- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 69 ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเรื่อง
บทที่ 69 ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเรื่อง
บทที่ 69 ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเรื่อง
หลิวอันผิงดึงสติตัวเองกลับมา
ความตึงเครียดในใจมลายหายไปจนสิ้น
แผนการหนีที่เตรียมไว้ กลายเป็นหมันในพริบตา
เขามองจางเจ๋อที่ยืนหน้าซีดเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง แล้วยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
ครั้งนี้ ถือว่าเดิมพันถูกข้าง
นับว่าหวงลี่จวินเป็นสหายที่พึ่งพาได้จริงๆ
ในขณะนั้นเอง
หวงอิ่งที่ย้ายไปอยู่ห้อง 4 แล้ว ได้ยินข่าวว่ามีตำรวจมาที่ห้อง 5 ก็รีบวิ่งหน้าตื่นมาที่หน้าห้อง
พอเห็นตำรวจสองนายยืนอยู่ต่อหน้าหลิวอันผิง หน้าเธอก็ซีดเผือด
แย่แล้ว
ไอ้หน้าด้านจางเจ๋อมันเล่นสกปรกกับอันผิงจริงๆ
ไม่ได้การ ฉันจะปล่อยให้มันทำลายอนาคตอันผิงไม่ได้ ฉันจะยอมให้มันทำร้ายอันผิงไม่ได้เด็ดขาด
หวงอิ่งพุ่งตัวเข้ามาในห้องเรียน ตวัดสายตามองจางเจ๋ออย่างโกรธแค้น แล้วหันไปอ้อนวอนตำรวจทั้งสองนาย "คุณตำรวจคะ พวกคุณจะมาจับหลิวอันผิงเหรอคะ มีหมายจับหรือเปล่า ใครสั่งให้มาจับคะ! หลิวอันผิงไม่ได้ทำอะไรผิด พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาจับเขานะคะ!"
การปรากฏตัวกะทันหันของหวงอิ่ง พร้อมคำถามที่พุ่งเป้าโจมตีอย่างรุนแรง
เล่นเอาตำรวจสองนายถึงกับอึ้ง
เพื่อนร่วมห้องเห็นหวงอิ่งวิ่งเข้ามาปกป้องหลิวอันผิงแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ บางคนก็อดขำออกมาไม่ได้ทั้งที่ยังตกใจอยู่
ก็แหงล่ะ
คุณตำรวจเขาพูดชัดเจนแล้วว่าไม่ได้มาจับ แต่มาเชิญตัวไปช่วยงาน
หวงอิ่งดันวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาโวยวายโดยไม่ดูสถานการณ์ เป็นใครก็ต้องทั้งอึ้งทั้งขำ
ถึงแม้เพื่อนๆ จะสงสัยว่าหลิวอันผิงจะไปช่วยงานตำรวจเรื่องอะไรได้ แต่แค่เหตุการณ์วันนี้ ก็พอจะทำให้พวกเขาอ้าปากค้างกันไปเป็นแถบแล้ว
"นักเรียนหญิงครับ เราไม่ได้มาจับนักเรียนหลิวอันผิง แต่เรามาเชิญเขาไปช่วยงานที่สถานีตำรวจ ขอความกรุณาอย่าเพิ่งโวยวายหรือกล่าวหาเจ้าหน้าที่โดยที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงนะครับ"
ตำรวจตอบกลับหวงอิ่ง
แต่น้ำเสียงแฝงความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย
หวงอิ่งได้ยินคำตอบก็ยืนนิ่งค้างไป
หลิวอันผิงเองก็คาดไม่ถึงว่าหวงอิ่งจะวิ่งเข้ามาปกป้องเขาขนาดนี้
ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวใจ
แต่พอนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หลิวอันผิงก็ลอบถอนหายใจในใจ
ตั้งแต่วินาทีที่เธอด่าฉันว่าเป็นไอ้บ้านนอก ความเป็นเพื่อนของเรามันก็จบลงแล้ว
แต่ฉันก็ยังขอบคุณนะ ที่เธออุตส่าห์วิ่งมาช่วยในเวลาแบบนี้
สายตาของหลิวอันผิงที่มองหวงอิ่งเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา
ตำรวจสองนายมีภารกิจต้องทำ ไม่อยากเสียเวลามาก "นักเรียนหลิวอันผิง พร้อมจะไปหรือยังครับ?"
หลิวอันผิงพยักหน้า
ในขณะที่หวงอิ่งยังยืนงงทำอะไรไม่ถูก หลิวอันผิงก็เดินตามตำรวจออกจากห้องเรียนไป
หวงเจี้ยนกั๋วเห็นว่าเรื่องจบลงแล้ว จึงรีบเดินไปที่หน้าชั้นเรียน
"เอาล่ะ ทุกคนกลับไปทบทวนบทเรียนต่อ ส่วนนักเรียนที่ไม่ใช่เด็กห้อง 5 ขอให้กลับห้องเรียนของตัวเองได้แล้ว อย่ามายืนออกออยู่ที่นี่"
สิ้นเสียงหวงเจี้ยนกั๋ว
นักเรียนห้องอื่นก็รีบสลายตัวกลับห้องใครห้องมัน
เหลือเพียงจางเจ๋อที่ยังยืนเหม่อลอยเหมือนคนไร้วิญญาณ ราวกับไม่ได้ยินเสียงครูแม้แต่น้อย
หวงเจี้ยนกั๋วมองจางเจ๋อที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ใจจริงอยากจะไล่ตะเพิดให้ออกไป แต่พอนึกถึงวีรกรรมที่มันใส่ร้ายหลิวอันผิง เขาก็ส่ายหน้าเอือมระอา แล้วเดินออกจากห้องไป
หวงอิ่งที่เดินกลับมาห้อง 4 นั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะ หัวสมองสับสนวุ่นวาย
จนป่านนี้เธอก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลิวอันผิงเดินตามตำรวจออกมาหน้าโรงเรียน เห็นรถจี๊ปสีเขียวรุ่น 212 จอดรออยู่แต่ไกล
ทันทีที่เห็นรถคันนี้
ภาพความทรงจำในชาติที่แล้วก็ผุดขึ้นมา หลังจากออกจากคุก เขาหนีออกจากบ้านเกิดไปตั้งตัวที่หลิงหนาน (กวางตุ้ง) พอเริ่มมีเงิน รถคันแรกที่เขาซื้อก็คือรถรุ่นนี้นี่แหละ
หลิวอันผิงเดินเข้าไปใกล้รถ ลูบคลำตัวถังรถจี๊ปสีเขียวด้วยความรู้สึกผูกพัน
ตำรวจสองนายเห็นสายตาของหลิวอันผิงก็เข้าใจทันที "เป็นไง นักเรียนหลิวก็ชอบรถเหมือนกันเหรอ?"
"เกิดเป็นลูกผู้ชาย ใครบ้างจะไม่ชอบรถ เว้นแต่จะไม่ใช่ผู้ชาย"
คำตอบทีเล่นทีจริงของหลิวอันผิง ทำเอาตำรวจพยักหน้าเห็นด้วย
ใช่ ลูกผู้ชายตัวจริงต้องคู่กับรถ
"นักเรียนหลิวอันผิง โอกาสดูรถยังมีอีกเยอะ ตอนนี้รีบขึ้นรถไปสถานีตำรวจกันก่อนเถอะ ผู้กำกับกำลังรออยู่"
ตำรวจไม่อยากเสียเวลา รีบเปิดประตูรถให้
หลิวอันผิงไม่พูดพร่ำทำเพลง มุดเข้าไปนั่งในรถทันที
ในขณะเดียวกัน
ที่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลนัก 'หลิวต้ง' ผู้ใหญ่บ้านซานสุ่ย ยืนตะลึงมองภาพตรงหน้า
นั่นมันเจ้าอันผิงไม่ใช่เหรอ?
มันไปก่อเรื่องอะไรมาวะนั่น?
รถจี๊ปขับออกไปแล้ว แต่หลิวต้งยังยืนอึ้งอยู่นานสองนาน ก่อนจะตั้งสติได้แล้วรีบวิ่งไปที่หน้าโรงเรียน
วันนี้หลิวต้งเข้ามาประชุมที่อำเภอ
ญาติคนหนึ่งในคอมมูนเดียวกันฝากของมาให้ลูกสาวที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง หลิวต้งประชุมเสร็จเลยแวะเอาของมาให้
แต่บังเอิญมาเห็นฉากที่หลิวอันผิงถูกตำรวจคุมตัวขึ้นรถไปพอดี
ไม่นานนัก
หลิวต้งก็ได้เจอ 'เสี่ยวเหมย' ลูกสาวของญาติ "เสี่ยวเหมย หนูรู้จักหลิวอันผิงคนบ้านเดียวกับลุงไหม? เขาเรียนอยู่ที่นี่ ห้อง ม.6/5 น่ะ"
เด็กสาวพยักหน้า
"รู้จักค่ะคุณตาหลิว ทำไมเหรอคะ จะไปหาเขาเหรอ?"
หลิวต้งส่ายหน้า แล้วถามถึงเรื่องที่หลิวอันผิงโดนตำรวจจับ
เสี่ยวเหมยไม่ได้อยู่ ม.6 เลยไม่รู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
แต่เธอก็พอได้ยินข่าวลือหนาหูในโรงเรียน จึงเล่าสิ่งที่รู้ให้หลิวต้งฟัง
พอได้ฟังเรื่องราว หลิวต้งก็ร้อง 'แย่แล้ว' ในใจ
ออกจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง หลิวต้งก็รีบกระโดดขึ้นรถไถกลับคอมมูน แล้วตรงดิ่งกลับหมู่บ้านซานสุ่ยทันที
พอถึงหมู่บ้าน เขาก็รีบวิ่งไปบ้านถังเฟิ่งอิง
ยังไม่ทันถึงประตูบ้าน ก็เห็นถังเฟิ่งอิงกับลูกสาวกำลังแบกเสียมจะออกไปทำงาน "เฟิ่งอิง แย่แล้ว! อันผิงโดนตำรวจจับตัวไปแล้ว รีบหาทางช่วยลูกเถอะ ไม่งั้นอันผิงแย่แน่!"
ถังเฟิ่งอิงได้ยินข่าวร้ายเหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ โลกหมุนคว้าง หน้ามืดล้มพับลงไปทันที
โชคดีที่หลิวไฉ่ฟางตาไว รีบเข้าไปรับร่างแม่ไว้ได้ทัน
"แม่!!!"
หลังจากบีบนวดปฐมพยาบาล ถังเฟิ่งอิงก็ค่อยๆ ได้สติ "ผิงเอ๋อ... ผิงเอ๋อลูกแม่..."
ตอนนี้
เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงดังโวยวายของหลิวต้ง ต่างพากันมามุงดู
หลายคนรุมล้อมถังเฟิ่งอิงที่เพิ่งฟื้น บ้างก็บ่นเสียดาย บ้างก็ช่วยปลอบใจถังเฟิ่งอิงและสองพี่น้องที่กำลังร้องไห้
"เฟิ่งอิง รีบเข้าเมืองไปดูสถานการณ์เถอะ เจ้าอันผิงเราเห็นมาแต่ตีนเท่าฝาหอย เป็นเด็กดีจะตาย ตำรวจต้องเข้าใจผิดแน่ๆ"
"ใช่ๆ อันผิงเป็นเด็กดีรู้ความ ไม่มีทางไปทำเรื่องไม่ดีไม่งามหรอก"
เพื่อนบ้านต่างช่วยกันพูดปลอบประโลม
ถังเฟิ่งอิงที่ทำอะไรไม่ถูก พอได้ยินคำแนะนำเพื่อนบ้าน ก็พยายามยันกายลุกขึ้น ตั้งใจจะรีบเข้าตัวอำเภอ
ทันใดนั้น
เสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา "ข้าบอกแล้วไงว่าไอ้ลูกหมานั่นสักวันต้องก่อเรื่อง ดูสิ ผ่านไปไม่กี่วัน คำพูดข้าก็เป็นจริงจนได้"
คนที่มาเยาะเย้ยถากถาง คือ 'หลิวเม่าเหวิน' จากบ้านใหญ่ตระกูลหลิว
ข้างหลังเขายังมีคนจากบ้านใหญ่ตามมาอีกโขยง และหนึ่งในนั้นก็คือ 'หลิวชุนเซิง' พ่อบังเกิดเกล้าของหลิวอันผิงนั่นเอง