เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 420 ผมต้องการกาแล็กซีสองแห่งนี้ (ฟรี)

บทที่ 420 ผมต้องการกาแล็กซีสองแห่งนี้ (ฟรี)

บทที่ 420 ผมต้องการกาแล็กซีสองแห่งนี้ (ฟรี)


“สวีอี้ฟาน แกยอมสละกาแล็กซีทั้งสองนี้ไปโดยสมัครใจหรือเปล่า” จ้าวเฉินถามสวีอี้ฟาน

สวีอี้ฟานกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำ “นั่นคือ... นั่นคือกาแล็กซีที่พ่อของผมจะปกป้องจนวาระสุดท้าย แน่นอนว่าผมไม่เต็มใจ...”

“สวีอี้ฟานอย่าลืมว่าแกลงนามในสัญญาสละสิทธิ์ดูแลกาแล็กซีทั้งสองด้วยความสมัครใจ!” มาร์ควิสเป่ยหลางพูดเสียงเข้มพร้อมชี้นิ้วใส่สวีอี้ฟาน

กาแล็กซีสองแห่งที่เขาหมายตามานานจะตกเป็นของเขาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับมีใครบางคนโผล่มากลางทาง!

สวีอี้ฟานก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไร

แค่ดูจากท่าทางของเขา ทุกคนในห้องประชุมก็มองออกว่า...นี่ไม่ใช่ ‘ความสมัครใจ’ แน่

แต่ยังไงก็ตาม ในเมื่อสวีอี้ฟานเซ็นสัญญาสละสิทธิ์ไปแล้ว ก็ไม่อาจแก้ไขได้ง่ายๆ

จ้าวเฉินหันไปมองผู้ว่าการจูไค "ท่านผู้ว่าการ ผมขอรับกาแล็กซีมอตัน และกาแล็กซีไอริสไว้ในความดูแล"

“มาร์ควิสหลงเซี่ยว นี่มันหมายความว่ายังไง!” มาร์ควิสเป่ยหลางจ้องจ้าวเฉินด้วยแววตาดำมืด

สิ่งที่กำลังจะเป็นของเขา กลับมีคนมาแย่งไปต่อหน้าต่อตา!

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอะไรเลย ตามข้อกำหนดของจักรวรรดิ การแบ่งสรรกาแล็กซีใหม่ ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นสูงสุดจะมีสิทธิ์เลือกก่อน

เท่าที่ฉันรู้ ครั้งนี้ฉันมีสิทธิ์เลือกได้ถึงห้ากาแล็กซี

แต่ตอนนี้ฉันไม่เอาห้าแห่งแล้ว ขอแค่สอง นั่นคือมอตันและไอริส

มีใครติดใจอะไรไหม?

หรือมีใครกำลังสงสัยในผลงานของฉัน ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นมาร์ควิสที่ดาวเมื่องหลวง” จ้าวเฉินมองตรงไปที่มาร์ควิสเป่ยหลาง จากนั้นก็กวาดตามองไปทั่วห้องประชุม

สวีอี้ฟานมองสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันด้วยความตะลึง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ มาร์ควิสหลงเซี่ยวถึงต้องการกาแล็กซีของเขา

หรือว่า... หรือว่า...

ความคิดบางอย่างแวบขึ้นในใจของสวีอี้ฟาน แต่เขาก็ยังไม่กล้าเชื่อ

ทั่วห้องประชุม เหล่าขุนนางต่างพากันนิ่งเงียบ

เป็นที่รู้กันว่า มาร์ควิสเป่ยหลางพยายามที่จะครอบครองกาแล็กซีทั้งสองแห่งนี้มานานแล้ว เมื่อเคานต์มอตันยังมีชีวิตอยู่ เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอื้อมมือของเขาไปที่นั่น แต่เขาถูกเคานต์มอตันขัดขวางไว้

จนตอนนี้ เมื่อเคานต์มอตันเสียชีวิต เหลือเพียงสวีอี้ฟาน และกองกำลังที่อ่อนแอลงของตระกูลสวี

แน่นอนว่ามาร์ควิสเป่ยหลางย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ

ทว่าโดยไม่มีใครคาดคิด มาร์ควิสหลงเซี่ยวกลับโผล่เข้ามาขัดขวาง

และยิ่งไปกว่านั้น ข้อเสนอนี้ยังสอดคล้องกับกฎของจักรวรรดิ

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มาร์ควิสหลงเซี่ยวจะแลกรางวัลจากกาแล็กซีทั้งห้าแห่ง เป็นกาแล็กซีสองแห่ง ถือว่าสมเหตุสมผลมากกว่าเดิมเสียอีก

ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้จริงๆ

ในดวงตาของผู้ว่าการจูไคปรากฏแววพึงพอใจ แต่เขากลบเกลื่อนมันไว้อย่างแนบเนียนก่อนจะประกาศเสียงดัง “ในฐานะวีรบุรุษของสงครามครั้งนี้... ในเมื่อมาร์ควิสหลงเซี่ยวต้องการกาแล็กซีสองแห่งนี้ ก็จะจัดให้ตามคำขอ

ฉันขอประกาศว่ากาแล็กซีมอตันและกาแล็กซีไอริสจะตกเป็นของมาร์ควิสหลงเซี่ยว

สำหรับมาร์ควิสเป่ยหลาง ฉันจะจัดสรรกาแล็กซีอื่นให้สามแห่ง ฉันคิดว่าสามแห่งนี้..."

ผู้ว่าการจูไคใจดีพูดอย่างอ่อนโยน พลางจัดสรรกาแล็กซีใหม่ให้สามแห่งแก่มาร์ควิสเป่ยหลาง แม้จะได้จำนวนมากกว่าเดิม แต่ไม่มีแห่งใดเทียบเท่ากาแล็กซีมอตันได้

ต้องรู้ว่า แหล่งแร่กว่า 30% ในภูมิภาคดาวสายลมเหนือ ล้วนมาจากกาแล็กซีมอตัน

และหากเปลี่ยนยานขุดแร่ของกาแล็กซีนี้เป็นยานขุดแร่หนักระดับ T3 ดิกเกอร์ในมือจ้าวเฉิน ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว!

จ้าวเฉินกลับไปที่นั่งของเขาพร้อมรอยยิ้ม โดยไม่สนใจแววตากระหายเลือดของมาร์ควิสเป่ยหลางแม้แต่น้อย

ในเมื่อตัดสินใจตั้งเป้าไปที่พรรคเจ้าชายของจักรวรรดิแล้ว แค่มาร์ควิสตัวเล็กๆ คนหนึ่งย่อมไม่อยู่ในสายตาจ้าวเฉิน

ไม่นาน การประชุมก็สิ้นสุดลง

บางคนมีความสุข และบางคนก็เศร้า

และหนึ่งในผู้ที่ควรเป็นผู้ชนะในวันนี้อย่างมาร์ควิสเป่ยหลาง กลับเดินออกจากห้องประชุมไปด้วยสีหน้ามืดมน

ก่อนจากไปเขายังไม่ลืมส่งสายตาอาฆาตมาทางจ้าวเฉิน

ขณะที่จ้าวเฉินไม่ได้รีบออกไป แต่เดินตรงไปหาสวีอี้ฟาน

“ไปหาที่คุยกันหน่อย” จ้าวเฉินกล่าว

“คะ...ครับ” สวีอี้ฟานกลืนน้ำลาย และเดินตามจ้าวเฉินไปอย่างเชื่อฟัง

เมื่อทั้งสองเดินออกจากห้องประชุม จ้าวเฉินจึงพาสวีอี้ฟานไปยังมุมหนึ่งของทางเดิน

เพียงจ้าวเฉินส่งสายตาไปครั้งเดียว เหล่าทหารหญิงก็ล้อมรอบพวกเขาทั้งสองเอาไว้เหมือนกำแพง

พร้อมกันนั้นจ้าวเฉินกดปุ่มบนคอมพิวเตอร์พกพา สร้างม่านพลังป้องกันการดักฟังรอบตัว

"ทำไมนายถึงยอมสละกาแล็กซีทั้งสองแห่งของตระกูล" จ้าวเฉินถามตรงประเด็น

สวีอี้ฟานก้มหน้าเหมือนเด็กที่ทำผิดพลาด "หลังจากภัยพิบัติแมลงสิ้นสุดลง กาแล็กซีมอตันก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเขตเหมืองหลักที่เสียหายไปเกือบทั้งหมด

อีกทั้งตระกูลสวีก็สูญเสียกำลังคนและทรัพยากรไปมาก เราจึงไม่อาจฟื้นฟูได้ในเวลาสั้นๆ

และที่สำคัญ ตอนที่ตระกูลเราขยายกาแล็กซีมอตัน เราก็มีภาระหนี้สินอยู่

ผมไม่รู้ว่ามาร์ควิเป่ยหลางใช้วิธีไหน เขากลับควบคุมหนี้ของตระกูลเราเอาไว้ในมือ และข่มขู่เราว่า...

ถ้าเราไม่สละสิทธิ์กาแล็กซีสองแห่งนี้ เขาจะเรียกเก็บหนี้ทั้งหมดทันที

แต่หากเราสละสิทธิ์กาแล็กซีทั้งสอง เขาจะยกหนี้ทั้งหมดให้ และยังช่วยพัฒนากาแล็กซีสุดท้ายที่เหลือ

ในตอนนั้น ตระกูลสวีของผม... ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับเงื่อนไขของเขา และเขาเองก็ยกหนี้ทั้งหมดให้เราจริง แต่เรื่องความช่วยเหลือภายหลัง... คงไม่มีอีกแล้ว”

ในสถานการณ์ปัจจุบัน แผนของมาร์ควิสเป่ยหลางล้มเหลว แน่นอนว่าการช่วยเหลือที่เคยสัญญาไว้กับตระกูลสวีก็ต้องหายไป

จ้าวเฉินพยักหน้ารับรู้

“แล้วนายวางแผนจะทำอะไรต่อไป?” จ้าวเฉินถามต่อ

สวีอี้ฟานนิ่งเงียบไป เขาเองก็ยังไม่รู้จะก้าวต่อไปทางไหน

“ถ้าอย่างนั้นฉันมอบเงินสนับสนุน พร้อมมอบหมายให้นายทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลกาแล็กซีมอตัน และกาแล็กซีไอริสในฐานะตัวแทนของฉัน

และฉันรับรองได้ว่าภายในสามสิบปี ตระกูลสวีของนายจะกลับมาเป็นเจ้าของกาแล็กซีทั้งสองอีกครั้ง

นายเต็มใจติดตามฉันไหม?” จ้าวเฉินมองเข้าไปในดวงตาของสวีอี้ฟาน

เมื่อสวีอี้ฟานได้ยินเช่นนี้ เขาก็รู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด

หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่า “ผม สวีอี้ฟาน เต็มใจที่จะติดตามท่าน ตระกูลสวีเต็มใจต่อสู้เพื่อหลงเซี่ยวจนลมหายใจสุดท้าย!”

สำหรับสวีอี้ฟานแล้ว นี่คือโอกาสเดียวที่จะฟื้นฟูตระกูลของเขาได้

แม้ภายนอกคนจะมองว่ามาร์ควิสหลงเซี่ยวเป็นแค่ขุนนางใหม่ที่มีชื่อเสียงอยู่บ้าง

แต่ในฐานะผู้ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองยานหลงเซี่ยว เขารู้ดีว่า ผู้ชายคนนี้คือของจริง

หากสามารถติดตามผู้ชายคนนี้ได้ ตระกูลสวีจะได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่!

อาจจะก้าวข้ามตระกูลสวีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ!

จบบทที่ บทที่ 420 ผมต้องการกาแล็กซีสองแห่งนี้ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว