- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 61 ทางใครทางมัน
บทที่ 61 ทางใครทางมัน
บทที่ 61 ทางใครทางมัน
ป่าละเมาะที่เคยเงียบสงบ พลันระเบิดเสียงอึกทึกครึกโครมทันทีที่จางเจ๋อเดินจากไป
กลุ่มผู้คลั่งไคล้นิยายกำลังภายในกรูกันเข้ามาหาหลิวอันผิงอย่างบ้าคลั่ง ห้อมล้อมเขาไว้จนมิด
ท่าทางคลั่งไคล้ของพวกเขา ราวกับจะกลืนกินหลิวอันผิงเข้าไปทั้งตัว
หวงอิ่งที่ตั้งใจจะวิ่งเข้าไปหาหลิวอันผิง ถูกฝูงชนผู้คลั่งไคล้เบียดกระเด็นออกมาอยู่วงนอกอย่างช่วยไม่ได้
"จอมยุทธ์หลิว สอนข้าสักกระบวนท่าเถอะ!"
"จอมยุทธ์หลิว ข้าขอคารวะเป็นศิษย์!"
"จอมยุทธ์หลิว ต่อไปนี้ข้าขอเป็นศิษย์เอกของท่าน!"
หลิวอันผิงที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลาง ยืนงงเป็นไก่ตาแตกมองดูเหล่าสาวกผู้คลั่งไคล้ เริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาตงิดๆ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
หลังจากหลิวอันผิงต้องเปลืองน้ำลายไปมหาศาล ในที่สุดเขาก็สลัดหลุดจากวงล้อมของคนพวกนี้มาได้ เขารีบเข็นจักรยานวิ่งหน้าตั้งไปที่ประตูโรงเรียนราวกับหนีตาย
ในที่สุด
หลิวอันผิงก็ออกมาพ้นรั้วโรงเรียน เขาโยนจักรยานทิ้งไว้ข้างทาง แล้วยืนเท้าเอวหอบหายใจแฮกๆ
"เฮ้อ!!! รับมือกับคนพวกนี้ เหนื่อยยิ่งกว่าต่อยตีซะอีก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวัยรุ่นสมัยนี้ทำไมถึงคลั่งไคล้นิยายกำลังภายในกันขนาดนี้ พวกเขาไม่รู้หรือไงว่าในโลกแห่งความเป็นจริง มันไม่มีจอมยุทธ์เหาะเหินเดินอากาศหรอก ต่อให้จะเรียนศิลปะป้องกันตัว ก็ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานทั้งนั้น!"
ขณะยืนก้มตัวหอบหายใจ
หลิวอันผิงหวนนึกถึงชาติที่แล้ว นึกถึงความทรมานที่ได้รับในคุก นึกถึงความขมขื่นที่ต้องกลืนกิน
ถ้าไม่มี 'เหล่าเมา'
หลิวอันผิงก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดชีวิตมาได้หรือเปล่า
พอนึกถึงเหล่าเมา
หลิวอันผิงก็ถอนหายใจยาวด้วยความอาลัย
เขานึกถึงเหล่าเมาในชาติที่แล้ว
ไม่รู้ว่าป่านนี้เหล่าเมาอยู่ที่ไหน
ในชาติก่อน หลิวอันผิงได้เจอเหล่าเมาตอนติดคุกปีที่สอง
ตอนนั้น เขากำลังโดนพวกขาใหญ่ในคุกรุมซ้อม เหล่าเมาผ่านมาเห็นเข้าจึงช่วยดึงเขาขึ้นมาจากขุมนรก
นับแต่นั้นมา เขาก็ได้รับความดูแลจากเหล่าเมา และได้รับการชี้แนะฝึกฝนวิชาการต่อสู้
ชาตินี้ หลิวอันผิงอยากจะตอบแทนบุญคุณเหล่าเมา แต่ติดตรงที่ไม่รู้จะไปตามหาตัวได้ที่ไหน
เขาไม่รู้ว่าเหล่าเมาเป็นคนบ้านเดิมที่ไหน และไม่รู้ว่าเหล่าเมาติดคุกด้วยคดีอะไร เพราะเหล่าเมาไม่เคยปริปากเล่าเรื่องส่วนตัว
หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลิวอันผิงก็ขมวดคิ้วมุ่น
ไม่ว่าจะยังไง อย่างน้อยก็ยังมีเวลาอีกเกือบปี ฉันเชื่อว่าถ้าตั้งใจหา ต้องเจอตัวเหล่าเมาแน่
สำหรับหลิวอันผิง เหล่าเมาเปรียบเสมือนอาจารย์ผู้มีพระคุณ
เพราะเขารู้ดีว่า หากชาติที่แล้วไม่มีเหล่าเมา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตผ่านคืนวันอันโหดร้ายในคุกมาได้
พอหยุดคิดเรื่องเหล่าเมา หลิวอันผิงก็นึกถึงจางเจ๋อขึ้นมา
พอนึกถึงสีหน้าของจางเจ๋อหลังจากโดนซ้อม ที่ดูเหมือนคนกำลังเคี้ยวหนอนในบ่อขี้ หลิวอันผิงก็รู้สึกสะใจลึกๆ
เก็บดอกเบี้ยไปก่อน ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ ฉันจะส่งแกเข้าไปลิ้มรสความขมขื่นในคุก ให้แกรู้ซึ้งว่าการถูกคนอื่นทำลายชีวิตมันเจ็บปวดแค่ไหน!
แม้ความแค้นที่มีต่อจางเจ๋อจะไม่เคยฉายชัดบนใบหน้า แต่หลิวอันผิงจดจำมันไว้ในใจเสมอ
"อันผิง ฉันขอโทษ"
ในขณะที่หลิวอันผิงกำลังสะใจอยู่นั้น เสียงของหวงอิ่งก็ดังขึ้นข้างหู
หลิวอันผิงเงยหน้าขึ้น ฝืนยิ้มออกมา "อ้าว คุณหนูหวงก็พูดคำว่าขอโทษเป็นด้วยเหรอครับ ผมก็นึกว่าคุณหนูหวงผู้สูงส่ง จะเห็นผมที่เป็นแค่เด็กบ้านนอกจนๆ เป็นเพื่อนจริงๆ ที่แท้... คุณหนูหวงก็เหมือนพวกคนตาต่ำพวกนั้น ที่แค่อยากเห็นคนบ้านนอกอย่างพวกเราเป็นตัวตลก"
จะว่าไป
หลิวอันผิงก็ยังมีอารมณ์โกรธเคืองหวงอิ่งอยู่บ้าง
เพราะเรื่องวุ่นวายในวันนี้ ล้วนมีต้นเหตุมาจากเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น
เรื่องที่เขาโดนจางเจ๋อใส่ร้ายจนติดคุกในชาติที่แล้ว ต้นเหตุก็มาจากเธอเช่นกัน
ถึงแม้ว่าการได้กลับมาเกิดใหม่ เขาควรจะใจกว้างปล่อยวาง
และนับตั้งแต่เกิดใหม่ หลิวอันผิงก็ใจกว้างมาตลอด ไม่เคยนึกโทษโกรธเคืองเธอเลย
แต่เหตุการณ์ในวันนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ถ้าเขายังเป็นหลิวอันผิงคนเดิมในชาติที่แล้ว ที่ไม่มีเขี้ยวเล็บอะไร จุดจบของวันนี้คงไม่สวยหรูแบบนี้แน่
สิ่งที่หลิวอันผิงโกรธ คือคำว่า 'ไสหัวไป' คำว่า 'ไอ้บ้านนอก' และคำพูดที่แสดงให้เห็นว่า คุณหนูหวงคนนี้ไม่ได้เห็นเขาเป็นเพื่อนสนิทจริงๆ
ดังนั้น น้ำเสียงของหลิวอันผิงจึงเต็มไปด้วยความน้อยใจและประชดประชัน
"อันผิง ฉันเปล่านะ ฉันไม่เคยดูถูกนาย และไม่เคยดูถูกคนชนบทเลย ฉัน..."
หวงอิ่งพยายามจะอธิบาย น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าด้วยความร้อนรน
แต่ยิ่งรีบอธิบาย ปากก็ยิ่งพันกัน ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด
ได้แต่พร่ำบอกว่าฉันไม่ได้ดูถูกคนชนบท
หลิวอันผิงแค่นหัวเราะเบาๆ "คุณหนูหวง เดิมทีผมคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้ แต่ผ่านเรื่องวันนี้มา ผมถึงได้รู้ตัวว่า ผมหลิวอันผิงอาจเอื้อมเกินไปที่ริจะมาเป็นเพื่อนกับคุณหนูหวง เพราะคุณเป็นถึงลูกสาวเบอร์หนึ่งของอำเภอเหอชวน คนที่จะเป็นเพื่อนกับคุณได้ ก็ต้องเป็นคนมีหน้ามีตา มีฐานะอย่างจางเจ๋อเท่านั้น ส่วนผมหลิวอันผิง ก็แค่ไอ้หนุ่มบ้านนอกจนๆ คนหนึ่ง"
หวงอิ่งตะลึงงัน
เธอไม่คิดเลยว่าหลิวอันผิงจะพูดตัดรอนกันขนาดนี้
น้ำตาที่เอ่อล้น ไหลรินอาบแก้มหยดลงบนหลังเท้า
"อันผิง ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ ที่ผ่านมาเราก็ดีต่อกันมาตลอดไม่ใช่เหรอ!"
หลิวอันผิงถอนหายใจเบาๆ
แล้วส่ายหน้า "คำโบราณเขาว่าไว้ไม่ผิด กาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์ คนเราควรคบเพื่อนที่เสมอภาคกัน ผมหลิวอันผิงมีดีอะไร ถึงจะคู่ควรเป็นเพื่อนกับคุณหนูหวง ในสายตาคนอื่น ผมมันก็แค่หมาที่กระดิกหางขอความเมตตา ถึงจะมีสิทธิ์ได้เป็นเพื่อนกับคุณ"
พูดจบ
หลิวอันผิงก็เดินเลี่ยงหวงอิ่งไป จับจักรยานขึ้นคร่อม แล้วปั่นออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
หวงอิ่งยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน น้ำตาไหลพรากราวกับไข่มุกสายขาด
ทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้
ทำไมต้องใจร้ายกับฉันขนาดนี้
ต้องเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป
ใช่ต้องใช่แน่ๆ
หวงอิ่งหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจที่ดูผิดวิสัยของหลิวอันผิงในวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับเหอเหม่ยจวนเลยแม้แต่น้อย
อีกอย่าง
ต่อให้หลิวอันผิงจะชอบผู้หญิง เขาก็คงไม่เลือกเหอเหม่ยจวน
ไม่ใช่ว่าเหอเหม่ยจวนไม่ดี แต่จากเหตุการณ์สองวันนี้ หลิวอันผิงรู้ตัวดีว่าเขายังไม่พร้อมจะจมปลักกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ
ที่สำคัญไปกว่านั้น
หลิวอันผิงรู้ดีว่า ตอนนี้เขาได้กลายเป็นหนามยอกอกของจางเจ๋อไปแล้ว
ขืนเขายังทำตัวสนิทสนมกับหวงอิ่ง มีหวังเขาต้องโดนจางเจ๋อเล่นงานหนักกว่าเดิมแน่
หลิวอันผิงไม่มีพลังวิเศษ เขาไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าจางเจ๋อจะมาไม้ไหน เขาจึงต้องเลือกทางนี้
ในยุคสมัยนี้ หลิวอันผิงรู้ซึ้งดีว่า ตัวเองไร้ซึ่งอำนาจวาสนา
ถ้าจางเจ๋อใช้เส้นสายของลุงที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานราชการ ต่อให้หลิวอันผิงจะเก่งกล้าสามารถแค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้กับอำนาจรัฐได้
วันนี้ที่เขาทำลงไป ก็แค่สั่งสอนจางเจ๋อ เพื่อหวังว่ามันจะเลิกยุ่งกับเขา
แต่ถ้าเขายังดึงดันจะอยู่ใกล้หวงอิ่ง หลิวอันผิงเชื่อว่า ด้วยสันดานของจางเจ๋อ มันต้องหาทางเล่นงานเขาจนตายกันไปข้าง
หลิวอันผิงไม่กลัวตาย แต่ข้างหลังเขายังมีแม่ มีพี่สาว และน้องสาว
เขาไม่อยากให้โศกนาฏกรรมในชาติก่อนต้องซ้ำรอย
และนี่คือเหตุผลที่แท้จริง ที่ทำให้หลิวอันผิงจงใจพูดจาตัดรอนหวงอิ่ง
หลิวอันผิงปั่นจักรยานกลับที่พักด้วยความหดหู่ พอใกล้ถึงก็เห็นเหอเหม่ยจวนยืนรออยู่ เหมือนกำลังรอเขาอยู่จริงๆ
"หลิวอันผิง ในที่สุดคุณก็กลับมาสักที" ทันทีที่หลิวอันผิงลงจากรถจักรยาน เหอเหม่ยจวนก็เดินปรี่เข้ามาหา
หลิวอันผิงฝืนยิ้ม "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"หลิวอันผิง เมื่อวานคุณรับปากว่าจะช่วยฉันไปคุยกับเจ้าหน้าบากไม่ใช่เหรอคะ?"
เหอเหม่ยจวนถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน