- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 55 ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาบงการได้
บทที่ 55 ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาบงการได้
บทที่ 55 ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาบงการได้
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเหอเหม่ยจวน หลิวอันผิงก็ลิงโลดใจอย่างที่สุด
ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ เขาหมดเปลืองพลังสมองไปไม่รู้เท่าไหร่ เพื่อวางแผนครอบครองบ้านเก่าตระกูลเหอ
เดิมทีนึกว่าจะต้องรอโอกาส
แต่ใครจะไปนึกว่า โอกาสกลับลอยมาอยู่ตรงหน้าในพริบตา
หลิวอันผิงข่มความตื่นเต้นที่เต้นระรัวในอก สูดหายใจเข้าลึกๆ "บ้านเก่าของคุณอยู่ที่ไหน? ถ้าอยู่ในชนบท ราคาสามพันหยวนนี่ถือว่าแพงเกินจริงไปมากนะ"
"อยู่ที่คอมมูนกู่เฟิงค่ะ ขอแค่คุณช่วยพูดกับเจ้าหน้าบากให้ฉัน ให้เขาผ่อนผันเวลาให้ฉันอีกสักเดือน ฉันจะหาเงินสามพันหยวนมาใช้หนี้แทนพี่ชายให้ได้"
เหอเหม่ยจวนถอนหายใจแผ่วเบา
คอมมูนกู่เฟิง
หลิวอันผิงรู้จักคอมมูนนี้ดี อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอเท่าไหร่
หลิวอันผิงสงสัยว่าทำไมเหอเหม่ยจวนถึงมาอยู่กับพ่อที่ตัวอำเภอ แทนที่จะอยู่ที่บ้านเกิดในคอมมูนกู่เฟิง
แต่ก็นั่นแหละ เรื่องส่วนตัวของชาวบ้าน หลิวอันผิงไม่อยากซักไซ้
เหอเหม่ยจวนเห็นหลิวอันผิงเงียบไปนาน ก็เริ่มร้อนใจ "หลิวอันผิง ขอแค่คุณช่วยฉันเรื่องนี้ คุณจะเรียกร้องอะไร ฉันยินดีทำให้ทุกอย่าง"
หลิวอันผิงแอบยิ้มในใจ
เขาแกล้งทำหน้าหื่นกาม ขยับตัวเข้าไปใกล้เหอเหม่ยจวน
เหอเหม่ยจวนเห็นท่าทางหื่นกระหายของหลิวอันผิง ก็ขมวดคิ้ว แววตาฉายแววรังเกียจวูบหนึ่ง
แต่ทว่า... นางไม่ได้ถอยหนี กลับก้าวเท้าเข้ามาหาเขาอีกก้าว
หลิวอันผิงชะงักไปครู่หนึ่ง รีบเบี่ยงตัวหลบ
"ผมช่วยคุณได้ แต่ไม่รับประกันนะว่าจะสำเร็จ เจ้าหน้าบากมันเป็นขาใหญ่ย่านใต้ ผมก็แค่เด็กนักเรียน คำพูดผมอาจไม่มีน้ำหนักพอ"
เหอเหม่ยจวนประหลาดใจ
ทำไมเขาเปลี่ยนอารมณ์เร็วนัก?
เมื่อกี้ยังทำหน้าหื่นใส่ฉันอยู่เลย ไหงตอนนี้กลับเปลี่ยนท่าทีไปซะแล้ว
หรือว่า... ความสวยของฉันไม่มีผลกับเขาเลยเหรอ
เหอเหม่ยจวนเม้มปาก "เมื่อกี้ฉันแอบฟังอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าบากดูจะกลัวคุณมาก ขอแค่คุณช่วยพูดให้ เจ้าหน้าบากต้องยอมแน่ อีกอย่าง ขอเวลาแค่เดือนเดียว ฉันเชื่อว่าเขาต้องไว้หน้าคุณ"
หลิวอันผิงขมวดคิ้ว จ้องหน้าเหอเหม่ยจวน
แม่คนนี้ร้ายไม่เบา
ตัวเองแอบหัวหดอยู่ในบ้าน แต่ดันใช้ให้ฉันไปเป็นหนังหน้าไฟให้
ช่างเถอะ ช่างเถอะ
ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว แล้วฉันก็อยากได้บ้านเก่าตระกูลเหอ งั้นงานนี้ฉันคงต้องช่วยนาง
แต่...
ช่วยก็ส่วนช่วย บ้านเก่าต้องตกเป็นของฉัน
หลิวอันผิงไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ แล้วพยักหน้า
"ตกลง พรุ่งนี้ผมจะลองไปคุยกับเจ้าหน้าบากดู"
ดวงตาของเหอเหม่ยจวนเป็นประกายด้วยความดีใจ
หลังจากกล่าวขอบคุณ นางก็ขอตัวกลับไป
พอเหอเหม่ยจวนกลับไปแล้ว หลิวอันผิงก็กลับเข้าห้อง แต่ไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสืออีกต่อไป
ตอนนี้ ใจเขาจดจ่ออยู่แต่เรื่องบ้านเก่าตระกูลเหอ
ในเมื่อเหอเหม่ยจวนต้องการขายบ้านเก่า งั้นเขาก็สามารถใช้เจ้าหน้าบากเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ได้บ้านหลังนั้นมาครอง
คิดแผนการอยู่พักใหญ่ หลิวอันผิงถึงจะข่มตานอนหลับได้
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลิวอันผิงไม่เห็นหวงอิ่ง เพื่อนร่วมโต๊ะเรียนของเขามาโรงเรียน
พอนึกถึงเรื่องเมื่อวาน หลิวอันผิงก็ทั้งขำทั้งระแวงว่าตัวเองจะคิดมากไปเอง
ยัยตัวเล็กนั่น คงยังโกรธฉันอยู่ เลยพาลไม่ยอมมาเรียน
หลิวอันผิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องหวงอิ่งมากนัก ตลอดทั้งเช้าเขามุ่งมั่นกับการทบทวนวิชาคณิตศาสตร์ จนครูประจำวิชายังต้องมายืนดูข้างๆ ด้วยความสนใจ
แต่พอครูเห็นหลิวอันผิงพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ แม้จะไม่เร็วมาก แต่ครูก็สรุปเอาเองว่า หลิวอันผิงไม่ได้ตั้งใจอ่าน แค่เปิดเล่นฆ่าเวลา
ครูส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
บ่ายวันนั้น
หลิวอันผิงได้เจอหวงอิ่ง
แต่ทว่า...
สิ่งที่เห็นทำเอาหลิวอันผิงถึงกับอึ้ง
เชี่ย...
ยัยตัวเล็กนั่นทำไมไปเดินกับจางเจ๋อได้วะเนี่ย จงใจจะยั่วโมโหฉันชัดๆ
หลิวอันผิงส่ายหน้า หัวเราะเยาะตัวเองในใจ ฉันไม่ใช่แฟนเธอนี่หว่า เธอจะคบใครก็เรื่องของเธอ จะมายั่วโมโหฉันทำไม
หวงอิ่งเดินคุยกระหนุงกระหนิงกับจางเจ๋อเข้ามาในห้องเรียน
แถมตอนเดินเข้ามา หวงอิ่งยังจงใจปรายตามองมาทางหลิวอันผิงแวบหนึ่ง
จางเจ๋อที่เดินขนาบข้าง ยิ่งได้ใจ ยักคิ้วหลิ่วตาให้หลิวอันผิงอย่างท้าทาย
เหมือนจะบอกว่า
หลิวอันผิง เห็นรึยัง ผู้หญิงที่ฉันชอบ สุดท้ายก็ต้องเลือกฉัน
ส่วนแก มันก็แค่ของเล่นฆ่าเวลาของเธอก็เท่านั้น
หลิวอันผิงแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ไม่สะทกสะท้านกับละครฉากนี้
ในสายตาของหลิวอันผิง พฤติกรรมของหวงอิ่งก็เหมือนเด็กสามขวบที่ร้องไห้ประชดพ่อแม่เพราะไม่ได้กินลูกอม
เพื่อนร่วมชั้นเห็นเหตุการณ์ ต่างก็ส่งสายตาเวทนามาให้หลิวอันผิง
ทุกคนรู้ดีว่าหวงอิ่งกับหลิวอันผิงสนิทสนมกันมาก
ส่วนจางเจ๋อนั้น หวงอิ่งแทบไม่เคยชายตามอง
แต่วันนี้ หวงอิ่งกลับหัวร่อต่อกระซิกกับจางเจ๋อราวกับคู่รัก ทำให้ทุกคนฟันธงว่า หวงอิ่งสลัดรักหลิวอันผิงทิ้งแล้ว
หลิวอันผิงทำหน้าทองไม่รู้ร้อน หยิบหนังสือเรียนขึ้นมาทบทวน
ท่าทีไม่ยี่หระของหลิวอันผิง ยิ่งทำให้หวงอิ่งที่เดินมาถึงโต๊ะเรียนโกรธจัด ก่อนนั่งลงเธอกระแทกตัวลงเก้าอี้ พร้อมส่งเสียงฮึดฮัดใส่หลิวอันผิงดังลั่น
มิหนำซ้ำ เธอยังผลักหนังสือของหลิวอันผิงไปกองอีกฝั่ง แล้วหยิบปากกามาขีดเส้นแบ่งเขตแดนกลางโต๊ะเรียน
หลิวอันผิงลอบขำในใจ มองดูเส้นแบ่งเขตแดน 'เส้นที่ 38' บนโต๊ะ แล้วส่ายหน้าเบาๆ
ยัยตัวเล็ก ทำแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา!
ไปเดินกับจางเจ๋อก็เรื่องหนึ่ง แต่มาขีดเส้นแบ่งโต๊ะแบบนี้ มันน่ารำคาญนะรู้ไหม
แต่ฉันหลิวอันผิง ไม่ใช่คนที่เธอจะมาบงการได้ง่ายๆ หรอกนะ
หลิวอันผิงมองเส้นแบ่งเขตแดนนั้น แล้วตัดสินใจเก็บข้าวของทั้งหมด เดินย้ายไปนั่งโต๊ะหลังห้องที่ว่างอยู่
การกระทำนี้ทำเอาหวงอิ่งงงเป็นไก่ตาแตก
เธอมองหลิวอันผิงที่ขนของย้ายหนี ก่อนไปหลิวอันผิงยังชี้ที่เส้นแบ่งเขตแดน แล้วพูดทิ้งท้าย "จริงๆ ไม่ต้องขีดเส้นหรอก แค่บอกคำเดียว ฉันก็ย้ายให้แล้ว"
หวงอิ่งนั่งมองหลิวอันผิงเดินไปหลังห้องตาละห้อย น้ำตาเอ่อคลอเบ้าทันที
เธอไม่นึกเลยว่า แค่ขีดเส้นแบ่งเขตแดน จะทำให้หลิวอันผิงย้ายหนีไปจริงๆ
วินาทีนี้
เธอยิ่งปักใจเชื่อว่าหลิวอันผิงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงสวยคนนั้น
พอนึกถึงผู้หญิงสวยคนเมื่อวาน นึกถึงหุ่นอวบอัดเย้ายวน แล้วย้อนนึกถึงตอนที่เธอนั่งซ้อนท้ายจักรยานหลิวอันผิง นึกถึงตอนที่เขาต่อสู้กับหมูป่าเพื่อปกป้องเธอ น้ำตาแห่งความน้อยใจก็ไหลพรากอาบแก้ม
จางเจ๋อที่นั่งอยู่ไม่ไกล เห็นหวงอิ่งร้องไห้ ก็ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ พุ่งเข้าไปหาหลิวอันผิง
"หลิวอันผิง! แกยังเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหมวะ! หวงอิ่งแค่ขีดเส้นแบ่งโต๊ะ แกถึงกับต้องฉีกหน้าเธอต่อหน้าเพื่อนทั้งห้องแบบนี้เลยเหรอ! ฉันขอสั่งให้แกไปขอโทษหวงอิ่งเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะซ้อมแกให้ฟันร่วงหมดปาก!"
หลิวอันผิงมองจางเจ๋อที่ตัวสูงกว่าเขาครึ่งศีรษะ ที่กล้าพุ่งเข้ามาหาเรื่องเพียงเพราะเห็นหวงอิ่งร้องไห้
ทันใดนั้น หลิวอันผิงก็ยิ้มมุมปาก
นักเรียนทั้งห้องต่างหันมามองเป็นตาเดียว รอชมเรื่องสนุก