- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 25 คุกเข่า
บทที่ 25 คุกเข่า
บทที่ 25 คุกเข่า
สถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือ ร้านอาหารสไตล์ทะเล
จ้าวเฉินมองดูภาพโฮโลแกรมของสิ่งมีชีวิตในน้ำจากกาแล็กซีที่ไม่รู้จักซึ่งภาพเหล่านี้ลอยไปมาในอากาศ เหมือนกับว่ากำลังแหวกว่ายในทะเลจริงๆ บรรยากาศในร้านอาหารสงบเงียบและผ่อนคลาย
ในร้านอาหารนี้มีคนรับประทานไม่มาก เพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น
ถือเป็นร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในสถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือ
เฉพาะคนที่มีภูมิหลังสูงส่งเท่านั้นที่จะมาทานอาหารที่นี่ ว่ากันว่าครึ่งหนึ่งของส่วนผสมเป็นอาหารที่ปลูกตามธรรมชาติ
สาวงามสามคน ทั้งตัวใหญ่และตัวเล็ก เดินเคียงข้างจ้าวเฉิน ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของผู้คน
“จ้าวเฉินคิดออกหรือยังว่าจะตั้งเงื่อนไขอะไรเมื่อคุยกับจางห่าวหราน” รุ่นพี่ซูหลานถาม
“ผมมีแผนแล้ว” จ้าวเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อรุ่นพี่ซูหลานยินแบบนั้น เธอก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก ท้ายที่สุดแล้ว ตัวตนของเธอเป็นเพียงคนกลาง
สำหรับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเรื่องนี้ เธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เธอแค่ต้องก้าวเข้ามาเพื่อเชื่อมช่องว่างเพราะเธอติดหนี้บุญคุณคนคนนั้น
“หลานหลาน ทางนี้”
มีเสียงดังขึ้น จากไกลๆจ้าวเฉินก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลมข้างหน้าต่าง โบกมือให้ซูหลานและกลุ่มของเธอ
โต๊ะกลมนี้มีคนอยู่แล้วสามคน คนหนึ่งคือจางห่าวหราน และอีกสองคนเป็นคนแปลกหน้า
การแสดงออกของจางห่าวหรานชัดเจนว่าไม่ดีนัก ดวงตาของเขาจ้องไปที่จ้าวเฉินชั่วครู่ แต่เขาก็หลบตาไปอย่างรวดเร็ว ดูน่าสงสาร
แต่จ้าวเฉินยังคงสังเกตเห็นความเกลียดชังที่แฝงอยู่ในสายตาของจางห่าวหราน
สำหรับผู้ชายแบบนี้ บทเรียนแค่ครั้งเดียวจะไม่ทำให้เขากลายเป็นคนซื่อสัตย์
"เดี๋ยวถ้ามีอะไรที่นายต้องการพูดก็พูดไปเลย ถ้าคุยไม่ลงตัวพวกเราก็เดินออกไปได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกเรา" รุ่นพี่ซูหลานกระซิบที่หูของจ้าวเฉิน
จ้าวเฉินพยักหน้า
จ้าวหว่านเอ๋อรู้สึกประหม่าเล็กน้อยขณะที่เธอเดินตามมาข้างๆ เธอมองพี่ชายด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้ว่าพี่ชายของเธอถึงจะเป็นบารอนแห่งดินแดน แต่ก็ยังไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบทางการเช่นนี้มาก่อน
เซว่เสี่ยวเซียวดูมีความคาดหวัง เธอชอบโอกาสสร้างปัญหาแบบนี้มากที่สุด
เมื่อจ้าวเฉินและคนอื่นๆ เดินไปที่นั่งของพวกเขา รุ่นพี่ที่ชื่อหานเทียนหวางก็เพิกเฉยต่อจ้าวเฉิน ซึ่งควรจะเป็นตัวเอกในการเจรจาครั้งนี้ แต่กลับดึงเก้าอี้ข้างตัวเขาแล้วพูดขึ้น
"หลานหลาน มานั่งตรงนี้สิ"
ที่โต๊ะกลมนี้มีที่นั่งทั้งหมดเจ็ดที่พอดีกับจำนวนคน สามคนของกลุ่มจางห่าวหรานและสี่คนของกลุ่มจ้าวเฉิน
และหานเทียนหวางตั้งใจทิ้งที่นั่งข้างๆ ไว้ให้ซูหลานโดยเฉพราะ
แต่ซูหลานมองไปที่ที่นั่งแล้วก็ยิ้มทักทายหานเทียนหวาง "ไม่เป็นไรฉันก็แค่นั่งตรงนี้ก็ได้"
เมื่อพูดจบ เธอก็นั่งลงพร้อมกับจ้าวหว่านเอ๋อและเซว่เสี่ยวเซียว
ทำให้หานเทียนหวางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
และตอนนี้ที่เดียวที่จ้าวเฉินสามารถนั่งได้คือข้างๆ หานเทียนหวาง
ในเวลานี้หานเทียนหวางมองไปที่คนตรงหน้าเขาและพูดอย่างใจเย็นว่า "นี่คงเป็นรุ่นน้องจ้าวเฉิน มานั่งเถอะ"
แม้จะพูดเชิญ แต่หานเทียนหวางก็ได้นั่งลงก่อนแล้ว
ในเวลานี้จ้าวเฉินเป็นคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่
แต่จ้าวเฉินไม่ได้ไปนั่งที่นั่งข้างๆหานเทียนหวาง เขาเอามือไปวางบนเก้าอี้ตรงหน้าเขา "ไม่ ฉันแค่นั่งตรงนี้ก็ได้"
ในขณะนั้น บรรยากาศรอบโต๊ะก็เริ่มเปลี่ยนไป
เพราะมือของจ้าวเฉินบังเอิญไปวางอยู่บนเก้าอี้ที่จางห่าวหรานนั่งอยู่
ใบหน้าของจางห่าวหรานเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด เขาหันไปมองรุ่นพี่หานที่หันหน้าไปทางอื่น
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ จางห่าวหรานจึงทำได้เพียงยืนขึ้นด้วยใบหน้าที่มืดมนและเตรียมที่จะนั่งลงข้างๆ หานเทียนหวาง
จ้าวเฉินนั่งบนเก้าอี้ของจางห่าวหราน เมื่อเขาเห็นว่าจางห่าวหรานกำลังจะนั่งลง เขาก็หยิบแก้วน้ำขึ้นมาแล้วราดลงบนเก้าอี้ทันที
"ที่นั่งนี้มีไว้สำหรับนายเหรอ?"
บรรยากาศในห้องกลับมาคล้ายจะเย็นยะเยือกอีกครั้ง
จางห่าวหรานกำหมัดแน่น
"รุ่นน้องจ้าวเฉิน อย่าก้าวร้าวมากนัก มันเป็นความเข้าใจผิดระหว่างรุ่นน้องห่าวหรานกับนายก่อนหน้านี้ ตอนนี้เรามากินข้าวด้วยกัน ก็ถือเป็นการเคลียร์ความเข้าใจผิดไป เราทุกคนจะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป"
หานเทียนหวางลุกขึ้นในเวลานี้พยายามจะเปลี่ยนบรรยากาศ
"หลานหลาน เธอคิดอย่างนั้นไหม"
ซูหลานยิ้ม: "ครั้งนี้ฉันเป็นแค่คนกลาง และจะไม่พูดอะไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่ารุ่นน้องจ้าวเฉินต้องการอะไร"
"วันนี้ถ้ามีที่ให้เขานั่ง ก็ไม่ต้องให้ผมจ้าวเฉินนั่ง รุ่นพี่คิดว่ายังไง" จ้าวเฉินมองตรงไปที่หานเทียนหวางโดยไม่แสดงท่าทีอ่อนแอใดๆ
ความหม่นหมองแวบหนึ่งปรากฏในดวงตาของหานเทียนหวาง แต่เขายังคงพูดอย่างร่าเริง: "ใช่ เมื่อต้องการขอโทษ ก็ต้องแสดงท่าทีเหมือนกำลังขอโทษ ห่าวหราน ยืนขึ้นเถอะ"
"พนักงานเสิร์ฟ เอาเก้าอี้เสริมตัวนี้ออก" จ้าวเฉินเรียกพนักงานเสิร์ฟ
พนักงานเสิร์ฟที่นี่ไม่ใช่หุ่นยนต์อัจฉริยะ แต่เป็นพนักงานเสิร์ฟสาวที่แต่งตัวสวยงาม ซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติที่หรูหราของร้านอาหารแห่งนี้
เก้าอี้ถูกยกออกไป และจางห่าวหรานก็ยืนเหมือนเสาหลักระหว่างจ้าวเฉินกับหานเทียนหวาง
"พวกเราทุกคนนั่งอยู่ และนายยืนอยู่คนเดียว นี่ไม่ทำให้นายดูสูงกว่าฉันและรุ่นพี่เหรอ มันทำให้เรารู้สึกอึดอัด" จ้าวเฉินมองจางห่าวหรานด้วยรอยยิ้ม
จางห่าวหรานกัดฟัน: "นายยังต้องการอะไรอีก
“คุกเข่าลง” จ้าวเฉินพูดสามคำออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
ดวงตาของหลายๆ คนในที่นั้นเปลี่ยนไป
จางห่าวหรานโกรธขึ้นมา: "จ้าวเฉิน อย่าไปไกลเกินไป!"
"เกินไปเหรอ? ฉันได้ยินมาว่านายและพวกกำลังตะโกนในห้องเรียนของฉัน ถ้าชนะในการดวลยานอวกาศ จะให้ฉันคุกเข่าขอโทษนาย? ตอนนั้นนายไม่คิดว่าเกินไปเหรอ?" จ้าวเฉินมองจางห่าวหรานด้วยรอยยิ้ม
"หรือว่านาย จางห่าวหราน ไม่อยากเรียนต่อที่สถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือแล้ว?"
คำพูดสุดท้ายของจ้าวเฉินเสียดแทงใจของจงห่าวหรานโดยตรง
เขาต้องไม่หลุดออกจากสถาบัน
พ่อของเขาซึ่งเป็นไวส์เคานต์ซึ่งจะเป็นเคานต์ในอนาคตไม่ใด้มีลูกชายอย่างเขาแค่คนเดียว
สถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือเป็นหนึ่งในสามสภาบันทหารยานอวกาศที่ดีที่สุดในจักรวรรดิซีอา พ่อของเขาช่วยให้สามารถเข้ามาได้ผ่านทางเส้นสาย
หากเขาไม่สามารถจบการศึกษาได้ คาดว่าตำแหน่งของเขาอาจถูกพี่น้องคนอื่นแย่งไป
หลังจากที่แม่ของเขาทราบถึงเหตุการณ์นี้ เธอจึงส่งข้อความมาที่เขาโดยตรงเพื่อขอให้เขาหาวิธีด้วยตัวเอง และต้องไม่ออกสถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!
"รุ่นน้องจ้าวเฉิน นี่ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ รุ่นน้องห่าวหรานรู้แล้วว่าเขาคิดผิด พวกนายล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้ความสัมพันธ์เลวร้ายขนาดนี้ ไว้หน้าฉันหน่อย กินข้าวก่อนแล้วค่อยคุยกันว่าจะจัดการกับความเข้าใจผิดระหว่างนายกับรุ่นน้องห่าวหรานยังไง”
“ฉันจะให้คำตอบที่รุ่นน้องจ้าวเฉินพอใจแน่นอน!” หานเทียนหวางกล่าว
“ไว้หน้า?” จ้าวเฉินหัวเราะและมองหานเทียนหวางด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า “รุ่นพี่หานถ้าสิ่งที่รุ่นพี่ต้องการคือให้ผมให้ไว้หน้ารุ่นพี่ งั้นทำไมรุ่นพี่ไม่คุกเข่าแทนเขา?”
จ้าวหว่านเอ๋อที่อยู่ด้านข้างสูดอากาศเย็นๆ เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเธอ? เขาทานยาผิดหรือเปล่าวันนี้?
แค่ทะเลาะกับจางห่าวหรานก็พอแล้ว แต่เขากลับทะเลาะกับหานเทียนหวาง!
รุ่นพี่ซูหลานและเซว่เสี่ยวเซียวมองไปที่จ้าวเฉินด้วยความประหลาดใจ พวกเธอพบว่ารุ่นน้องคนนี้ดูแตกต่างไปเล็กน้อย
ใบหน้าของหานเทียนหวางมืดลงในตอนนี้
“โอเค ฉันจะคุกเข่า!” จางห่าวหรานตะโกนสามคำและคุกเข่าลงที่เดิมที่เก้าอี้เคยตั้งอยู่
ความสูงของโต๊ะบังศีรษะของเขาพอดี
"แบบนี้แหละ มันจะได้ไม่รบกวนการทานข้าว
ทำไมทุกคนมองมาที่ผม ? เรามากินข้าวไม่ใช่เหรอ
เร็วๆ สิ สั่งอาหารกันเถอะ ผมหิวแล้ว”
“รุ่นพี่หานชอบกินอะไร ก็สั่งมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ” จ้าวเฉินยกมือขึ้นเปิดหน้าจอสั่งอาหารแบบโฮโลแกรม
แล้วเขาก็คลิกบนหน้าจออย่างรวดเร็ว จ้าวหว่านเอ๋อซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ จ้าวเฉินไม่เห็นด้วยซ้ำว่าจ้าวเฉินคลิกอะไร
"ผมสั่งเรียบร้อยแล้ว ทุกคนลองดูว่าต้องการอะไรเพิ่มไหม ไม่ต้องเกรงใจนะ ครั้งนี้เราได้มานั่งทานข้าวกับรุ่นพี่หาน ต้องทานให้สนุก" จ้าวเฉินหันมายิ้มให้กับทุกคน
เซว่เสี่ยวเซียวแทบจะหัวเราะออกมาเลย