เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1120 ระบบเมืองอวกาศ (ฟรี)

บทที่ 1120 ระบบเมืองอวกาศ (ฟรี)

บทที่ 1120 ระบบเมืองอวกาศ (ฟรี)


เหล่าผู้นำระดับสูงของเผ่าปีศาจหลายคนในห้องประชุมต่างใจเต้นระส่ำ หากไม่ใช่เพราะมีเก้าอี้อยู่รองรับ คงมีไม่น้อยที่ทรุดตัวลงกับพื้นไปแล้ว

จ้าวเฉินไม่รีบพูดต่อ เขาเพียงยกถ้วยชาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาจิบช้าๆ

ความเงียบปกคลุมทั่วห้องประชุม เหล่าผู้นำปีศาจต่างจับจ้องไปยังจ้าวเฉินราวกับนักโทษที่กำลังรอคำตัดสิน

“ฉัน จ้าวเฉิน เป็นคนที่รักษาคำพูดเสมอ

ก่อนหน้านี้ ฉันได้ให้สัญญาหลายๆ อย่างกับคนในตระกูลของผู้บัญชาการตาแดง

เพราะพวกเขาเป็นคนกลุ่มแรกที่กล้าเลือกยืนอยู่ข้างพวกเราหลงเซี่ยว และเป็นผู้ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงมากที่สุด” จ้าวเฉินพูดอย่างชัดเจนและมั่นคง

ขณะนั้น สายตาของเหล่าปีศาจที่อยู่ตรงนั้นต่างหันไปมองสามร่างที่อยู่ในมุมหนึ่งของห้อง

ปีศาจทั้งสามนี้มาจากตระกูลเดียวกับตาแดง

“คาบาบา” จ้าวเฉินเรียกชื่อหนึ่งออกมาอย่างกะทันหัน

“ท่านลอร์ดหลงเซี่ยว...” คาบาบาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เขายังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงถูกเรียกชื่อ

จ้าวเฉินไม่ได้ตอบ เขาเพียงขานชื่อต่อไป "คาทัน"

“ครับ!” ปีศาจร่างใหญ่อีกคนรีบลุกขึ้นตอบ

“คาบาส”

ปีศาจวัยกลางคนอีกคนลุกขึ้นช้าๆ กลิ่นอายบนร่างเขานิ่งสงบและมั่นคงกว่าทุกคนในห้อง

เพราะเขาคือน้องชายของพ่อตาแดง และเป็นลุงแท้ๆ ของเธอ

“นอกจากทั้งสามคนนี้ ยังมีอีกสองคน…

แต่พวกเขาได้พลีชีพอย่างกล้าหาญในการปฏิบัติการก่อนหน้านี้แล้ว

ฮิวก้าและเบกซู” จ้าวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

เมื่อจ้าวเฉินเอ่ยชื่อทั้งสองออกมา ปีศาจหลายคนในห้องต่างก็รู้สึกสะเทือนใจ

จ้าวเฉินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจ “ณ ที่นี้ ฉันขอประกาศว่าทายาทสายตรงของฮิวก้าและเบกซูจะจะได้รับทะเบียนพลเมืองหลงเซี่ยวโดยตรง

และลูกหลานของพวกเขาจะได้รับสิทธิ์เข้าทำงานในบริษัทภายใต้องค์กรหลงเซี่ยวอินเตอร์สเตลลาร์

หากพวกเขาต้องการ ก็สามารถรับตำแหน่งขุนนางภายในภูมิภาคตะวันออกของเผ่าปีศาจได้เช่นกัน

นี่คือคำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับพ่อของพวกเขา และหลงเซี่ยวจะเป็นผู้คุ้มครองพวกเขาเอง!”

สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องช้าๆ คล้ายคำเตือนอันหนักแน่น

เพียงสายตาเดียว ก็เพียงพอจะทำให้ปีศาจทุกคนในห้องรู้สึกถึงแรงกดดันราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับอยู่บนบ่า

หากเป็นตอนที่ฮิวก้าและเบกซูยังมีชีวิตอยู่ การได้รับตำแหน่งขุนนางก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้าน

แต่เมื่อตัวพวกเขาล่วงลับไปแล้ว หากบุตรหลานจะขึ้นมาครองตำแหน่งเดียวกัน ย่อมเป็นเป้าหมายให้ผู้อื่นหมายปองหรือแย่งชิงแน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลของตาแดงก็จากดินแดนปีศาจไปหลายปีแล้ว พวกเขาไม่มีรากฐานเหมือนตระกูลปีศาจอื่นๆ

แต่คำพูดของจ้าวเฉินในวันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

ตราบใดที่กองทัพหลงเซี่ยวยังคงแข็งแกร่ง และตราบใดที่จ้าวเฉินยังมีลมหายใจอยู่ ก็จะไม่มีใครกล้าแตะต้องลูกลานของฮิวก้าและเบกซูอีก

ตรงกันข้าม ตระกูลปีศาจมากมายจะยื่นมือเข้ามาสานสัมพันธ์ด้วย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากเครือข่ายอำนาจใหม่ที่กำลังจะก่อตัวขึ้นนี้

ขณะพูด จ้าวเฉินก็ยกมือขึ้น

บนโต๊ะกลางห้อง ปรากฏภาพแผนที่สามมิติของภูมิภาคตะวันออกของเผ่าปีศาจที่ลิลิธเตรียมเอาไว้

“ทุกคนดูตรงนี้

พื้นที่ทั้งหมดนี้… ฉันตั้งชื่อให้มันว่า เมืองอวกาศภาคตะวันออก

ฉันจะแบ่งภูมิภาคตะวันออกนี้ออกเป็นสิบเมือง และเมืองทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดูแลของพวกท่านที่อยู่ที่นี่” จ้าวเฉินกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังพื้นที่ที่ถูกแบ่งไว้บนแผนที่

“เมืองอวกาศวาเนสจะมีคาบาสเป็นเจ้าเมือง

ส่วนคนที่ถูกกล่าวถึงเมื่อครู่จะได้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าเมือง ซึ่งเจ้าเมืองและรองเจ้าเมืองจะร่วมกันจัดตั้งสภาเมืองขึ้นมาช่วยกันบริหารกิจการทั้งหมดในเมืองนี้”

ขณะจ้าวเฉินพูด ลิลิธที่ยืนอยู่ข้างกายก็หยิบกล่องผ้าไหมลวดลายวิจิตรออกมา

เมื่อกล่องถูกเปิดออก ด้านในเผยให้เห็นตราสัญลักษณ์ขนาดเท่าฝ่ามือหลายชิ้นที่ถูกทำขึ้นอย่างงดงาม

ตราสัญลักษณ์แต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน แสดงถึงเมืองอวกาศทั้งสิบแห่ง

สิ่งเดียวที่เหมือนกันในทุกชิ้นคือรายละเอียดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในตราทั้งหมด เป็นสัญลักษณ์รูปมังกรของหลงเซี่ยว

ราวกับกำลังบอกว่า หลงเซี่ยวอยู่ทุกแห่งหน และจะคุ้มครองทุกดินแดน

“เชิญทั้งสามท่านก้าวออกมา” ลิลิธเอ่ยเรียก

คาบาสและอีกคนอื่นๆ ก้าวออกมาด้านหน้า บางคนมีสีหน้าตื่นเต้น บางคนสงบนิ่ง แต่ก็มีบางคนยังไม่อยากเชื่อว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นจริง

จ้าวเฉินรับตราสัญลักษณ์จากลิลิธทีละชิ้น แล้วเป็นผู้สวมให้ทั้งสามด้วยตัวเอง

หนึ่งตราทองและสองตราเงิน

ทั้งหมดนี้คือเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและอำนาจของเมืองอวกาศวาเนส

จากนั้น พิธีแต่งตั้งตำแหน่งให้เมืองอวกาศอื่นๆ ก็เริ่มต้นขึ้นตามลำดับ ซึ่งกระบวนการก็คล้ายกันทุกขั้นตอน

ทุกเมืองอวกาศจะมีเจ้าเมืองหนึ่งคน และรองเจ้าเมืองหลายคน ก่อนจะรวมตัวกันจัดตั้งสภาเมืองขึ้นมา เพื่อบริหารงานภายใน

กระบวนการทั้งหมดกินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง

แม้ว่ากระบวนการนี้จะสามารถย่นให้สั้นลงได้ แต่ลิลิธเคยบอกไว้ว่า พิธีเหล่านี้เป็นโอกาสในการสร้าง ‘ตราประทับทางจิตใจ’ ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา

พิธีที่ดูซับซ้อนนี้ แท้จริงแล้วมีผลทางจิตวิทยาอย่างยิ่ง

เพราะทุกครั้งที่จ้าวเฉินเป็นผู้สวมตราสัญลักษณ์ให้ด้วยมือตัวเอง ก็เหมือนเป็นการประกาศว่า ทุกสิ่งที่พวกเขาครอบครองอยู่ในตอนนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่จ้าวเฉินมอบให้

และเมื่อจ้าวเฉินสามารถมอบให้ได้ เขาก็สามารถเรียกคืนได้ทุกเมื่อเช่นกัน

“ไม่ทราบว่าทุกท่านพอใจกับการจัดสรรในครั้งนี้หรือไม่?” ลิลิธเอ่ยถามพลางกวาดตามองทั่วห้องประชุม

บางคนอาจคิดว่าตัวเองได้รับน้อยเกินไป

แต่ในสถานการณ์นี้ ไม่มีใครโง่พอลุกขึ้นมาพูด

อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลประโยชน์ของตัวเอง และนั่นก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว

“ในอนาคต อาจจะมีเมืองอวกาศภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคเหนือเกิดขึ้นอีก

แต่เรื่องเหล่านั้นจะเกิดขึ้นในภายหลัง

เมื่อถึงเวลานั้น เราอาจจัดตั้งตำแหน่งใหม่เพิ่มเติม และจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ในเมื่อพวกท่านได้ยอมรับตรานี้ไว้แล้ว

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า ตรานี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงอำนาจและสถานะเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบที่พวกท่านต้องแบกรับไว้ด้วย

ชนเผ่าปีศาจที่สนับสนุนพวกท่านในวันนี้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเชื่อฟังอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นเพราะพวกเขาเคยถูกกดขี่โดยจอมมารผู้โหดร้าย

เพราะพวกเขาเบื่อหน่ายกับผู้ปกครองที่ไม่สนใจชีวิตของประชาชน จึงเลือกจะลุกขึ้นต่อต้าน

ฉันหวังว่าพวกท่านจะไม่กลายเป็นจอมมารคนที่สอง

และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น องค์กรหลงเซี่ยวอินเตอร์สเตลลาร์ของเราจะให้ความช่วยเหลือพวกท่านอย่างเต็มที่

เราจะจัดส่งเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในทุกเมืองอวกาศ

หากจำเป็น เรายังสามารถจัดสรรเงินลงทุน หรือให้สินเชื่อพิเศษเพื่อกระตุ้นการพัฒนาได้ด้วย

ฉันเชื่อว่า ตราบใดที่ประชาชนอยู่ดีกินดี ตำแหน่งของพวกท่านก็จะมั่นคงไม่สั่นคลอน

แต่หากพวกท่านละเลย ไม่สนใจเสียงของประชาชน

วันหนึ่งตราสัญลักษณ์ที่พวกท่านได้รับในวันนี้ ก็จะถูกคนอื่นเอาไปไม่ช้าก็เร็ว!” จ้าวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลึก

“รับทราบ!”

“ท่านลอร์ดหลงเซี่ยวพูดถูก!”

เหล่าผู้นำปีศาจต่างลุกขึ้นพูดพร้อมกัน

ในจังหวะนั้นเอง ลิลิธได้เปิดเอกสารออกมา และกล่าวว่า “ต่อไปนี้จะเป็นการชี้แจงข้อบังคับของเมืองอวกาศแต่ละแห่ง

ในบรรดาข้อกำหนดทั้งหมด มีอยู่ไม่กี่ข้อที่สำคัญที่สุด

อย่างแรก เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างเมืองอวกาศด้วยกันเอง แต่ละเมืองจะได้รับอนุญาตให้มีกองยานตรวจการณ์หรือกองยานรักษาความปลอดภัยได้

แต่ห้ามจัดตั้งกองยานเชิงรุกที่มีศักยภาพในการโจมตีหรือรุกรานโดยเด็ดขาด”

เสียงของลิลิธดังกังวานในห้องประชุม

“ส่วนการจัดซื้อยานรบทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรหลงเซี่ยวอินเตอร์สเตลลาร์โดยตรง และห้ามมีการซื้อขายอาวุธอย่างอิสระระหว่างเมืองอวกาศ

หากในเมืองอวกาศทางตอนเหนือ หรือในพื้นที่ใดก็ตามเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การก่อกบฏ การสังหาร หรือการละเมิดข้อตกลงอย่างรุนแรง

เราจะตั้งศาลยุติธรรมขึ้นมาเพื่อทำการไต่สวนและตัดสินคดีเหล่านั้นโดยตรง

นอกจากนี้ ทางเราจะจัดเตรียมแผนพัฒนาเมืองอวกาศให้พวกท่านด้วย เราหวังว่าทุกท่านจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

รวมถึงจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายข้อ ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ในสัญญาฉบับนี้ทั้งหมด…”

คำพูดทุกประโยคของลิลิธเปรียบเสมือนมือที่มองไม่เห็นคู่หนึ่งที่พันธนาการเหล่าปีศาจเอาไว้

จนในที่สุด เผ่าปีศาจทั้งเผ่าก็จะอยู่ภายใต้เงาของหลงเซี่ยวอย่างสมบูรณ์!

จบบทที่ บทที่ 1120 ระบบเมืองอวกาศ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว