- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 850 ฝากความหวังไว้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์? (ฟรี)
บทที่ 850 ฝากความหวังไว้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์? (ฟรี)
บทที่ 850 ฝากความหวังไว้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์? (ฟรี)
จ้าวเฉินพาเทวทูตสาวเดเลียเดินชมภายในยานพลูโต
เมื่อได้ยินคำขอของเธอ จ้าวเฉินไม่ได้แสดงอาการลังเลแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม เขากลับมองว่านี่คือโอกาสทองในการแสดงแสนยานุภาพ
ยังไงก็แค่พาเดินชมภายในยาน ไม่ได้แตะต้องเทคโนโลยีสำคัญอะไร แถมยังช่วยให้เดเลียเชื่อมั่นในเทคโนโลยีการผลิตยานอวกาศของจ้าวเฉิน และยิ่งเชื่อในความแข็งแกร่งของจ้าวเฉินมากขึ้น!
ตอนนี้ จ้าวเฉินต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งพอๆ กันอย่างเร่งด่วน
ไม่อย่างนั้น การรับมือกับทั้งเผ่าเซิร์กและเผ่าปีศาจพร้อมกัน ก็คงยากเกินไปสำหรับจ้าวเฉิน
เพราะในโลกของผู้แข็งแกร่ง มีแต่ผู้แข็งแกร่งด้วยกันเท่านั้น ที่คู่ควรจะเป็นพันธมิตร
ไม่อย่างนั้น ก็จะจบลงเหมือนกับตระกูลนักบุญที่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกลายเป็นแค่ข้ารับใช้ของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเท่านั้น
“เทคโนโลยีการผลิตยานอวกาศของพวกคุณน่าทึ่งมาก
ฉันเคยเห็นเทคโนโลยีของอารยธรรมอวกาศมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าฝีมือเทียบชั้นกับเผ่าเทวทูตของเราได้เลย” เดเลียกล่าวขึ้นขณะก้าวเข้าสู่ห้องบังคับการ เธอมองไปรอบห้อง ก่อนจะวางมือลงบนผนังโลหะของมันอย่างแผ่วเบา
ในฐานะอดีตวิศวกรอวกาศ เธอมองเห็นความละเอียดอ่อนในทุกโครงสร้างของยานลำนี้
แม้แต่บางจุด ยังเหนือกว่ามาตรฐานของเผ่าเทวทูตด้วยซ้ำ
"ไม่ทราบว่า ฉันจะมีโอกาสได้เยี่ยมชมยานรบของเผ่าเทวทูตบ้างหรือเปล่า?" จ้าวเฉินยิ้มถามอย่างสุภาพ
“ถ้าฉันปฏิเสธ ก็คงจะเสียมารยาทมากไปหน่อยแล้ว” เดเลียยิ้มเล็กน้อย สีหน้าเย็นชาก่อนหน้านี้เริ่มคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
บางทีอาจเป็นเพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทุกคำถามที่เธอเอ่ยเกี่ยวกับเทคโนโลยีของยานลำนี้ ชายตรงหน้ากลับสามารถตอบได้อย่างคล่องแคล่วและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
แน่นอน เขาไม่เปิดเผยสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา และเธอเองก็ไม่เซ้าซี้ถามต่อ
แต่จากบทสนทนาเหล่านั้น ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า ผู้ชายคนนี้มีความรู้ลึกซึ้งในเรื่องเทคโนโลยียานอวกาศอย่างแท้จริง
และนั่นทำให้เดเลียเริ่มรู้สึกสนใจชายคนนี้มากขึ้น
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ขึ้นกระสวยอวกาศไปยังยานรบของเผ่าเทวทูต
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่โรงเก็บยาน จ้าวเฉินก็มั่นใจได้ทันทีว่า เผ่าเทวทูตต้องมีอาการกลัวเชื้อโรคอย่างแน่นอน และน่าจะมีความหลงใหลในสีขาวเป็นพิเศษ
ภายในยานสะอาดสะอ้านแทบไร้ที่ติ ทุกจุดที่สามารถทาสีได้ ล้วนถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวทั้งหมด
การที่มีเผ่ามนุษย์ก้าวขึ้นมาบนยานรบของพวกตน ทำให้เหล่าลูกยานของเผ่าเทวทูตต่างหันมามองจ้าวเฉินด้วยความสนใจ
แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ เดเลียก็เคยโดนแบบเดียวกันบนยานพลูโต
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะกล้าขึ้นมาบนยานของฉันเพียงลำพังแบบนี้” เดเลียมองจ้าวเฉินพร้อมรอยยิ้มจางๆ
จ้าวเฉินยักไหล่ และตอบด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ “คุณยังกล้าขึ้นยานของฉันคนเดียวได้ แล้วฉันที่เป็นผู้ชายจะกลัวอะไร”
แน่นอนว่าจ้าวเฉินไม่ได้มาแบบมือเปล่า เขาเตรียมอาวุธลับสำหรับปฏิบัติการเดี่ยวไว้แล้ว รวมถึงความสามารถในการต่อสู้ระดับสูงของตัวเอง
พูดตามตรง ต่อให้พวกนี้คิดจะเล่นตุกติก ก็ใช่ว่าจะเป็นภัยคุกคามอะไรกับจ้าวเฉิน
และถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ จ้าวเฉินอาจได้แสดงฝีมือในภารกิจ ‘คนเดียวยึดยาน’ ในตำนานก็ได้
แค่คิดก็ทำเอาจ้าวเฉินรอคอยอยู่บ้าง!
“นี่คือยานรบที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับ T4 ของเรา ยานประจัญบานหนักระดับ T4 เซราฟิม โดยปกติมันจะถูกใช้เป็นยานธง” เดเลียเดินเคียงข้างจ้าวเฉิน พร้อมบรรยายประกอบ
ระหว่างนั้น จ้าวเฉินยังใช้โอกาสนี้สังเกตเทคโนโลยีการผลิตของเผ่าเทวทูตไปด้วย
แม้เขาจะไม่สามารถลอกเลียนเทคโนโลยีพวกนี้ไปได้โดยตรง แต่แค่ดูจากรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ จ้าวเฉินก็พอจะจับจุดเด่นของการออกแบบยานรบของเผ่าเทวทูตได้บ้างแล้ว
เพียงแค่เดินสำรวจรอบเดียว จ้าวเฉินก็ได้ข้อสรุปบางอย่าง
เผ่าเทวทูตมีความพิถีพิถันในกระบวนการสร้างยานอวกาศสูงมาก ซับซ้อนยิ่งกว่าเทคโนโลยีเทคโนโลยีการผลิตของกองทัพหลงเซี่ยวเสียอีก!
หากเปรียบเทียบกับยานอวกาศสีดำขนาดใหญ่โง่ๆ ของวอร์แฮมเมอร์แล้ว ก็เหมือนอยู่กันคนละขั้วเลยทีเดียว
จุดแข็งของยานของเผ่าเทวทูตคือ การรีดสมรรถนะของแต่ละลำออกมาจนถึงขีดสุด
แต่ข้อเสียก็คือ กระบวนการสร้างซับซ้อนมาก ใช้ทรัพยากรสูง ต้นทุนต่อลำแพง ทำให้ขนาดกองทัพโดยรวมของพวกเขาไม่ใหญ่นัก
หลังจากเดินชมทั่วทั้งลำ
เวลาการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ผ่านไปกว่าห้าชั่วโมง
เมื่อจ้าวเฉินกลับมายังโรงเก็บยานอีกครั้ง ขณะยืนอยู่ข้างกระสวยอวกาศของตัวเอง เขาก็หันกลับไปมองเดเลีย “ถ้าอย่างนั้น เราก็ถือว่าได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันแล้ว
เพื่อไม่ให้เสียเวลา คุณสามารถส่งทีมของเผ่าเทวทูตบางส่วนมาที่นี่ ให้พวกเขาทำการสำรวจและเก็บข้อมูลของฝ่ายฉันเพิ่มเติม
ในขณะเดียวกัน ฝั่งฉันก็จะส่งยานรบสองสามลำติดตามพวกเธอกลับไปยังดินแดนของเผ่าเทวทูต เพื่อดำเนินการสำรวจในทำนองเดียวกัน
เราจะกำหนดวันเวลา แล้วมาเจอกันอีกครั้ง เพื่อสรุปข้อตกลงความร่วมมือขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ
เรื่องนี้ อย่าให้ล่าช้าเกินไปจะดีที่สุด
เพราะพวกเราทั้งคู่กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ทั้งนั้น
การร่วมมือกันของเรา จะนำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาลกับทั้งสองฝ่าย”
เดเลียพยักหน้าเบาๆ ตลอดช่วงเวลาที่ได้พูดคุยกัน เธอเองก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากจ้าวเฉิน "เรื่องการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ ฉันไม่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้
แต่สำหรับการแลกเปลี่ยนยานเพื่อเก็บข้อมูลและสำรวจซึ่งกันและกันที่คุณพูดถึง ฉันคิดว่าไม่มีปัญหา
เดี๋ยวฉันจะส่งรายชื่อคณะตัวแทนให้คุณภายในวันนี้"
“ตกลง งั้นฉันจะกลับไปเตรียมรายชื่อของฝั่งฉันด้วย
หวังว่าครั้งหน้าที่เราได้พบกัน เราจะเป็นพันธมิตรกันแล้ว” จ้าวเฉินยิ้ม และยื่นมือออกไป
เดเลียลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยื่นมือออกมาแตะเบาๆ กับมือของจ้าวเฉิน
หลังจากนั้น จ้าวเฉินก็กล่าวคำอำลาและขึ้นกระสวยอวกาศจากไป
“ท่านผู้บัญชาการ เราต้องการร่วมมือกับลอร์ดหลงเซี่ยวนั่นจริงๆ เหรอ” ผู้ช่วยเดินเข้ามากระซิบถามด้วยความไม่แน่ใจ
“เพราะเผ่าปีศาจ พวกเราเผ่าเทวทูตกำลังเผชิญกับวิกฤต
ทุกครั้งที่พวกมันบุกเข้ามา เราก็ต้องสูญเสียดินแดนไปส่วนหนึ่ง
ตามการคาดการณ์ ถ้าเรายังไม่สามารถโค่นกองทัพของเผ่าปีศาจได้ เผ่าเทวทูตของเราอาจถูกกว้างล้างภายในสิบปี” เดเลียกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“แล้วท่านจะฝากความหวังไว้กับเผ่ามนุษย์งั้นเหรอ?
แค่เพราะเขาเป็นเจ้าของยานสงครามระดับ T5 เนี่ยนะ?” ผู้ช่วยไม่เชื่อความเป็นไปได้นี้
“ฉันรู้ดีว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้พวกเราต้องคว้าทุกความหวังที่มีอยู่
เอาล่ะ เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเองไม่ได้ ยังต้องรอดูผลการสำรวจก่อน
ไปเตรียมการไว้ ให้เหลือยานสงครามระดับ T3 ไว้ที่นี่ 30 ลำ ตั้งเป็นคณะตัวแทนสำรวจรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลอร์ดหลงเซี่ยวคนนี้
เพื่อยืนยันว่าเขาคุ้มที่เราจะร่วมมือด้วยหรือไม่” เดเลียสั่ง
“รับทราบ!”
......
อีกด้านหนึ่ง จ้าวเฉินที่กลับมาถึงยานพลูโต ก็กำลังคิดอย่างหนักว่าจะส่งใครไปทำภารกิจนี้ดี
“จะให้คนของเราไปสำรวจเผ่าเทวทูต?” ลิลิธเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ภารกิจนี้สำคัญมาก คนที่เราส่งไปต้องเฉลียวฉลาด และสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าเทวทูตให้ได้มากที่สุด
ไม่ใช่แค่เรื่องกำลังรบเท่านั้น แต่ต้องเจาะไปถึงโครงสร้างการเมือง โครงสร้างกองทัพ ทรัพยากร และสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขาด้วย
อีกอย่างเวลาของเรามีจำกัด ต้องเลือกคนที่มีความสามารถจริงๆ ไป” จ้าวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลิลิธครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ฉันมีคนจะแนะนำ”