- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 100 ปู่เป่า
บทที่ 100 ปู่เป่า
บทที่ 100 ปู่เป่า
"คุณหมอครับ เป็นยังไงบ้างครับ?"
ณ สถานีอนามัยประจำคอมมูนเป่ยหวย สวีเลี่ยงเอ่ยถามหมอที่เพิ่งตรวจร่างกายหลิวอันผิงเสร็จด้วยความร้อนใจ
หมอหันมามองสวีเลี่ยง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่กระดูกซี่โครงหักสองซี่ กับกระดูกหน้าอกร้าวนิดหน่อย"
พูดจบ หมอก็หันไปทางหลิวอันผิง
"พ่อหนุ่ม วันหน้าวันหลังก็เพลาๆ เรื่องชกต่อยหน่อยนะ เจ็บตัวมายังพอรักษาได้ แต่ถ้าโดนตีจนตาย เธอคงไม่มีโอกาสได้มาหาหมอที่นี่แล้วล่ะ"
แค่ตรวจดูแวบเดียว หมอก็รู้ทันทีว่าอาการบาดเจ็บของหลิวอันผิงเกิดจากการมีเรื่องชกต่อย
หลิวอันผิงได้แต่ฝืนยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน
และในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ หมอก็ลงมือดัดกระดูกโดยไม่ให้สัญญาณ
"โอ๊ย!"
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นห้อง หลิวอันผิงมองหน้าหมอด้วยสีหน้าเหยเก "คุณหมอครับ ก่อนจะลงมือช่วยส่งสัญญาณบอกกันสักหน่อยไม่ได้เหรอครับ เล่นทีเผลอแบบนี้ หัวใจจะวายเอานะครับ"
"พ่อหนุ่ม ตอนตีกันทำไมไม่รู้จักเจ็บ หมอแค่ช่วยจัดกระดูกให้เข้าที่ จะร้องโวยวายทำไม!"
หมอค้อนหลิวอันผิงวงใหญ่ ก่อนจะหันไปดุสวีเลี่ยงต่อ "พวกคุณที่เป็นผู้ปกครองก็เหมือนกัน ลูกตัวโตขนาดนี้แล้ว ทำไมปล่อยปละละเลยให้ไปมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้านจนเจ็บหนักขนาดนี้ ยังดีที่แค่ซี่โครงหัก ถ้าอวัยวะภายในบอบช้ำขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ"
ในยุคสมัยนี้ การชกต่อยเป็นเรื่องปกติ
แม้แต่การตีกันจนตายก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
เวลานี้ สวีเลี่ยงรู้สึกอึดอัดใจจนทำตัวไม่ถูก
ถ้าดูจากอายุ สวีเลี่ยงก็รุ่นราวคราวพ่อของหลิวอันผิงได้จริงๆ
แต่การที่หมอด่วนสรุปความสัมพันธ์ของทั้งคู่โดยไม่ถามไถ่ แล้วเทศนาสั่งสอนออกมาแบบนี้ มันทำให้ทั้งสองคนตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แถมยังอธิบายความจริงไม่ได้อีกต่างหาก
ไม่นานนัก
หลิวอันผิงและสวีเลี่ยงก็เดินออกมาจากสถานีอนามัย
กระดูกถูกจัดเข้าที่ พันผ้าดามหน้าอกเรียบร้อย พร้อมกับรับยามาอีกจำนวนหนึ่ง
"หลิวอันผิง ครั้งนี้พวกเราติดหนี้บุญคุณเธอครั้งใหญ่เลยนะ พอกลับไปถึงอำเภอเมื่อไหร่ ฉันจะรายงานความดีความชอบครั้งนี้ให้เบื้องบนทราบตามความเป็นจริงแน่นอน"
หลิวอันผิงถอนหายใจยาว "พี่รีบกลับเข้าอำเภอไปเฝ้าหวังต้าขุยเถอะครับ ผมไม่อยากเห็นมันหนีออกมาสร้างเรื่องแบบนี้อีกแล้ว"
สวีเลี่ยงโดนหลิวอันผิงตอกกลับจนพูดไม่ออก
การที่หวังต้าขุยแหกคุกสถานกักกันออกมาได้ ไม่ต้องรอให้สวีเลี่ยงอธิบาย หลิวอันผิงก็รู้ว่าเบื้องหลังต้องมีเกลือเป็นหนอนแน่ๆ
ส่วนเรื่องเมื่อคืน
การที่สวีเลี่ยงถูกหวังต้าขุยตีจนสลบเหมือด กลายเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตการทำงานของเขาไปแล้ว
ถ้าไม่ได้หลิวอันผิง
หวังต้าขุยคงไม่มีทางถูกจับกุมได้ง่ายดายขนาดนี้
ดังนั้น สวีเลี่ยงจึงติดหนี้บุญคุณหลิวอันผิงก้อนโตจริงๆ
ไม่ใช่แค่สวีเลี่ยงคนเดียว แต่หน่วยงานของพวกเขาทั้งหน่วย ก็ติดหนี้บุญคุณหลิวอันผิงเช่นกัน
"ลูกพี่ครับ ช่วยไปส่งเขาที่หมู่บ้านซานสุ่ยหน่อยครับ"
สวีเลี่ยงที่รู้สึกละอายใจ รีบไปเรียกรถไถที่จอดอยู่แถวนั้นมาให้
หลังจากหลิวอันผิงนั่งรถไถจากไป สวีเลี่ยงยืนมองรถไถที่ค่อยๆ ลับสายตาไปที่ริมถนน พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
......
"ลุงเป่า ที่แกพูดมาเนี่ยเรื่องจริงเหรอ? เมื่อคืนลูกชายบ้านเฟิ่งอิงไปมีเรื่องกับไอ้ยักษ์ปักหลั่นทางทิศตะวันตกจริงๆ น่ะเรอะ? แถมยังใช้มีดไล่ฟันกันด้วย? แกไม่ได้โม้หลอกพวกข้าใช่ไหม"
ขณะนั้น
ณ ลานตากข้าวที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านซานสุ่ย มีชาวบ้านมุงดูกันอยู่กลุ่มใหญ่
และ 'ปู่เป่า' คนที่เกือบตายด้วยน้ำมือหวังต้าขุยเมื่อคืน กำลังยืนเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญให้ชาวบ้านฟังอย่างออกรส
แม้แกจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด แต่ก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้าง
หลิวต้าเป่าหันขวับไปมองชายวัยกลางคนที่ตั้งคำถาม ตวาดกลับด้วยความไม่พอใจ "เห็นข้าเป็นคนปากพล่อยเหมือนเอ็งหรือไง เมื่อคืนถ้าไม่ได้เจ้าหนูอันผิงช่วยไว้ ป่านนี้ข้าคงโดนไอ้ยักษ์นั่น... ที่ชื่อหวังต้าขุยอะไรนั่น ฆ่าตายไปแล้ว"
"ลุงเป่า ไม่ใช่พวกเราไม่อยากเชื่อนะ ถึงช่วงนี้เจ้าหนูอันผิงจะดูเปลี่ยนไปเยอะ แต่จะบอกว่ากล้าถือมีดไล่แทงไอ้คนชื่อหวังต้าขุยจนเลือดโชกเนี่ย... ข้าไม่เชื่อว่ะ"
ทันทีที่หลิวต้าเป่าพูดจบ ก็มีเสียงคัดค้านดังขึ้นทันควัน
ก็จริงอย่างที่เขาว่า
ภาพจำของคนในหมู่บ้านที่มีต่อหลิวอันผิง คือเด็กหนุ่มที่อ่อนแอ
อย่าว่าแต่ถือมีดไปทำร้ายใครเลย แค่ชกต่อยธรรมดา เขาก็เป็นฝ่ายโดนกระทำมาตลอด
แต่วันนี้ หลิวต้าเป่ากลับมาประกาศต่อหน้าธารกำนัลว่า เมื่อคืนดึกดื่นค่อนคืน หลิวอันผิงไปดวลมีดกับหวังต้าขุยแบบแลกชีวิต
เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินกว่าที่ชาวบ้านซานสุ่ยจะยอมรับได้
หลิวต้าเป่าโกรธจนหน้าดำหน้าแดง พูดไม่ออกไปพักใหญ่ ได้แต่เอาไปป์ยาสูบในมือเคาะพื้น ป๊อกๆ ด้วยความโมโห "พวกเอ็งคอยดูนะ ในเมื่อไม่เชื่อคำพูดข้า! ข้าจะกลับไปเอาเสื้อที่ใส่เมื่อคืนมาให้ดู จะได้รู้ว่าข้าพูดจริงหรือเปล่า"
หลิวต้าเป่าลุกขึ้นเดินกระฟัดกระเฟียดกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก
หลิวต้าเป่าก็กลับมาพร้อมกับเสื้อที่เปื้อนคราบเลือดของหวังต้าขุยเมื่อคืน
แต่เสื้อเปื้อนเลือดแค่ตัวเดียว กลับไม่สามารถทำให้ชาวบ้านเชื่อเรื่องราวของแกได้
"ลุงเป่า แค่เสื้อเปื้อนเลือดตัวเดียวมันพิสูจน์อะไรได้"
"นั่นสิปู่เป่า เสื้อแดงเถือกแบบนี้ ดีไม่ดีแกอาจจะแอบเอาหมึกแดงที่บ้านมาเทใส่ก็ได้ใครจะไปรู้"
ชาวบ้านยังคงปักใจไม่เชื่อ
คราวนี้ทำเอาหลิวต้าเป่าโกรธจนจุกอก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
และในขณะนั้นเอง
หลิวอันผิงก็กลับมาถึงหมู่บ้านพอดี
มือข้างหนึ่งหิ้วถุงยาที่หมอสั่ง อีกข้างกุมหน้าอกที่ยังเจ็บแปลบๆ
หลิวต้าเป่าที่กำลังจนปัญญาจะเถียงชาวบ้าน เหลือบไปเห็นร่างของหลิวอันผิงแต่ไกล แกจึงรีบแหวกวงล้อมชาวบ้านวิ่งตรงเข้าไปหาหลิวอันผิงทันที
ครู่ต่อมา
หลิวต้าเป่าลากตัวหลิวอันผิงมายืนอยู่ต่อหน้าชาวบ้าน พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน "อันผิง เอ็งรีบอธิบายให้พวกมันฟังทีซิ ว่าเมื่อคืนเอ็งสู้กับไอ้คนที่ชื่อหวังต้าขุยที่ถนนเล็กทางทิศตะวันตกจริงๆ แถมยังใช้มีดสู้กันด้วย รีบบอกไปสิว่าเอ็งเป็นคนช่วยข้าไว้"
ตอนแรกหลิวอันผิงยังงงๆ ที่ถูกหลิวต้าเป่าลากตัวมา
แต่พอฟังจบ เขาก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ปู่เป่าครับ ผมมีธุระ ขอตัวก่อนนะครับ"
หลิวอันผิงไม่อยากอธิบายอะไรทั้งนั้น
ถึงเรื่องจะจบไปแล้ว
ถึงเมื่อคืนถ้าปู่เป่าไม่โผล่มา หวังต้าขุยอาจจะไม่ถูกจับง่ายๆ
ถึงเขาจะช่วยชีวิตหลิวต้าเป่าไว้จริงๆ แต่เรื่องพรรค์นี้จะให้อธิบายยังไงให้คนเชื่อ
หลิวอันผิงรีบเดินหนีไปดื้อๆ ไม่เปิดโอกาสให้หลิวต้าเป่าได้รั้งตัวไว้
หลิวต้าเป่ายืนอึ้งอยู่กับที่ กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ พลางชี้หน้าด่ากราดชาวบ้านที่ยังทำหน้าสงสัย
ขณะนั้น เลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านเดินผ่านมาพอดี เห็นคนมุงกันเยอะก็นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงรีบเดินเข้ามาดู
พอรู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหวังต้าขุย และเห็นหลิวต้าเป่าพยายามจะดึงเขาไปเป็นพยานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เลขาฯ หลิวก็อดหัวเราะไม่ได้
"พวกเอ็งนี่มันจริงๆ เลย จะสงสัยใครก็ได้ แต่จะมาสงสัยหลิวต้าเป่าไม่ได้ ในหมู่บ้านนี้ใครๆ ก็รู้ว่าแกไม่เคยพูดโกหกพร่ำเพรื่อ อีกอย่าง... เรื่องที่หลิวต้าเป่าพูดมา มันเป็นเรื่องจริง"
เดิมทีเลขาฯ หลิวก็ไม่รู้เรื่องหวังต้าขุยมาก่อน
แต่เมื่อเช้านี้ ตำรวจนายหนึ่งวิ่งหน้าตั้งมาขอใช้โทรศัพท์ที่บ้านเขา เขาจึงพาไปที่ที่ทำการกองพลน้อย
และนั่นทำให้เขาได้ยินเรื่องราวของหวังต้าขุยจากปากของตำรวจแซ่จาง
อีกทั้ง
ตอนที่หวังต้าขุยถูกจับกุมที่เหล่าอูหลิ่งและถูกคุมตัวออกจากหมู่บ้านซานสุ่ย หลิวต้งนี่แหละที่เป็นคนไปส่งพวกสวีเลี่ยงด้วยตัวเอง
ดังนั้น
เขาจึงพอรู้เรื่องราวคร่าวๆ แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็เพียงพอที่จะเป็นพยานยืนยันให้หลิวต้าเป่าได้