล็กน้อย
เพราะก่อนจะข้ามมา จ้าวเฉินเผชิญกับการยุบตัวของมิติ
เป็นไปได้ไหมว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดสถานการณ์ในปัจจุบัน?
"ฉันสงสัยว่าลูกยานคนอื่นๆ บนยานเซราฟอาร์บัสเตอร์หมายเลขหนึ่งจะปลอดภัยหรือเปล่า" จ้าวเฉินนึกถึงลูกยานบนยานเซราฟอาร์บัสเตอร์หมายเลขหนึ่ง แล้วถอนหายใจเบาๆ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับยานเซราฟอาร์บัสเตอร์หมายเลขหนึ่งนั้นไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย
แม้กระทั่งการพังทลายของมิติก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้
จ้าวเฉินคิดทบทวนสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองต่อไป
นี่คือจักรวาลที่เขาไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่นิดเดียว
เทคโนโลยีของอารยธรรมนี้มีความคล้ายคลึงกับจักรวาลของเขามาก
แต่ไม่รู้ระดับพลังทางทหารจริงๆ เป็นอย่างไร รวมถึงไม่รู้ว่าโครงสร้างอำนาจของจักรวาลนี้เป็นแบบไหน
ข้อมูลส่วนนี้ ในความทรงจำของร่างเดิมค่อนข้างไม่สมบูรณ์
เขาคิดขึ้นมาได้ ค้นหาข้อมูลในเครือข่ายก็สิ้นเรื่อง!
จ้าวเฉินเด้งตัวลุกขึ้น ยกมือเปิดหน้าจอเสมือนจริงขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะค้นหาสิ่งที่เขาต้องการในทันที เขากลับเริ่มเขียนปลั๊กอินเล็กๆ ขึ้นมาก่อน
ปลั๊กอินนี้จะทำให้การค้นหาทั้งหมดของเขาไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้
ด้วยวิธีนี้ เขาสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้การเกิดความสงสัยได้
เพราะหากมีผู้ดูแลระบบคอยเฝ้ามอง แล้วเห็นว่าเขาค้นข้อมูลผิดปกติ มันย่อมนำมาซึ่งปัญหายุ่งยากตามมาอีกมาก
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างที่จำเป็นแล้ว จ้าวเฉินก็เริ่มรวบรวมข้อมูล
อันดับแรก จักรวาลนี้ก็เป็นจักรวาลที่ปกครองโดยมหาอำนาจหนึ่งเดียวเหมือนกัน
แต่ไม่ใช่ระบอบเผด็จการ กลับเป็นระบบเลือกตั้งแบบรัฐสภาแทน
กองกำลังนี้รู้จักกันในชื่อ ‘สหพันธ์ดาราจักร’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘พันธมิตรสหพันธ์แห่งจักรวาล’
คณะผู้บริหารระดับสูงคือสภาสหพันธ์ ซึ่งจำนวนเก้าอี้ขึ้นอยู่กับผลงานของแต่ละเผ่าพันธุ์
ทุกสิบปีจะมีการเลือกตั้งผู้นำสหพันธ์
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สหพันธ์ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเริ่มก้าวข้ามเทคโนโลยีระดับ T6 และพัฒนาเทคโนโลยีระดับ T7
แต่ก็เป็นในช่วงสิบปีนี้เองที่ภัยคุกคามเริ่มปรากฏขึ้น
เมื่อจ้าวเฉินเปิดอ่านประวัติศาสตร์ของจักรวาลนี้ เขาก็ต้องประหลาดใจ
เพราะประวัติศาสตร์ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เข้มข้นกว่าเหตุการณ์ในหลายร้อยหลายพันปีรวมกันเสียอีก
และทั้งหมดเกี่ยวพันกับผู้นำสหพันธ์คนปัจจุบันอย่างใกล้ชิด
ประการแรก เส้นทางชีวิตของผู้นำคนนี้ราวกับตำนานบทหนึ่ง
ผู้นำคนก่อนๆ ล้วนเป็นผู้มีอำนาจเก่าแก่ผลักดันขึ้นมา เนื่องจากต้องมีเสียงสนับสนุนจากสมาชิกในสภากว่าครึ่ง ทำให้ต้องใช้ทั้งเส้นสายและทรัพย์สินจำนวนมหาศาล
แต่สำหรับผู้นำคนนี้จะบอกว่าได้เปรียบเพราะชาติกำเนิดก็ได้ หรือจะบอกว่าไม่ได้เปรียบอะไรเลยก็ได้เช่นกัน
เพราะเขาเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่ง
แม้มีสายเลือดจากตระกูลเก่าแก่ แต่ไม่มีใครนับเขาเป็นคนในตระกูลจริงๆ
เพราะตัวตนของเขามีความพิเศษมาก
เขาเป็นลูกนอกสมรสของผู้ปกครองตระกูลเก่าแก่ที่ทรงอำนาจ
แต่ในช่วงสิบปีนี้เอง ลูกนอกสมรสคนนี้กลับใช้วิธีการอันโหดร้ายเพื่อไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุด
เขาโค่นล้มทุกข้อจำกัดของโชคชะตา และยึดอำนาจตระกูลตัวเองสำเร็จ จากนั้นยังควบคุมตระกูลอื่นๆ ได้อีกด้วย
ในที่สุด เขาก็ได้กลายเป็นผู้นำสหพันธ์เต็มตัว
เป็นเรื่องราวที่เรียกได้ว่า พลิกชะตาฟ้าของแท้!