- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 91 ผมไม่ไปครับ
บทที่ 91 ผมไม่ไปครับ
บทที่ 91 ผมไม่ไปครับ
การสอบติดมหาวิทยาลัยจิงต้าหรือมหาวิทยาลัยชิงต้า คือความใฝ่ฝันของนักเรียนทุกคน
แม้แต่ครูประจำชั้นของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเอง ต่างก็ปรารถนาที่จะมีลูกศิษย์สอบติดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศสักคน
เหยื่อล่อชิ้นใหญ่ที่ครูประจำชั้นห้อง 1 โยนมาให้หวงเจี้ยนกั๋ว ช่างหอมหวานจนยากจะปฏิเสธ
หวงเจี้ยนกั๋วเองก็ลำบากใจ
เพราะถึงอย่างไร
หลิวอันผิงก็นับว่าเป็นญาติห่างๆ ของเขา
ในฐานะญาติ หวงเจี้ยนกั๋วย่อมอยากให้หลานศิษย์คนนี้สอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจิงต้าหรือชิงต้าอยู่แล้ว
หวงเจี้ยนกั๋วมองไปทางเจิ้งอ้ายกั๋ว และมองไปทางผู้บริหารคนอื่นๆ
เจิ้งอ้ายกั๋วไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต
หัวหน้าฝ่ายวิชาการเห็นครูใหญ่พยักหน้า ก็รีบเสริมขึ้นทันที "ครูหวง ผมว่าให้หลิวอันผิงย้ายไปห้อง 1 คือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วครับ เพราะห้อง 1 เป็นห้องสายวิทย์ และผมจำได้ว่าตอนสมัครสอบคัดเลือก หลิวอันผิงก็เลือกสอบสายวิทย์ ดังนั้นถ้าย้ายไปห้อง 1 ก็อาจจะเป็นจริงอย่างที่ครูอู๋ว่า ปีนี้โรงเรียนเราอาจจะคว้าที่นั่งในจิงต้าหรือชิงต้ามาครองได้สักที่"
สาเหตุที่เหล่าผู้บริหารพยักหน้าเห็นด้วย
ก็เพราะถ้าขืนให้หลิวอันผิงอยู่ห้อง 5 ต่อไป อย่างเก่งก็คงสอบติดแค่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วไป
แต่ถ้าเป็นอย่างที่ครูอู๋ฮุย ครูประจำชั้นห้อง 1 ว่าไว้ ภายใต้การติวเข้มของเขา หลิวอันผิงอาจจะสร้างปาฏิหาริย์ได้
ในเวลาแค่สองเดือน สามารถไต่เต้าจากอันดับที่ 405 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 8
ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตัวแกล้งซ่อนคมมาตลอด ก็ต้องยอมรับว่าหลิวอันผิงคือนักเรียนที่สามารถกู้หน้าให้โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งได้
อีกประการหนึ่ง
โรงเรียนมัธยมทั้งสามแห่งในอำเภอเหอชวน โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งมักจะถูกโรงเรียนมัธยมอันดับสองกดขี่ข่มเหงเรื่องผลการเรียนมาตลอด แม้แต่โควตาจิงต้าและชิงต้า ก็โดนโรงเรียนมัธยมอันดับสองแย่งไปกินเรียบ
อย่าเห็นว่าชื่อโรงเรียนคือ 'อันดับหนึ่ง' และมีนักเรียนสอบติดมหาวิทยาลัยเยอะก็จริง แต่หลายปีมานี้ ไม่เคยมีนักเรียนคนไหนสอบติดจิงต้าหรือชิงต้าได้เลยแม้แต่คนเดียว
ภูเขาที่มองไม่เห็นลูกนี้ กดทับผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งจนแทบหายใจไม่ออก
แต่ตอนนี้
การปรากฏตัวของม้ามืดอย่างหลิวอันผิง ทำให้ทุกคนที่นี่มองเห็นแสงแห่งความหวัง
หวงเจี้ยนกั๋วไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ประกอบกับเห็นสายตากดดันจากเจิ้งอ้ายกั๋วและผู้บริหารทุกคน สุดท้ายเขาก็จำยอมพยักหน้า
"ในเมื่อผู้บริหารเห็นสมควร ผมก็ยินดีครับ"
ครูอู๋ฮุย ครูประจำชั้นห้อง 1 ได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น "ขอบคุณท่านผู้บริหารครับ ขอบคุณครูหวงด้วยครับ"
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ผลสอบและอันดับคะแนนสอบคัดเลือกที่ถูกดึงเรื่องไว้หลายวัน ในที่สุดก็ถูกประกาศออกมา
เมื่อนักเรียนทุกคนเห็นรายชื่อและคะแนนของ 30 อันดับแรก ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ตลอดช่วงเช้า
หัวข้อสนทนาของนักเรียนทั้งโรงเรียน หนีไม่พ้นเรื่องคะแนนและอันดับของท็อป 30 และชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ 'หลิวอันผิง'
ส่วนที่ห้อง 5
สายตาของเพื่อนร่วมห้องทุกคน จับจ้องไปที่หลิวอันผิงเป็นจุดเดียว
ท่าทางของพวกเขาราวกับกำลังมุงดูสัตว์ประหลาดในสวนสัตว์ ทำให้หลิวอันผิงขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ
"พี่อันผิง ครั้งนี้พี่ทำเอาเพื่อนทั้งห้องช็อกตาตั้งกันหมด ยิ่งไปกว่านั้นคือนักเรียนทั้งโรงเรียนก็ช็อกตามไปด้วย เผลอๆ ผมว่าป่านนี้พวกครูบาอาจารย์กับผู้บริหารโรงเรียนก็คงช็อกไม่แพ้กัน"
หลิวหมิงมองหลิวอันผิงด้วยสายตาอิจฉา
แต่หลิวอันผิงไม่ชอบสายตาที่จ้องมองมาแบบนี้เลยสักนิด
เขาไม่ชอบการยืนอยู่ใต้แสงไฟสปอตไลต์
ในใจเริ่มนึกเสียใจว่า ตอนสอบทำไมไม่คุมคะแนนให้ดีกว่านี้
แต่น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจ
หลังจากหมดคาบเรียนที่สอง
เข้าสู่คาบเรียนที่สาม
หวงเจี้ยนกั๋วก็เดินเข้ามาในห้องเรียนห้อง 5 โดยมีครูประจำชั้นห้อง 1 เดินตามหลังมาด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากครูทั้งสองเข้ามา ผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนก็ยกขบวนตามเข้ามาในห้อง 5 จนครบทีม
เจิ้งอ้ายกั๋วยิ้มแย้ม มองไปที่หลิวอันผิงที่นั่งอยู่มุมห้อง "นักเรียนหลิวอันผิง"
เสียงเรียกชื่อหลิวอันผิง
ทำให้เขากลายเป็นจุดรวมสายตาของทุกคนอีกครั้ง
เมื่อถูกเรียกชื่อ หลิวอันผิงจำต้องยกก้นออกจากเก้าอี้ ลุกขึ้นยืน
"สวัสดีครับท่านผู้บริหาร และคุณครูทุกท่าน"
เจิ้งอ้ายกั๋วเห็นหลิวอันผิงมีมารยาทรู้จักกาลเทศะ ก็พอใจมาก กวักมือเรียก "มานี่สิ ออกมาข้างหน้าหน่อย"
หลิวอันผิงถอนหายใจเบาๆ ในใจ จำใจต้องเดินออกไปยืนหน้าชั้นเรียน
รอยยิ้มบนใบหน้าของเจิ้งอ้ายกั๋วยังคงไม่จางหาย
สายตาที่เขามองหลิวอันผิง ทำให้หลิวอันผิงรู้สึกแปลกแยกและอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เฮ้อ!
วันหลังอย่าทำตัวเด่นแบบนี้อีกจะดีกว่า
เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง
ฉันไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร
ขืนเด่นมากไป เดี๋ยวคนไม่หวังดีมารู้ความลับของฉันเข้า ชีวิตคงหาความสงบไม่ได้แน่
ณ เวลานี้ หลิวอันผิงตัดสินใจแล้ว
เขาจะต้องทำตัวให้ 'โลว์โปรไฟล์' ยิ่งกว่าเดิม
เป็นแค่คนธรรมดาที่ธรรมดาที่สุด ต่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ต้องรู้จักเก็บเนื้อเก็บตัว
เจิ้งอ้ายกั๋วเอื้อมมือมาตบไหล่หลิวอันผิงเบาๆ แล้วหันไปพูดกับนักเรียนห้อง 5 ว่า "นักเรียนหลิวอันผิงเป็นนักเรียนที่ดีมาก"
นักเรียนห้อง 5 ได้ยินประโยคนี้ก็สตันท์ไปสามวินาที
หลิวอันผิงเนี่ยนะเป็นเด็กดี?
หมอนี่ต่อยตีเก่งจะตาย
พวกครูอาจจะไม่รู้ แต่พวกเรารู้เห็นเต็มสองตา
"ในการสอบคัดเลือกครั้งนี้ ผลการเรียนของนักเรียนหลิวอันผิงอยู่อันดับที่ 8 ด้วยคะแนนที่ดีขนาดนี้ ครูในฐานะครูใหญ่ ทนเห็นเขาเรียนต่อในห้อง 5 ไม่ได้จริงๆ ดังนั้น หลังจากคณะกรรมการโรงเรียนได้พิจารณาแล้ว จึงมีมติให้ย้ายนักเรียนหลิวอันผิงไปเรียนที่ห้อง 1 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเขาจะไม่ใช่นักเรียนของห้อง 5 อีกต่อไป"
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ
เจิ้งอ้ายกั๋วประกาศการตัดสินใจย้ายหลิวอันผิงไปห้อง 1 ต่อหน้าทุกคน
นักเรียนห้อง 5 ตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง
แต่พอตั้งสติได้ ทุกคนก็รู้สึกว่าการตัดสินใจของโรงเรียนสมเหตุสมผล
เพราะนักเรียนที่เรียนเก่ง ก็ควรจะไปอยู่ห้อง 1 ไม่ก็ห้อง 2
การที่หลิวอันผิงทำคะแนนสอบคัดเลือกได้สูงขนาดนี้ ก็สมควรแล้วที่จะได้ย้ายไปอยู่ห้องคิงอย่างห้อง 1
อู๋ฮุย ครูประจำชั้นห้อง 1 ยืนยิ้มหน้าบานด้วยความตื่นเต้น
ฮ่าๆๆ ครั้งนี้แหละ ฉันจะทำให้พวกโรงเรียนมัธยมสองรู้ว่า เด็กโรงเรียนมัธยมหนึ่งก็มีปัญญาสอบติดจิงต้าหรือชิงต้าเหมือนกัน
รอให้สอบเอนทรานซ์จบก่อนเถอะ โรงเรียนเราจะต้องเจิดจรัส จนพวกโรงเรียนมัธยมสองต้องอ้าปากค้างจนกรามค้างไปเลย
และฉัน อู๋ฮุย ก็จะกลายเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวขวัญถึงไปทั้งอำเภอ
เผลอๆ ปีนี้ผลงานเข้าตา อาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นรองหัวหน้าฝ่ายวิชาการก็เป็นได้
ในขณะที่ครูอู๋ฮุยกำลังฝันหวานถึงลาภยศสรรเสริญ
จู่ๆ หลิวอันผิงก็พูดโพลงขึ้นมา
"ผมไม่ไปครับ!"
ประโยคสั้นๆ ว่า 'ผมไม่ไปครับ' ทำเอาทุกคนในห้องอ้าปากค้างจนแทบจะร่วงไปกองกับพื้น
ได้ย้ายไปห้อง 1 แถมครูใหญ่มาประกาศเชิญด้วยตัวเอง
ในฐานะนักเรียน การที่หลิวอันผิงกล้าปฏิเสธคำสั่งย้ายซึ่งหน้าแบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าตกใจจนช็อกโลก
เจิ้งอ้ายกั๋วหน้าเปลี่ยนสีทันที
ผู้บริหารคนอื่นๆ ก็หน้าตึงขึ้นมา
อู๋ฮุยที่กำลังฝันหวาน พอได้ยินคำปฏิเสธของหลิวอันผิง ก็ยืนแข็งทื่อเหมือนถูกสาป
มีเพียงหวงเจี้ยนกั๋วที่ตั้งสติได้เร็วที่สุด เขารีบก้าวออกมาข้างหน้า
แล้วดุหลิวอันผิงทันที "หลิวอันผิง! รีบถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ เธอไม่รู้เหรอว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับเธอขนาดไหน ถึงอยากย้ายเธอไปห้อง 1 ก็เพื่อหวังให้เธอสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ ครูอู๋เขารับปากแล้วว่าถ้าเธอไปอยู่ห้อง 1 เขาจะทุ่มเทติวเข้มให้เธอในช่วงเวลาที่เหลือ เพื่อให้เธอมีโอกาสสอบติดจิงต้าหรือชิงต้าที่ปักกิ่งเลยนะ!"