- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 940 การต่อสู้ที่ถูกตรึงไว้! (ฟรี)
บทที่ 940 การต่อสู้ที่ถูกตรึงไว้! (ฟรี)
บทที่ 940 การต่อสู้ที่ถูกตรึงไว้! (ฟรี)
ป้อมปืนป้องกันหมายเลข 077
“รายงาน! ปืนเลเซอร์หมายเลข 3 ร้อนเกินขีดอีกแล้วครับ!” เสียงทหารตะโกนรายงานอย่างเร่งรีบ
“ร้อนก็เปลี่ยนลำกล้องใหม่! เอาลำกล้องเก่าลงไปแช่ในน้ำยาหล่อเย็น เร่งระบายความร้อนให้ไวเข้า!” ผู้บัญชาการป้อมสั่งเสียงกร้าว
ทหารรีบควบคุมแขนกลถอดกระบอกปืนที่ร้อนจนแดงออก แล้วโยนลงในถังน้ำยาหล่อเย็นที่เตรียมไว้ข้างๆ
ฟู่... ฟู่…
เสียงดังขึ้นเมื่อโลหะร้อนจัดสัมผัสกับน้ำหล่อเย็น
วิธีนี้ช่วยให้ลำกล้องปืนที่ใช้งานหนักเกินขีดจำกัดสามารถลดความร้อนกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่สั้นลงอย่างมาก หากฝืนใช้ต่อไปอาจเกิดระเบิดในลำกล้องได้
ผู้บัญชาการป้อมเปิดช่องสื่อสารภายในแล้วตะโกนสั่ง “ฟังให้ดี! ลำกล้องปืนที่แช่น้ำหล่อเย็นมาแล้ว ก่อนนำกลับมาใช้ต้องตรวจสภาพก่อนทุกครั้ง!
หากมีการสึกหรอเกินมาตรฐาน ห้ามนำมาใช้ซ้ำ!
หากมีรอยร้าวเกินกำหนดก็ห้ามใช้อีกเด็ดขาด! ต้องคอยระวังให้ดี เข้าใจไหม!”
"รับทราบ!"
เมื่อได้ยินเสียงผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บัญชาการป้อมก็ถอดหมวกทหารมาพัดลมไล่เหงื่อ พลางบ่นเสียงดัง “โคตรร้อน! ระบบควบคุมอุณหภูมิเป็นบ้าอะไรอีก! นี่มันอุณหภูมิทะลุ 30 องศาไปแล้วมั้ง!”
“ขออภัยครับท่าน เรื่องนี้เราไม่มีทางแก้ได้จริงๆ อาวุธทั้งหมดของเรายิงต่อเนื่องไม่หยุด
แถมตอนหล่อเย็นลำกล้องปืนยังกระจายความร้อนออกมาอีก
เรื่องนี้...เราทำอะไรไม่ได้เลยครับ” นายทหารฝ่ายเทคนิคตอบเสียงแผ่ว
“เวรเอ๊ย...” ผู้บัญชาการสบถเบาๆ แล้วเดินไปที่ช่องหน้าต่างทรงกระบอกของป้อม มองดูสถานการณ์ในสนามรบด้านนอก
เขายังใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ติดตั้งบนช่องหน้าต่างเพื่อขยายภาพที่อยู่ไกลออกไป
ภาพที่เขาเห็นคือหน่วยเซิร์กจำนวนมหาศาลถูกห่ากระสุนของพวกเขาสาดกระหน่ำจนร่างแตกกระจาย แต่ก็ยังมีพวกมันพุ่งเข้ามาอีกนับไม่ถ้วน ราวกับพวกมันไม่มีวันหมด
รังแม่ระดับ T1 และ T2 ที่ปรากฏตัวเป็นครั้งคราวต่างถูกการโจมตีจากยานรบสังหารอย่างแม่นยำ โดยที่พวกมันไม่มีโอกาสได้แสดงพลังเลยด้วยซ้ำ
ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ดูเหมือนฝ่ายป้องกันจะยังได้เปรียบอยู่
แต่ผู้บัญชาการของทุกแนวป้องกันต่างรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
หลังผ่านไปเกือบสิบชั่วโมง
แนวป้องกันหลังหมายเลขหนึ่งยังคงไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น แต่ปัญหาคือพวกเขากำจัดศัตรูไปได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบของทั้งหมด!
ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับก็เหมือนรักษาสมดุลกันอยู่
แต่หากแนวป้องกันเกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะถ้าทรัพยากรการรบต่างๆ เริ่มขาดแคลนจนกำลังยิงไม่เพียงพอ สถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไปทันที
“แมลงพวกนี้มัน ‘ทำ’ กันยังไงวะ! ฆ่าไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที!” ผู้บัญชาการป้อมสบถออกมาเบาๆ
…….
บนยานบัญชาการระดับ T5 ดราก้อนเอ็มเพอเรอร์ ห้องบังคับการ
“จนถึงตอนนี้ การต่อสู้ดำเนินมาเป็นเวลาสิบชั่วโมงแล้ว
พวกเรากำจัดรังแม่ไปได้เกือบ 50,000 รัง ส่วนหน่วยเซิร์กเราก็กวาดไปได้ราวหนึ่งในสิบของทั้งหมด
ตอนนี้มีรังแม่ประมาณ 50,000 รัง พร้อมหน่วยเซิร์กของพวกมันอ้อมปีกทั้งสองด้านของเราไปแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะปะทะกับแนวป้องกันวงนอกของพวกเรา
แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่น่ามีอะไรน่าเป็นห่วง
ทรัพยากรการรบต่างๆ ก็ยังส่งมาได้อย่างราบรื่น.... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
และแนวป้องกันหลักอีกเก้าแห่งก็เริ่มสู่กับพวกมันแล้วเช่นกัน
โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละแนวป้องกันหลักต้องเจอกับรังแม่ประมาณ 200,000 รัง และส่วนมากเป็นรังแม่ระดับต่ำ
ที่หนักหน่อยคงเป็นแนวป้องกันหลักหมายเลขหกที่มีรังแม่ถึง 350,000 รัง นั่นคือแนวป้องกันที่รับผิดชอบโดยกองทัพจักรพรรดินีแสงศักดิ์สิทธิ์ และกองทัพหลงเซี่ยวที่แปดของพวกเรา
แต่จนถึงตอนนี้ ทุกแนวป้องกันยังคงควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้” เสียงรายงานจากมังกรน้อยดังขึ้น ขณะลอยตัวอยู่ด้านหลังจ้าวเฉิน
จ้าวเฉินมองแบบจำลองสนามรบด้วยสายตาเย็นเฉียบ “ตามข้อมูลที่ได้จนถึงตอนนี้ พวกรังแม่ที่ปะทะกับเรา รวมๆ แล้วแค่ประมาณ 3 ล้านรัง
ซึ่งยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของศัตรูทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ พวกมันมีตั้ง 30 ล้านรัง
ที่สำคัญ... รังแม่ระดับ T5 คิงเลวีอาธานทั้ง 11 รัง ยังไม่ขยับเลยสักรัง”
จ้าวเฉินจ้องไปยังจุดพลังงานที่สว่างที่สุด 11 จุด ซึ่งกระจายล้อมรอบถ้ำเซิร์กเอาไว้ และไม่มีท่าทีว่าจะเคลื่อนไหว
“เราตรวจพบคลื่นพลังจากรังแม่ชุดที่สองแล้วนะคะ เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนว่าพวกมันจะบุกแนวป้องกันไหนบ้าง
หากทราบแน่ชัดเมื่อไหร่ เราจะมีเวลาอย่างน้อยห้าชั่วโมงในการเตรียมรับมือ” มังกรน้อยเสริม
“ดูท่าศัตรูครั้งนี้ น่าจะมีตัวหัวหน้าคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังจริงๆ” ลิลิธวิเคราะห์
แต่ไหนแต่ไร พวกเซิร์กก็ถูกมองว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณสังหารเพียงอย่างเดียว ต่อให้เป็นรังแม่ระดับ T4 ที่ถือว่ามีสติปัญญาอยู่บ้าง พวกมันก็แค่พอมีความสามารถสั่งถอนทัพเมื่อเสียเปรียบ
แต่ถ้าให้จัดระเบียบกองทัพที่ซับซ้อน และวางแผนกระจายกำลังแบบที่พวกเขาเห็นอยู่ตอนนี้ มันไม่มีทางทำได้ด้วยตัวมันเองแน่นอน
หรือจะเป็นรังแม่ระดับ T5 ทั้ง 11 รังนั่น?
แต่สัญชาตญาณของจ้าวเฉินบอกกับเขาว่า ‘ไม่ใช่’
แม้รังแม่ระดับ T5 อาจมีความคิดและอันตรายกว่ารังแม่ระดับ T4 หลายเท่า แต่ไม่น่าถึงขั้นวางกลยุทธ์ที่แยบยลขนาดนี้ได้
ความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดคือ การรุกรานของพวกเซิร์กครั้งนี้ มีสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดกว่าคอยควบคุมอยู่เบื้องหลัง
และไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน หากมันสามารถควบคุมรังแม่กว่า 30 ล้านรังได้ และยังมีสติปัญญาสูง
มันย่อมเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวอย่างไม่ต้องสงสัย!
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีเบาะแสใดๆ เลยทำได้แค่ดำเนินการไปทีละขั้น
อย่างน้อยก็ต้องมั่นใจว่า การรบครั้งนี้จะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจากฝ่ายตัวเอง
เวลาผ่านไป...สิบชั่วโมง ยี่สิบชั่วโมง...สามสิบชั่วโมง...ห้าสิบชั่วโมง...
จนกระทั่งครบหนึ่งร้อยชั่วโมง
ในระหว่างนี้ รังแม่ชุดที่สองและชุดที่สามทยอยเปิดฉากโจมตีอย่างเป็นระบบ กระจายแรงกดดันสู่ทุกแนวป้องกันอย่างสม่ำเสมอ
จ้าวเฉินนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้กัปตัน ไม่ได้ขยับไปไหน
“ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ท่านกลับไปพักที่ห้องกัปตันสักหน่อยเถอะค่ะ” ลิลิธที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยความเป็นห่วง
ตลอดช่วงเวลานี้ จ้าวเฉินอยู่ในห้องบังคับการตลอดเวลา ไม่ประจำอยู่บนเก้าอี้กัปตัน ก็ลุกขึ้นเดินสำรวจบ้างเป็นบางครั้ง
การพักผ่อนของเขาก็แค่เอนตัวหลับตาพักอยู่บนเก้าอี้กัปตัน
ในขณะที่เหล่าลูกยานต่างหมุนเวียนกันพักเป็นกะ
พูดได้เลยว่า บนยานลำนี้ มีเพียงจ้าวเฉินเท่านั้น ที่ไม่เคยออกจากห้องบังคับการเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ผ่านมาหนึ่งร้อยชั่วโมงแล้ว... เรากำจัดรังแม่ไปแล้วเกือบ 3 ล้านรัง
พวกมันรออะไรอยู่กันแน่?” จ้าวเฉินขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง
ลิลิธมองไปยังแบบจำลองสนามรบ ซึ่งการต่อสู้ยังคงดุเดือด แม้ตัวเลขศัตรูจะลดลงเรื่อยๆ แต่สถานการณ์กลับเหมือนถูกตรึงไว้ที่เดิม
สถานการณ์ที่ยืดเยื้อแบบนี้ กลับทำให้ทุกคนบนห้องบังคับการรู้สึกกดดันและไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม
เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าอีกฝั่งกำลังวางแผนอะไรอยู่ ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ตรงหน้าก็อาจเป็นเพียงม่านบังตาก่อนพายุใหญ่จะถาโถมเข้ามาเต็มกำลังเท่านั้น