เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1010 ความลับของการดำรงอยู่ของเผ่าจักรกล (ฟรี)

บทที่ 1010 ความลับของการดำรงอยู่ของเผ่าจักรกล (ฟรี)

บทที่ 1010 ความลับของการดำรงอยู่ของเผ่าจักรกล (ฟรี)


แต่ดังคำกล่าวที่ว่า ‘สิ่งใดแตกแยกนาน ย่อมมารวมกัน สิ่งใดรวมกันนาน ย่อมแตกแยก’

หลังจากที่จักรวรรดิไกอาได้รวมจักรวาลเป็นหนึ่ง จักรวรรดิก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรือง และระดับเทคโนโลยีก็ก้าวไปถึงระดับ T5

ในขณะที่ทุกคนต่างมุ่งหวังชีวิตที่ดีกว่า และขยายอาณานิคมไปสู่กาแล็กซีที่ห่างไกลกว่าเดิม

ภัยพิบัติบางอย่างก็เกิดขึ้น

นั่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จักรวรรดิไกอาถูกโจมตีโดยเผ่าเซิร์กจากอีกจักรวาล

ถ้ำเซิร์กที่ราวกับฉีกจักรวาลออกจากกัน ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องในอาณาเขตต่างๆ ของจักรวรรดิไกอา

หลังจากนั้นก็เป็นทศวรรษอันมืดมน

ในช่วงทศวรรษนั้น จำนวนถ้ำเซิร์กที่ปรากฏขึ้นมากกว่าที่เคยปรากฏในอดีตหลายเท่า

โชคยังดีที่จักรวรรดิไกอาแข็งแกร่งพอ พวกเขาจึงไม่ถูกกวาดล้างโดยเผ่าเซิร์ก

แต่ถึงจักรวรรดิไกอาจะรอดพ้นจากอันตรายนี้มาได้ ความแข็งแกร่งของจักรวรรดิไกอาก็ลดลงไปมาก

และปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือความแตกแยกภายใน

เหล่าขุนนางท้องถิ่นเริ่มทำสงครามกันเอง จนสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งผู้นำคนหนึ่งได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ในระหว่างที่พัฒนาเทคโนโลยีกึ่ง T6!

ความลับที่ในเวลาต่อมาได้ทำลายจักรวรรดิไกอาทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง

“ความลับอะไร? ช่วงวาระสุดท้ายของจักรวรรดิไกอาเกิดอะไรขึ้นกันแน่! พวกเขาเจอศัตรูแบบไหน?” จ้าวเฉินถามอย่างเร่งร้อน

ที่จริงแล้ว ข้อมูลที่จ้าวเฉินได้มาจากศาสนาเมคานิคัสมีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และยังมีหลายส่วนขาดหายไป

จ้าวเฉินแทบจะรวมโครงเรื่องเข้าด้วยกันไม่ได้เลย

ในช่วงสงครามภายในของจักรวรรดิไกอา จู่ๆ ก็มีกองกำลังใหม่ปรากฏตัวขึ้น

กองกำลังนั้นแข็งแกร่งจนคุกคามทั้งจักรวาลได้โดยตรง

จักรวรรดิไกอาจึงทำสงครามตัดสินกับพวกมัน

รายละเอียดของสงครามครั้งนั้นหายไปจากบันทึก จ้าวเฉินเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่รู้คือ หลังจากนั้นไม่นาน จักรวรรดิไกอาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย และถูกแทนที่ด้วยเผ่าจักรกล

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของจ้าวเฉิน แววตาของเด็กหญิงตัวน้อยก็มีประกายแห่งความโศกเศร้าปรากฏขึ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวเฉินได้เห็นอารมณ์แบบมนุษย์ปรากฏในแววตาของเธอ

“ฉันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความลับ หรือผู้รุกราน

หรืออาจพูดได้ว่า ฉันไม่มีสิทธิ์เข้าถึง

ฉันรู้แค่ว่ามันไม่ใช่ศัตรูที่มาจากจักรวาลนี้ และมันจะกลับมาอีกครั้งแน่

เมื่อมันมาถึง จักรวาลของเราจะต้องเผชิญกับหายนะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกทำลาย กาแล็กซีทุกแห่งจะกลายเป็นสนามรบ!

เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้ามาในบ้านของเรา

เจ็ดบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในจักรวรรดิไกอาในเวลานั้น

ได้ระดมกำลังทหารของจักรวรรดิไกอาเกือบ 95% จัดตั้งกองทัพสำรวจขนาดใหญ่ขึ้นมา

และใช้เทคโนโลยีบางอย่างที่แม้แต่ฉันก็ไม่รู้ เดินทางออกจากจักรวาลของเราไป"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เด็กหญิงตัวน้อยก็หยุดลง

“แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?

ทำไมจักรวรรดิไกอาที่เคยรุ่งเรืองขนาดนั้น ถึงไม่มีบันทึกเหลืออยู่เลย?” จ้าวเฉินถามต่อ

“เพราะมีคนลบทุกอย่างเกี่ยวกับจักรวรรดิไกอาทิ้ง!” เด็กหญิงตัวน้อยตอบ

จ้าวเฉินตกตะลึง เขาไม่คิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้ และคำตอบนี้ก็เหลือเชื่อเกินไป

“เป็นไปได้ยังไง! ต่อให้ผ่านไปเป็นหมื่นปี จักรวรรดิที่เคยยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็ต้องมีบันทึกหลงเหลืออยู่บ้าง!” จ้าวเฉินแทบไม่อยากจะเชื่อเลย

“แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เพราะพวกเราลงมือด้วย” เด็กหญิงตัวน้อยกล่าว

จ้าวเฉินไม่ได้พูดอะไรอีก แต่จ้องมองไปที่เด็กหญิงตัวน้อย

รอฟังคำพูดต่อไปของเธอ

“แต่ตัวการที่สำคัญที่สุดยังเป็นอารยธรรมจากนอกจักวาล พวกมันมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าเรามาก จะบอกว่าราวกับพระเจ้าก็ยังได้”

เด็กหญิงตัวน้อยเล่าด้วยน้ำเสียงรำลึก “ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

เราพบว่า นอกจากสิ่งมีชีวิตจักรกลอย่างพวกเราแล้ว

สิ่งมีชีวิตคาร์บอนทั้งหมด… กลับลืมเรื่องราวของจักรวรรดิไกอาไปในชั่วข้ามคืน!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

จ้าวเฉินเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

พวกมันสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตคาร์บอนทั้งจักรวาลลืมการมีอยู่ของจักรวรรดิไกอาได้งั้นเหรอ?

นี่มันไม่ใช่ตำนานในนิทานปรัมปราหรือไง

“ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันดูไม่น่าเชื่อ

แต่ในฐานะคนที่เคยประสบกับเรื่องนี้มาก่อน นี่คือเรื่องจริง

นายยังจำที่ฉันเคยบอกได้ไหม ว่าจักรวรรดิไกอานำกำลังทหารไป 95%

แล้วนายคิดว่าส่วนที่เหลืออีก 5% ไปอยู่ที่ไหนล่ะ?

ส่วนที่เหลืออีก 5% ก็กลายเป็นกองกำลังที่ทรงพลังในจักรวาลตอนนี้ไง

หลังจากร้อยปีแห่งการเผชิญหน้ากัน ในที่สุดจักรวาลแห่งนี้ก็ได้กำเนิดเค้าลางของจักรวรรดิใหม่หลายแห่ง

นั่นคือจักรวรรดิแห่งซีอา, จักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์, และสหพันธรัฐวอร์แฮมเมอร์

ในขณะที่อีกฝั่งก็มีเผ่าเทวทูต, เผ่าปีศาจ, และกลุ่มอำนาจอื่นๆ กระจัดกระจาย

ในความเป็นจริง พวกเขาทั้งหมดถือเป็นทายาทของจักรวรรดิไกอา เพียงแต่ทางด้านของเผ่าเทวทูตกับเผ่าปีศาจได้รับการสืบทอดมากกว่า

ส่วนทางสามจักรวรรดิได้รับการสืบทอดน้อยกว่า” เด็กหญิงตัวน้อยอธิบาย

จ้าวเฉินฟังแล้วถึงกับมึนงง

“ตอนที่ฉันเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้น ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

แต่ในที่สุด ฉันก็ตัดสินใจได้

ถ้าสมมุติว่าปรากฏการณ์ทั้งหมด เกิดจากความพ่ายแพ้ของกองทัพสำรวจของจักรวรรดิไกอา

นั่นก็หมายความว่าจักรวรรดิไกอาได้สูญสิ้นไปแล้ว

แต่ถ้ามันเกิดจากสาเหตุอื่น…

ทางออกที่ดีที่สุดก็คือทำให้จักรวาลนี้คงความสงบไว้ก่อน

ถ้ากองทัพสำรวจชนะ และกลับมา พวกเขาย่อมสามารถนำทุกอย่างที่เป็นของจักรวรรดิไกอาคืนจากเหล่าผู้สืบทอดได้

แต่ถ้าแพ้…จักรวรรดิไกอาก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป” เด็กหญิงตัวน้อยกล่าว

"แล้วการมีอยู่ของเผ่าจักรกลของเธอมีความหมายอะไรล่ะ?

ทำไมต้องคุกคามจักรวรรดิและอารยธรรมรอบข้างด้วย?

ทั้งที่พวกเธอก็สามารถกำจัดพวกเขาได้ตรงๆ แต่กลับทำตัวเหมือนแมวเล่นกับหนู?” จ้าวเฉินตั้งคำถามที่เขาสงสัยมาตลอด

“เพราะ ‘สันดาน’ ของพวกสิ่งมีชีวิตคาร์บอนอย่างพวกนาย” เด็กหญิงตัวน้อยตอบตรงแบบไม่อ้อมค้อม

จ้าวเฉินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“แรกเริ่ม เผ่าจักรกลของฉันก็ไม่มีความคิดทีจะแทรกแซงจักรวรรดิอื่น

แต่ในช่วงหลายปีต่อจากนั้น เรียกได้ว่าเป็นปีที่มืดมนมาก ยอดผู้เสียชีวิตยังสูงกว่าช่วงสงครามภายในของจักรวรรดิไกอา

และสูงกว่าตอนที่เผ่าเซิร์กเข้ารุกรานด้วยซ้ำ

ต้องบอกเลยว่า ถ้าเรื่องการฆ่าล่ะก็… สิ่งมีชีวิตคาร์บอนอย่างพวกนาย รู้วิธีฆ่าพวกเดียวกันเองดีกว่าศัตรูซะอีก!”

จ้าวเฉินพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อย

“เมื่อฉันเห็นแบบนั้น ฉันก็รู้ว่าปล่อยไว้ต่อไปไม่ได้แล้ว

ในเวลาเดียวกัน ฉันก็นึกถึงแผนอีกอย่างขึ้นมาได้

ถ้าหากว่ากองทัพสำรวจของจักรวรรดิไกอาพ่ายแพ้ แล้วอารยธรรมนอกจักรวาลกลับมารุกรานอีกครั้ง เราจะทำยังไง?

ให้เผ่าจักรกลของฉันออกไปสู้? นั่นไม่ได้หรอก

เผ่าจักรกลของฉันไม่มีความสามารถที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ

ในเมื่อกองทัพสำรวจของจักรวรรดิไกอาแพ้ไปแล้ว กองทัพจักรกลของฉันก็จะแพ้เช่นกัน

ดังนั้น เราจึงต้องพึ่งสิ่งมีชีวิตคาร์บอน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี

และ ‘สงคราม’ ก็ถือเป็นปัจจัยหลักในการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

ปัญหาคือ สงครามของสิ่งมีชีวิตคาร์บอนแบบพวกนายควบคุมยากมาก“เด็กหญิงตัวน้อยส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ”ฉันเลยคิดขึ้นมาได้

พวกนายต้องการสงครามเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใช่ไหม?

งั้นฉันก็จะเป็นเป้าหมายในสงครามให้เอง อย่างน้อยฉันก็จะได้ควบคุมขอบเขตของสงครามนั้นได้!”

จบบทที่ บทที่ 1010 ความลับของการดำรงอยู่ของเผ่าจักรกล (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว