- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 660 หลบหนีเข้าสู่เมืองแห่งดวงดาว (ฟรี)
บทที่ 660 หลบหนีเข้าสู่เมืองแห่งดวงดาว (ฟรี)
บทที่ 660 หลบหนีเข้าสู่เมืองแห่งดวงดาว (ฟรี)
ครั้งนี้จ้าวเฉินตั้งใจจะปล่อยเซนต์คาน่าไปจริงๆ เหตุผลหลักก็คือ ภารกิจของระบบเสร็จสมบูรณ์แล้ว
‘เครื่องมือ’ คนนี้หมดหน้าที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อีก
“ฝันไปเถอะ!” เซนต์คาน่าแหวกลับทันที เมื่อได้ยินว่าจ้าวเฉินอยากให้เธอไปเป็นเลขาฯ
แม้ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันจะทำให้เธอเห็นอีกด้านหนึ่งของจ้าวเฉิน โดยเฉพาะตอนที่เขาช่วยชีวิตเธอ รวมถึงความแข็งแกร่งอันน่าตกตะลึงที่จ้าวเฉินมี
แต่ถึงอย่างนั้น จุดยืนของทั้งคู่ก็ยังขัดแย้งกัน
เซนต์คาน่าขมวดคิ้วอย่างเย็นชา “ต่อจากนี้ นายคงจะลงมือกับกองยานขนส่งระหว่างจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์กับฉินเสี่ยวเทียนใช่ไหม?”
จากข้อมูลที่เพิ่งได้มา มีระบุข้อมูลของกองยานขนส่งชุดนี้ด้วย และสถานีอวกาศที่ถูกโจมตีก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
“ใช่แล้วล่ะ ทำไม อยากขัดขวางเหรอ?” จ้าวเฉินมองเซนต์คาน่าอย่างหยอกล้อ
“เมื่อก่อนฉันไม่สนเรื่องที่จักรวรรดิร่วมมือกับฉินเสี่ยวเทียน แต่พอรู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับพวกเซิร์ก และยังวิจัยเทคโนโลยีพวกนี้อีก
ศรัทธาของฉันมันไม่อนุญาตให้ยอมรับการร่วมมือแบบนี้ได้
เพราะงั้นจะโจมตีอะไรก็เชิญ ฉันจะไม่ขัดขวาง
แต่ว่า…”
เซนต์คาน่าหรี่ตามองจ้าวเฉิน “ถึงยังไงเราก็ยังเป็นศัตรูกัน ครั้งต่อไปถ้าฉันเจอนายในสนามรบ กองทัพเทพสวรรค์ของฉันจะ…”
คำพูดมาถึงริมฝีปากของเซนต์คาน่า แต่เธอไม่ได้พูดให้จบ เพราะแม้แต่เธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังจะพูด
“ถ้าวันไหนนายตกอยู่ในมือของฉัน เพราะเคยช่วยชีวิตฉันไว้ครั้งหนึ่ง ฉันจะให้โอกาสนายมาเป็นเลขาฯ ของฉันบ้าง”
พูดจบ เซนต์คาน่าก็มองไปที่จ้าวเฉินอย่างท้าทาย ราวกับจะบอกว่า ‘ถึงวันนั้น จะได้รู้กันว่าใครใหญ่กว่าใคร’
จ้าวเฉินยักไหล่ ไม่ได้ใส่ใจความฝันที่เป็นไปไม่ได้ของผู้หญิงคนนี้เลย
“เดี๋ยวฉันจะส่งเธอที่เมืองแห่งดวงดาว เธอก็ลองหาทางติดต่อคนในตระกูลให้มารับแล้วกัน
ตอนนี้กองทัพหอกศักดิ์สิทธิ์ถูกล้างบางหมดแล้ว ส่วนตระกูลเฉียนก็กำลังจะตามไปในไม่ช้า
อยู่ที่นั่น เธอไม่น่าจะโดนโจมตีอีก
แต่ขอเตือนเอาไว้อย่างหนึ่ง…
ตอนนี้สถานการณ์ในจักรวรรดิของเธอมันวุ่นวายมาก
การที่พวกเขาได้เทคโนโลยีเกี่ยวกับเผ่าเซิร์กไป มันจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งภายในลุกลาม
ระวังไว้ให้ดี…อย่าให้ไฟลุกลาม” จ้าวเฉินกล่าวเตือน
“เราอยู่คนละฝั่งกัน นายควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ ที่จักรวรรดิของฉันจะพังเพราะเรื่องนี้?” เซนต์คาน่าถามกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆ
จ้าวเฉินมองออกไปยังอวกาศผ่านช่องหน้าต่าง “เอาจริงๆ ฉันไม่ได้อยากทำสงครามอะไรเลย ฉันแค่อยากมีชีวิตอิสระและมีความสุข กับคนที่อยากปกป้อง
แต่น่าเสียดาย จักรวรรดิของเธอไม่ยอมให้เราทำแบบนั้น ถึงได้มีความขัดแย้งระหว่างเราแบบนี้
พูดตรงๆ ถ้าจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์ของพวกเธอเลิกยุ่งกับจักรวรรดิซีอา พวกเราอาจเป็นเพื่อนกันได้ด้วยซ้ำ”
คำพูดนั้น จ้าวเฉินพูดออกมาจากใจจริง
จ้าวเฉินไม่เคยมีความปรารถนาจะครองโลก เขาแค่อยากปกป้องพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองก็พอแล้ว
ที่จ้าวเฉินต้องเดินมาถึงจุดนี้ เป็นเพราะสิ่งที่เขาครอบครองมันล้ำค่าเกินไป จนกลายเป็นเป้าหมายของผู้มีเจตนาไม่ดีหลายฝ่าย
เซนต์คาน่าฟังแล้วถึงกับเงียบไปชั่วขณะ
เธอเหลือบมองจ้าวเฉินเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเดินออกจากห้องบังคับการไปอย่างเงียบๆ
เธอจะไปแจ้งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมการออกเดินทาง พร้อมทั้งติดต่อตระกูล และจัดการเรื่องที่พักชั่วคราวในเมืองแห่งดวงดาว
ในช่วงเวลานี้ จ้าวเฉินได้แบ่งกองกำลังออกเป็นสองสาย
กองทัพหลงเซี่ยวที่สองมุ่งเป้าไปที่กองยานขนส่งระหว่างจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์กับฉินเสี่ยวเทียน
ส่วนกองทัพหลงเซี่ยวที่หนึ่งติดตามจ้าวเฉินไปทำลายดินแดนทั้งหมดของตระกูลเฉียน
จ้าวเฉินสัญญากับฉูซวนไว้ ว่าจะชำระบัญชีกับตระกูลเฉียน และนี่ก็คือเวลานั้น
ในเวลาเดียวกัน นี้ยังเป็นการตัดตัวเชื่อมโยงระหว่างฉินเสี่ยวเทียนกับจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์ด้วย
การล่มสลายของตระกูลเฉียนย่อมกระทบความร่วมมือของจักรวรรดิอันศักดิ์สิทธิ์และฉินเสี่ยวเทียนอย่างแน่นอน
แม้ทั้งสองฝ่ายอาจหากลุ่มอื่นมาแทนได้ แต่กระบวนการนั้นย่อมต้องใช้เวลา
และเวลาที่ได้มา ก็พอให้จ้าวเฉินลงมือทำหลายๆ อย่าง
หลายชั่วโมงต่อมา
“ท่านผู้บัญชาการสูงสุด! เฉียนเฟิง ผู้นำตระกูลเฉียน พร้อมด้วยสมาชิกตระกูลและยานรบที่เหลือ หลบหนีออกจากดาวหลักไปแล้ว!” ฉูซวนรายงาน
“หนีงั้นเหรอ? คิดจริงๆ เหรอว่าจะหนีรอด?” จ้าวเฉินหัวเราะเย็นเยียบ
ฉูซวนกล่าวอย่างจริงจัง “พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองแห่งดวงดาว ตอนนี้กองทัพที่หนึ่งหลงเซี่ยวกำลังไล่ตาม แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ เราน่าจะไม่สามารถขัดขวางทั้งหมดได้ทันเวลา
มีเพียงยานลาดตระเวน และยานลาดตระเวนประจัญบานบางส่วนที่ไล่ตามพวกมันทัน”
เมืองแห่งดวงดาว…
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฉูซวนรีบมารายงาน เพราะหากพอจะสกัดได้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องมารอคำสั่งจากเขา
แต่เมื่อเกี่ยวพันกับเมืองแห่งดวงดาว มันจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ฉูซวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ฉันคิดว่าเราควรทำลายโรงงานทั้งหมดในอาณาเขตของตระกูลเฉียน
ปล้นทุกทรัพยากรที่พอจะเอาออกมาได้
รวมถึงพาทาสทั้งหมดติดยานมาด้วย ไม่เหลืออะไรไว้ให้ตระกูลเฉียนแม้แต่นิดเดียว
ทำลายรากฐานของตระกูลให้สิ้นซาก อย่างน้อยกว่าพวกมันจะฟื้นกลับมาก็คงอีกนาน
ทำแบบนั้น พวกเราก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว”
ต่อหน้าเมืองแห่งดวงดาว ฉูซวนยังคงเลือกที่จะยอมแพ้
เพราะเมืองแห่งดวงดาวมีสถานะเป็นตัวแทนของพันธมิตรดวงดาว พวกตระกูลเฉียนหลบเข้าไปที่นั่น เพราะจะอาศัยอำนาจของพันธมิตรดวงดาวเป็นเกราะกำบัง
จ้าวเฉินนั่งบนเก้าอี้กัปตัน เขายิ้มเยาะออกมา “หลบไปอยู่ในเมืองแห่งดวงดาวงั้นเหรอ?
งั้นเราต้องขอบคุณเฉียนเฟิงซะแล้ว ฉันกำลังง่วงๆ อยู่พอดี เขาก็หิ้วหมอนมาให้เลย”
ฉูซวนมองจ้าวเฉินอย่างมึนงง เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“ฉูซวน ฉันมีนิสัยอย่างหนึ่ง มันไม่ดีเท่าไรหรอก
แต่ถ้าฉันพูดว่าจะฆ่าใคร มันก็ต้องตาย! “จ้าวเฉินหรี่ตา ก่อนสั่งคำสั่งอย่างเด็ดขาด”ส่งคำสั่งของฉันไป กองทัพหลงเซี่ยวที่หนึ่งเดินหน้าเข้าสู่เมืองแห่งดวงดาว!”
ฉูซวนตาค้าง นี่จ้าวเฉินคิดจะไปตบหน้าพันธมิตรดวงดาวตรงๆ เลยเหรอ?
มันจะไม่หนักเกินไปหน่อยเหรอ?
ถ้าแตกหักกับพันธมิตรดวงดาวขึ้นมา…
“ไม่ต้องห่วง เราจะไม่เสียอะไรเลย” จ้าวเฉินกล่าวนิ่งๆ
ฉูซวนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ก่อนพยายามปรับอารมณ์แล้วปฏิบัติตามคำสั่ง
ด้วยเหตุนี้ ยานอวกาศกว่า 3,000 ลำจากกองยานหลงเซี่ยวที่หนึ่ง จึงเริ่มเดินทัพไปยังเมืองแห่งดวงดาว
ในเวลานั้น ฝั่งตระกูลเฉียนที่กำลังหลบหนีก็ใกล้จะถึงเมืองแห่งดวงดาวเข้าไปทุกที
เฉียนเฟิงกำหมัดแน่น เขามองเรดาร์บนหน้าจอ จุดสัญญาณของกองทัพหลงเซี่ยวยังตามมาติดๆ
เขาหันไปปลอบใจเหล่าสมาชิกตระกูลที่อยู่รอบๆ “ไม่ต้องกลัว! ขอแค่พวกเราไปถึงเมืองแห่งดวงดาว กองทัพหลงเซี่ยวก็จะไม่กล้าทำอะไรเรา
ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ สักวันเราจะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง!”