- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 840 มีชีวิตอยู่มือซ้าย ตายมือขวา (ฟรี)
บทที่ 840 มีชีวิตอยู่มือซ้าย ตายมือขวา (ฟรี)
บทที่ 840 มีชีวิตอยู่มือซ้าย ตายมือขวา (ฟรี)
“นี่…นี่…!” แอนดรูว์ชี้นิ้วที่สั่นไม่หยุดใส่เมลิสซาและกิลเบิร์ตด้วยความเดือดดาล เขาไม่เคยคิดเลยว่ากงสุลสองคนนี้จะเลือกยืนข้างเซนต์คาน่า
แท้จริงแล้วเขาเข้าใจไปครึ่งเดียว
จริงๆ แล้ว เมลิสซาและกิลเบิร์ตก็เพิ่งตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ เซนต์คาน่าติดต่อพวกเขาเพียงไม่ถึงสามสิบนาที
เซนต์คาน่ารู้เกี่ยวกับกงสุลทั้งสอง
เนื่องจากอาณาเขตของตระกูลเทพสวรรค์อยู่ตรงรอยต่ออำนาจของเมลิสซากับกิลเบิร์ต เซนต์คาน่าจึงมีการติดต่อกับกงสุลทั้งสองเป็นการส่วนตัว
ภายนอกเมลิสซาดูสวยงามและบอบบาง แต่เซนต์คาน่ารู้ดีว่าเธอเป็นกุหลาบมีหนาม
ในสภาสูงลือกันว่าเธอมี ‘เพื่อนชาย’ มากมาย แต่เซนต์คาน่ารู้ดีว่าเมลิสซาไม่เคยแตะต้องผู้ชาย
ผู้ชายเหล่านั้นเป็นเพียง ‘ของเล่น’ ภายใต้การควบคุมของเธอ
เหตุผลที่เซนต์คาน่ากล้ายืนยันเช่นนั้น ก็เพราะเธอรู้ว่าเมลิสซาไม่ชอบผู้ชาย
เธอเองยังเกือบตกเป็นเหยื่อมาแล้ว
หลังเหตุการณ์นั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเมลิสซากลับค่อยๆ เปลี่ยนไป ทั้งสองกลายเป็นทั้งครูและเพื่อน และพวกเธอถือได้ว่าอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจโดยไม่ละเมิดขอบเขตกันอีก
ในการประชุมของสภาสูงที่ถกเถียงกันเรื่องภัยพิบัติเซิร์กที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลี้ภัย หรือกลุ่มสงคราม เมลิสซาก็ยังรักษาท่าทีคลุมเครือ ไม่แสดงจุดยืนชัดเจน
ซึ่งเซนต์คาน่าก็ไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้
เนื่องจากเมลิสซาเองเป็นคนที่ไร้ซึ่งศรัทธา ช่วงแรกเซนต์คาน่าเคยมีปัญหากับเธอในเรื่องความเชื่อด้วยซ้ำ
เมลิสซาเป็นพวกยึดถือผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เธอควบคุมเส้นทางการค้าภายในจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์ถึงหนึ่งในสาม และหากผลตอบแทนมากพอ เธอยังให้กองทัพของตัวเองไปคุ้มกันขบวนสินค้าด้วย
ในสายตาเมลิสซา ทุกสิ่งล้วนมีมูลค่า
แม้จะเป็นการต่อสู้เพื่อจักรวรรดิก็ตาม
เพราะเหตุนี้ เมลิสซาจึงเป็นคนที่รู้จักปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดีมาก
เซนต์คาน่ามั่นใจว่า หากเธอไม่ออกหน้าก่อน เมลิสซาจะต้องสนับสนุนกลุ่มลี้ภัย และเลือกละทิ้งจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน
คำพูดติดปากของเมลิสซาคือ
เธอเป็นกัปตันยานลำนี้ หน้าที่ของเธอคือพาลูกยานที่ติดตามมาฝ่าพายุไปให้ถึงรุ่งอรุณ เธอไม่มีสิทธิ์ทำให้คนเหล่านั้นผิดหวัง
ส่วนสิ่งอื่นๆ สำหรับเธอแล้ว มันไม่สำคัญ
เพราะรู้จักนิสัยของเมลิสซาเป็นอย่างดี เซนต์คาน่าจึงเป็นฝ่ายเข้าหาเธอก่อน และเปิดไพ่ทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง
แต่เมลิสซาเป็นคนรอบคอบ เจ้าเล่ห์ และไม่เคยเผยจุดยืนง่ายๆ เธอจึงไม่ได้ตอบตกลงในทันที
ซึ่งเซนต์คาน่าก็ไม่ได้บังคับเช่นกัน เพราะเธอรู้ดีว่าจังหวะยังมาไม่ถึง
ส่วนกิลเบิร์ต เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ชอบสงคราม และยังเลือดร้อนอีกด้วย
แต่ก็น่าเสียดาย เพราะในบรรดากงสุลทั้งห้า เขาคือคนที่ ‘ถูกกดหัว’ มากที่สุด
นั่นเพราะโรงงานผลิตยานรบทั้งหมดที่เขาต้องพึ่งพา ต่างอยู่ในกำมือของตระกูลนักบุญ
เนื่องจากเขาไม่มีเส้นสาย ไม่มีพื้นเพสูงส่ง เป็นเพียงทหารที่ไต่เต้าจากแนวหน้าด้วยหยาดเหงื่อและผลงาน จนในที่สุด ก็ขึ้นมายืนในตำแหน่งกงสุลได้สำเร็จ
แต่เหตุผลที่เขาได้ยืนตรงนี้ ไม่ใช่แค่เพราะความสามารถ
แต่เป็นเพราะคนเบื้องหลังเห็นว่า เขาคือหุ่นเชิดที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด
ดังนั้น ในสายตาของคนนอก กิลเบิร์ตจึงไม่ต่างจากสุนัขล่าเนื้อของตระกูลนักบุญ
แม้แต่แอนดรูว์เองก็คงไม่คิดว่า สุนัขล่าเนื้อที่พวกเขาเลี้ยงไว้จะหันกลับมากัดเจ้านายอย่างกะทันหัน
"ฉันเป็นกัปตันของยานลำนี้ และฉันต้องคิดถึงอนาคตของพวกของฉัน
ขอโทษด้วย ท่านแอนดรูว์" เมลิสซากล่าว และโค้งคำนับเล็กน้อย
แม้ว่าเธอจะกล่าวขอโทษ แต่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของเธอ
นั่นคือรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ
เพราะถึงยังไง เมลิสซาก็ไม่ชอบแผนย้ายถิ่นฐานตั้งแต่แรก
ท้ายที่สุดแล้ว เธอได้สร้างอาณาจักรการค้าไว้ในดินแดนแห่งนี้ จะให้เธอสละทุกอย่างแล้วหนีไปง่ายๆ ได้ยังไง
"ตั้งแต่วินาทีที่ได้เป็นทหาร ความฝันของฉันก็คือการปกป้องบ้านเกิด ปกป้องกาแล็กซี
บางทีอาจมีช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันลืมความตั้งใจเดิมของตัวเอง
แต่โชคดีผู้บัญชาการเซนต์คาน่าปลุกฉันขึ้นมา
เธอแสดงให้ฉันเห็นถึงการทำลายล้างอันน่าสลดใจที่เกิดจากพวกเซิร์กในพื้นที่สามภูมิภาคที่พวกเราทอดทิ้ง
ศรัทธาของฉันไม่อนุญาตให้ภาพเหล่านั้นเกิดขึ้นซ้ำทั่วทั้งจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์" กิลเบิร์ตเงยหน้าขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่เขายืนตัวตรงได้อย่างภาคภูมิ
เซนต์คาน่าหันไปมองเหล่าขุนนางที่ยืนเงียบอยู่ในกลุ่มผู้ฟัง
เธอเกลียดกลุ่มคนเหล่านี้ แต่เธอก็จำเป็นต้องใช้พวกเขาในการรักษาความมั่นคงของจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์
หากเป็นช่วงสงบสุข บางทีเธออาจกำจัดพวกเขาออกไปอย่างไม่ลังเล
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา
จักรวรรดิจำเป็นต้องมีระเบียบที่มั่นคง ต้องการโครงสร้างสงครามที่เป็นระบบ เพื่อเตรียมรับมือกับสงครามยืดเยื้อกับพวกเซิร์กที่กำลังจะมาถึง
หากเธอกวาดล้างเหล่าขุนนางในเวลานี้ ดินแดนภายใต้การปกครองของพวกเขาจะตกอยู่ในความวุ่นวายทันที
และหากต้องการฟื้นฟูความเป็นระเบียบขึ้นมาอีกครั้ง นั่นหมายถึงการต้องส่งกองทัพจำนวนมากออกไปควบคุม
แต่เซนต์คาน่าไม่มีทั้งเวลาหรือกองทัพมากมายขนาดนั้น
ดังนั้น เธอจำเป็นต้องใช้พวกเขาไปก่อน
เซนต์คาน่ามองลงไปยังกลุ่มขุนนาง ดวงตาเรียบนิ่ง ทว่าเยือกเย็นจนเสียวสันหลัง
ความเย็นชานั้น ทำเอาทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ใบมีดประหาร และอาจถูกสังหารได้ในพริบตา
“สถานการณ์ของจักรวรรดิตอนนี้ พวกคุณคงเห็นกันหมดแล้ว
กองทัพแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพนักบุญ กองทัพปีกศักดิ์สิทธิ์ กองทัพผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ กองทัพนักบวช และกองทัพหอกศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ถูกทำลายไปหมดแล้ว
ส่วนกองทัพสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่แม้จะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง แต่ยานรบที่เสริมเข้ามาก็ยังไม่ถึง 70% ของจำนวนเดิม
กองทัพกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเลวร้ายกว่านั้น โดยปัจจุบันมียานรบไม่ถึง 300 ลำ เรียกว่าเหลือเพียงแค่ชื่อก็ยังได้
ในตอนนี้ กองทัพที่ยังมีความสามารถในการรบอย่างแท้จริง เหลือแค่กองทัพสอบสวนพิเศษ กองทัพรัศมีศักดิ์สิทธิ์ และกองทัพเทพสวรรค์ของฉัน” เซนต์คาน่าหยุดไปเมื่อเธอพูดเช่นนี้
ก่อนที่เมลิสซาจะกล่าวเสริมขึ้นว่า “กองทัพรัศมีศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้อยู่ภายใต้คำสั่งของผู้บัญชาการเซนต์คาน่าโดยสมบูรณ์แล้ว”
แน่นอนว่าจริงๆ แล้ว กองทัพรัศมีศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายใต้การควบคุมของเมลิสสา ก็แน่นอนล่ะ ใครใช้ให้เธอร่ำรวยขนาดนี้กัน?
“ส่วนกองทัพสอบสวนพิเศษ ผู้บัญชาการของพวกเขาเป็นเพื่อนกับฉัน ภายใต้การห้ามปรามของฉัน เขาจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า
ส่วนหลังจากนั้น...” เมลิสซายิ้มบางอย่างมีนัย
และทุกคนก็เข้าใจโดยธรรมชาติ
หลังจากนั้น ผู้บัญชาการกองทัพสอบสวนพิเศษก็จะเข้าข้างใครก็ตามที่มีอำนาจเหนือกว่า
เซนต์คาน่ากล่าวต่อ "จักรวรรดิของเรา มีกองทัพหลักอยู่ห้ากอง
กองทัพศักดิ์สิทธิ์ภาคเหนือ มียานรบ 200,000 ลำ
กองทัพศักดิ์สิทธิ์ภาคตะวันตก มียานรบ 230,000 ลำ
กองทัพศักดิ์สิทธิ์ภาคใต้ มียานรบ 150,000 ลำ
รวมแล้วเกือบ 600,000 ลำ ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน
สำหรับกองทัพศักดิ์สิทธิ์ภาคตะวันออกและภาคกลาง... ฉันคิดว่าพวกคุณคงจะได้รับข่าวของพวกเขาเร็วๆ นี้
ตอนนี้ ถึงเวลาที่พวกคุณต้องเลือกแล้ว
หากใครเต็มใจที่จะอยู่กับฉัน ยืนหยัดร่วมต่อสู้เคียงข้างประชาชนของจักรวรรดิ ให้มายืนอยู่ทางซ้าย
หากใครต้องการเดินหน้าตามแผนการย้ายถิ่นฐานต่อไป ให้มายืนอยู่ทางขวา"
ภาพของเซนต์คาน่าในเวลานี้ เปล่งรัศมีเย็นเยียบ ราวกับนางฟ้าแห่งการพิพากษา
มือซ้ายของเธอ คือการมีชีวิตอยู่
มือขวาของเธอ คือความตาย