- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 520 เรามายึดครองกาแล็กซีกันเถอะ (ฟรี)
บทที่ 520 เรามายึดครองกาแล็กซีกันเถอะ (ฟรี)
บทที่ 520 เรามายึดครองกาแล็กซีกันเถอะ (ฟรี)
ยานอวกาศ 3,000 ลำ และยังเป็นยานระดับ T3 ขึ้นไปทั้งหมดจู่ๆ ก็โผล่มาหน้าบ้าน
มันเป็นความรู้สึกแบบไหนกัน?
ลูกชายคนที่สองแห่งตระกูลมาร์ควิสผู้นี้ ได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเข้าเต็มๆ
ราวกับว่ามีอสูรยักษ์นับพันจ้องมองเขาอยู่ เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา พวกมันอาจกรูกันเข้ามาฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ
ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ย้ำอีกครั้ง! หากฉันยังไม่สั่ง ห้ามยานอวกาศลำไหนเคลื่อไหวโดยเด็ดขาด!
ใครกล้าเคลื่อนไหว ฉันจะขยี้หัวมันให้แหลก!"
"ระ... รับทราบ!"
ต่อต้านเหรอ?
ใครจะกล้าคิดแบบนั้น?
ในกาแล็กซีแห่งนี้ พวกเขามียานอวกาศรวมกันยังไม่ถึง 300 ลำ และในจำนวนนั้น สองในสามยังเป็นยานสนับสนุนประเภทต่างๆ ยานประเภทต่อสู้จริงๆ มีเพียงแค่ร้อยกว่าลำ
แถมยานสงครามระดับ T3 ก็มีอยู่แค่สามหรือสี่ลำเท่านั้น
ปลาเล็กกุ้งฝอยเหล่านี้ เอาไปเติมซอกฟันให้ฝ่ายโน้นยังไม่พอเลยด้วยซ้ำ!
ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสมองไปยังยานขนาดมหึมาสีแดงเพลิงที่ลอยอยู่เบื้องหน้าด้วยความหวาดหวั่น เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับมันมาก่อน
ยานลาดตระเวนระดับ T4 ซูซาคุ!
มันคือยานสงครามระดับ T4 ลำที่สามของจักรวรรดิซีอา
คิดดูแล้ว นั่นคงเป็นยานธงของ ‘บอส’ ฝั่งโน้นแน่ๆ
เดิมที หลังเผ่าจักรกลถอนกำลังออกไป พวกเขาคิดว่ากาแล็กซีรอบนอกที่ว่างเปล่าไร้เจ้าของเหล่านี้จะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่า
เหล่าขุนนางจึงแห่กันเข้ามาเพื่อชิงครอบครอง และเริ่มพัฒนา
แต่ใครจะรู้ว่าก่อนจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สงครามกลางเมืองของจักรวรรดิกลับปะทุขึ้น!
ทันทีที่ข่าวนี้มาถึง เหล่าขุนนางที่กำลัง ‘ขยายอาณาเขต’ อยู่ชายขอบจักรวรรดิต่างก็สบถด่ากันระงม
ตามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ภูมิภาคฉูเหออยู่ระหว่างพวกเขากับศูนย์กลางของจักรวรรดิ
ขณะนี้ภูมิภาคฉูเหอกำลังรบกับพรรคเจ้าชาย ซึ่งเท่ากับพวกเขาถูกตัดขาดจากจักรวรรดิ หากภูมิภาคฉูเหอไม่ยุ่งกับพวกเขาก็ยังดี ทรัพยากรที่นี่พออยู่ได้อีกเป็นสิบๆ ปี
สิ่งที่น่ากลัวคือถ้าภูมิภาคฉูเหอใช้พวกเขาเปิดเกม
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เหล่าลูกหลานขุนนางไม่พอใจพรรคเจ้าชายมาก
แม้พรรคเจ้าชายต้องการจะเริ่มสงครามก็ควรจะบอกกันก่อน!
อย่างน้อยให้พวกเราถอยก่อนก็ยังดี!
นี่มันอะไร…ปล่อยให้เราติดค้างอยู่ที่นี่เหมือนเป็นแค่เบี้ยที่ถูกทิ้ง!
“เราได้รับคำขอติดต่อจากกองยานฝั่งตรงข้ามครับ…” ลูกน้องคนหนึ่งรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
บุตรชายคนที่สองของมาร์ควิสสูดหายใจเข้าลึกๆ “ต่อสายมาเลย”
หน้าต่างวิดีโอเปิดขึ้น ในภาพเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กัปตัน
ชายคนนี้ยังดูอายุน้อยกว่าที่คิ ม่มีท่าทีดุดันน่ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแผ่รังสีแห่งอำนาจออกมา จนทำให้เขาไม่กล้าสบตา
“ฉันชื่อจ้าวเฉิน ได้รับคำสั่งจากผู้ว่าการฉูให้มารับช่วงดูแลกาแล็กซีรอบนอกที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิ” จ้าวเฉินกล่าว
เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำอยู่คือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ในเมื่อมีโอกาสยืนชื่อของเฒ่าฉูมาเป็นเกราะได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องอวดอ้างตัวเอง
“เอ่อ…ฉันมาจากตระกูลโจว ผู้ปกครองแห่งกาแล็กซี K766 ในภูมิภาคเพกาซัสของจักรวรรดิซีอา พ่อของฉันเป็นมาร์ควิสแห่งจักรวรรดิ และฉันเป็นลูกชายของเขา
และพ่อของฉันยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ว่าการฉู...” ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสกล่าวอย่างระมัดระวัง
จ้าวเฉินหรี่ตาเล็กน้อย “นายต้องการจะบอกอะไรกันแน่?”
“คือว่า... ตอนที่เราทำสัญญาเปิดพื้นที่กับจักรวรรดิ เราก็ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนากาแล็กซีแห่งนี้แล้ว และพวกเรายังได้จ่ายล่วงหน้าให้กับทางจักรวรรดิไปแล้ว 5 ล้านเหรียญดาว...” ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสกล่าวเสียงเบา
ในตอนนั้นหลังจากที่เผ่าจักรกลถอนกำลังออกไป ทำให้มีกาแล็กซีไร้เจ้าของหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก
เป็นเรื่องยากที่จักรวรรดิจะผนวกรวม และพัฒนากาแล็กซีเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยความสามารถของตนเองเพียงอย่างเดียว
วิธีที่ดีที่สุดก็คือเปิดโอกาสให้ขุนนางภายในเข้ามาลงทุนพัฒนา ซึ่งจักรวรรดิไม่เพียงแต่จะได้รับเงินจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่ในอนาคตยังได้ส่วนแบ่งผลผลิตตามข้อตกลง
แน่นอนว่าทางจักรวรรดิยังให้คำมั่นว่าจะปกป้อง ‘ผู้บุกเบิก’ เหล่านี้อีกด้วย
เพียงแต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ค่อนข้างละเอียดอ่อน
"งั้นนายอยากให้เราจ่ายเงินชดเชยให้ไหม?" จ้าวเฉินยิ้มบางๆ พลางถามกลับ
"ไม่กล้า...ไม่กล้า...เรา...เรา..." ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสวิตกกังวลมากจนเกือบจะร้องไห้
ในใจของเขาสาปแช่งองค์ชายรองฉินหมิงไปไม่รู้กี่รอบแล้ว
“ฉันจะให้เวลานายสามวัน
สิ่งที่พวกนายลงทุนสร้างไว้ในกาแล็กซีนี้—อะไรก็ตามที่อยากขนออกไป ก็ขนไปให้หมดภายในสามวัน
หลังจากนั้น ที่นี่จะกลายเป็นของเราอย่างเป็นทางการ
และเราจะไม่จ่ายค่าชดเชยแม้แต่เหรียญเดียว
สัญญาที่เราไม่ลงชื่อ…มันก็ไม่ต่างอะไรจากกระดาษในส้วม” จ้าวเฉินกล่าวเสียงเย็น
“ได้...ได้...” ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสจำต้องพยักหน้าด้วยความหวาดหวั่น
คนจนตรอกก็ต้องก้มหน้า ยอมจำนน
เมื่อเห็นท่าทีโอนอ่อนของอีกฝ่าย
จ้าวเฉินก็เปลี่ยนน้ำเสียงทันที “แต่เราก็เห็นใจสถานการณ์ของพวกนายพอสมควร ถ้าหากพวกนายเต็มใจร่วมมือกับเรา ก็ยังสามารถได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยเหมือนกัน”
จ้าวเฉินตอนนี้ขาดแคลนคนอย่างมาก โดยเฉพาะคนในสายงานบริหารที่ไม่เกี่ยวกับการรบ
จะหวังพึ่งแค่คนในกาแล็กซีหลงเซี่ยวเพียงแห่งเดียว ย่อมไม่เพียงพอ
ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวเฉินยังต้องดูแลหลายกาแล็กซีที่รวมพื้นที่ครอบคลุมหลายภูมิภาค
แม้แต่หลีหยาฉีจากบริษัทเป่ยเหยียน และเรดโรสจากกลุ่มการค้ากุหลาบหนามก็ยังต้องกุมขมับกับเรื่องนี้
ด้วยเหตุนี้ จ้าวเฉินจึงสั่งให้ลิลิธทำการตรวจสอบประวัติของบรรดาขุนนางที่กำลังพัฒนากาแล็กซีเหล่านี้เอาไว้ล่วงหน้า
จัดกลุ่มคนพวกนี้ออกเป็นหมวดหมู่ หนึ่งคือพวกที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับพรรคเจ้าชายจะถูกลบชื่อทิ้ง
ส่วนพวกที่น่าจะสามารถร่วมมือกันได้ ก็จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก
"คุณหมายถึง?" ลูกชายคนที่สองของมาร์ควิสถามอย่างไม่แน่ใจ เขาเริ่มจับกลิ่นของโอกาสได้แล้ว
จ้าวเฉินอธิบายอย่างไม่รีบร้อน "เราก็จะพัฒนากาแล็กซีแห่งนี้ต่อไปเช่นกัน
ด้วยศักยภาพของพวกเราเองก็สามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
แต่ถ้ามีพันธมิตรเข้าร่วม ก็คงแบ่งเบาภาระของเราได้มาก”
ลูกชายคนที่สองของมาร์คแทบจะได้กลิ่นผลประโยชน์ลอยมาแตะจมูก เขารีบถามต่อทันที "หมายถึงการร่วมมือในการขุดแร่ เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของกาแล็กซีนี้ใช่ไหม?"
จ้าวเฉินหรี่ตาเล็กน้อย แล้วตอบอย่างชัดเจน "ถ้านายคิดจะร่วมมือกับเรา ในเรื่องของการขุดทรัพยากรนั้น นายไม่ต้องกังวลเลย ฉันมีคนจัดการให้อยู่แล้ว
หน้าที่ของนายคือดูแลความสงบเรียบร้อยของกาแล็กซี ดูแลเรื่องระบบโลจิสติกส์ ความเป็นอยู่ของประชาชน ละพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในกาแล็กซีนี้
พูดกันตามตรง ถึงจะไม่หวือหวาเท่าธุรกิจขุดแร่ แต่ผลประโยชน์ที่ได้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว”
ส่วนการขุดแร่นั้น จ้าวเฉินได้จัดตั้งสองบริษัทขุดเหมืองขึ้นมาแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้ธุรกิจหลักเช่นนี้ถูกคนนอกมาแทรกแซง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในตอนนี้
แต่สำหรับธุรกิจสนับสนุนและโครงสร้างอื่นๆ จ้าวเฉินไม่ติดที่จะเปิดทางให้คนนอกเข้ามาร่วมงาน เพื่อแบ่งเบาภาระของตนเอง