- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 34 เอาคืน
บทที่ 34 เอาคืน
บทที่ 34 เอาคืน
เกิดเรื่อง?
เกิดเรื่องอะไร?
สมองของหลิวอันผิงแทบระเบิดในทันที
แย่แล้ว หรือว่าเกิดเรื่องร้ายกับแม่และน้องเล็กบนเขา?
หลิวอันผิงจำได้ว่า ตอนที่เขากับพี่สาวขี่จักรยานขนเห็ดเข้าเมือง แม่บอกว่าจะพาน้องเล็กไปเก็บเห็ดบนเขากับพวกชาวบ้าน
พอนึกถึงเรื่องที่เขาเพิ่งฆ่าหมูป่าไปเมื่อสองวันก่อน
หลิวอันผิงทิ้งรถจักรยานโครม "แม่ฉันเกิดเรื่องที่เขาลูกไหน รีบบอกมาเร็วเข้า!"
หลิวอันผิงร้อนรนจนแทบบ้า
เด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่บ้านหลิวอันผิง
"อันผิง นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้บอกว่าแม่นายเกิดเรื่องบนเขา แต่ปู่นายกับพวกบ้านใหญ่มาหาเรื่องที่บ้านต่างหาก เมื่อกี้ฉันยังได้ยินเสียงแม่นายร้องไห้อยู่เลย"
หลิวอันผิงถอนหายใจเฮือกใหญ่
โล่งอกไปที ไม่ได้เกิดเรื่องบนเขา แต่เป็นพวกบ้านใหญ่มาหาเรื่อง
สีหน้าของหลิวอันผิงเปลี่ยนไปทันที เขาไม่สนจักรยานที่ทิ้งไว้หน้าประตู เดินดุ่มๆ ไปที่ประตูรั้ว แล้วออกแรงผลัก
อ้าว?
ล็อกจากข้างใน?
หลิวอันผิงขมวดคิ้ว "แม่! เปิดประตู ผมกลับมาแล้ว!"
เสียงตะโกนของหลิวอันผิง ดังเข้าไปถึงคนข้างใน
เจ้าเยว่เอ๋อที่ยืนประจันหน้ากับถังเฟิ่งอิง พอได้ยินเสียงหลิวอันผิงก็สะดุ้งโหยงเหมือนแมวโดนเหยียบหาง รีบส่งสายตาเลิ่กลั่กให้หลิวเม่าเหวิน
"จะลนลานไปทำไม ก็แค่ไอ้หลานเวรนั่นกลับมา มีอะไรต้องกลัว ต่อให้มันอยู่ที่นี่ วันนี้ข้าก็เป็นใหญ่ในบ้านนี้!" หลิวเม่าเหวินเห็นเจ้าเยว่เอ๋อออกอาการกลัว ก็ตวาดเสียงแข็ง
ถังเฟิ่งอิงได้ยินเสียงลูกชาย
วินาทีนั้น
ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาก็ระเบิดออกมา "อันผิง! อันผิงลูกแม่!"
เสียงร้องไห้ของแม่ ยิ่งทำให้หลิวอันผิงที่อยู่หน้าประตูร้อนรน
แต่ทว่า
หลิวอันผิงรอเกือบนาที ประตูก็ยังไม่เปิด แถมยังได้ยินเสียงแม่ร้องไห้สลับกับเสียงด่าทอ
ไฟโทสะในอกหลิวอันผิงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ในลานบ้าน ถังเฟิ่งอิงร้องไห้พยายามจะไปเปิดประตู แต่กลับถูกหลิวเม่าเหวินตวาดห้าม
มิหนำซ้ำ
หลิวเม่าเหวินยังลงมือกับถังเฟิ่งอิง ยื้อแย่งเอาเงินร้อยกว่าหยวนออกจากกระเป๋าเธอไปหน้าตาเฉย "เอ็งเป็นสะใภ้ตระกูลหลิว บ้านนี้ข้าต้องเป็นคนจัดการ อย่าคิดว่าไอ้หลานเวรนั่นกลับมาแล้ว เอ็งจะทำกำเริบเสิบสานได้นะ"
หลิวเม่าเหวินได้เงินไป ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
แต่ในจังหวะนั้นเอง
เสียง ปัง สนั่นหวั่นไหว ประตูรั้วถูกพังเข้ามา ทำเอาคนในลานบ้านสะดุ้งสุดตัว
ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างของหลิวอันผิงก็มายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
หลิวอันผิงร้อนใจจนทนไม่ไหว ยิ่งได้ยินเสียงแม่ร้องไห้ กลัวแม่จะโดนรังแก เขาไม่สนแล้วว่าประตูจะล็อกหรือไม่ล็อก ใช้แรงกระแทกพังเข้ามาดื้อๆ
พอเข้ามาในลานบ้าน เห็นคนบ้านใหญ่อยู่กันครบ แม้แต่พ่อที่เพิ่งแยกบ้านไปก็ยืนหัวโด่ ส่วนแม่ยืนเช็ดน้ำตาป้อยๆ พ่อบังเกิดเกล้ากลับยืนมองดูดายเหมือนคนดูละคร
วินาทีนี้
หลิวอันผิงผิดหวังในตัวพ่อคนนี้จนถึงที่สุด
พอมองดูดีๆ
หลิวอันผิงรีบเดินเข้าไปหาแม่ เอื้อมมือไปแตะใบหน้าน้องเล็กที่บวมแดง คิ้วขมวดมุ่น หันขวับไปจ้องหน้าคนบ้านใหญ่ด้วยสายตาเย็นเยียบ ตวาดเสียงดัง "ใครทำ!"
หลิวเม่าเหวินที่ได้เงินไปแล้ว รีบถอยกรูด
เจ้าเยว่เอ๋อยิ่งถอยไปหลบหลังสามี ไม่กล้าสบตาหลิวอันผิง
"ข้าทำเองแล้วจะทำไม ก็แค่นังตัวล้างผลาญ กล้ามาต่อปากต่อคำกับข้า" หลิวเม่าเหวินรับสมอ้างหน้าตาเฉย
หลิวอันผิงขบกรามแน่น
หลิวไฉ่ฟางที่ตามเข้ามาทีหลัง เห็นรอยฝ่ามือแดงเถือกบนหน้าน้องสาว น้ำตาก็ร่วงเผาะ
ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมา
ตอนที่ยังอาศัยอยู่บ้านใหญ่ สองพี่น้องมักจะโดนหลิวเม่าเหวินทุบตีอยู่เป็นประจำ
บางทีหลิวเม่าเหวินถึงขั้นใช้ไม้ไล่ตี
แน่นอน หลิวอันผิงเองก็ไม่รอด
ชาวบ้านที่มาขายเห็ด พอเห็นหลิวอันผิงพังประตูเข้าไป ก็กรูตามเข้ามาดูความสนุก
พอเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ได้แต่ยืนดูเงียบๆ
เพราะไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบาง
แต่พอได้ยินคำพูดของหลิวเม่าเหวิน หลายคนก็นึกย้อนไปถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อน ที่สามพี่น้องโดนปู่ทารุณกรรม
สีหน้าของหลิวอันผิงเย็นชาถึงขีดสุด
เขากำหมัดแน่น เดินตรงดิ่งเข้าไปหาหลิวเม่าเหวิน
ชาวบ้านบางคนเห็นท่าไม่ดี รีบตะโกนห้าม "อันผิง นั่นปู่แกนะ อย่าลงไม้ลงมือเชียว"
หลิวไฉ่เสียกุมแก้มที่บวมแดง น้ำตาไหลพราก แต่พอเห็นพี่ชายจะไปเอาเรื่องปู่ เธอก็โพล่งขึ้นมา
"พี่รอง ปู่ไม่ได้ทำ อาสะใภ้รองเป็นคนตีหนู"
หลิวอันผิงหันกลับมามองน้องสาว ในใจรู้สึกโล่งอก
ดูเหมือนว่า การมีฉันอยู่ข้างๆ ทำให้น้องเล็กเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมอีกแล้ว
ในเมื่อน้องเริ่มเปลี่ยน ฉันต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดันเธอ ให้เธอเข้มแข็งขึ้น
จะได้ให้แม่กับพี่ใหญ่เห็นเป็นตัวอย่างด้วย
วันหน้าถ้าเจอเรื่องไม่เป็นธรรม หรือโดนรังแก ต้องลุกขึ้นสู้ ต้องเอาคืนให้สาสม
เจ้าเยว่เอ๋อตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของหลิวไฉ่เสีย
เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านใหญ่ นางตบตีหลิวไฉ่เสียเป็นว่าเล่น แต่เด็กคนนี้ทำได้แค่ร้องไห้ ไม่เคยกล้าปริปาก
แต่วันนี้ หลิวไฉ่เสียกล้าชี้หน้าฟ้องว่านางเป็นคนทำ เจ้าเยว่เอ๋อเริ่มกลัวลนลาน "ฉะ...ฉันเป็นอาสะใภ้ สั่งสอนหลานมันผิดตรงไหน เป็นเด็กเป็นเล็กกล้าเถียงผู้ใหญ่ ก็สมควรโดนตบ"
คำแก้ตัวของเจ้าเยว่เอ๋อ ทำให้หลิวอันผิงแสยะยิ้ม
หลิวอันผิงเดินกลับมา ดึงมือน้องสาว แล้วชี้ไปที่เจ้าเยว่เอ๋อ
"น้องเล็ก ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร น้องโตแล้ว วันข้างหน้าต้องแต่งงานมีลูกมีเต้า ถ้ามัวแต่ยอมให้คนอื่นรังแก แล้วลูกเต้าจะพึ่งใคร น้องอยากเห็นลูกตัวเองโดนคนอื่นรังแก โดยที่แม่ทำได้แค่นั่งร้องไห้งั้นเหรอ!"
คำพูดของหลิวอันผิง กระแทกใจถังเฟิ่งอิงและหลิวไฉ่ฟางอย่างจัง
หลิวไฉ่เสียมองพี่ชายด้วยความหวาดกลัว
เธอไม่กล้า และเธอก็กลัว
หลิวอันผิงรู้ว่าแค่คำพูดคงไม่พอจะปลุกความกล้าให้น้องสาว "น้องเล็ก แล้วก็แม่กับพี่ใหญ่ จำคำผมไว้ให้ดี เวลาไม่ได้รับความเป็นธรรม มีแต่ต้องสู้กลับ คนชั่วถึงจะหยุดชั่ว แต่ถ้ายิ่งยอม ยิ่งถอย พวกมันก็จะยิ่งได้ใจ อีกอย่าง คนเรามีหนึ่งหัวสองไหล่เท่ากัน ไม่มีใครมีเก้าชีวิตหรอก"
พูดจบ
หลิวอันผิงหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมา ยัดใส่มือน้องสาว
"น้องเล็ก ใครตีน้อง น้องก็ไปตีมันคืน ไม่ต้องกลัว มีพี่อยู่ทั้งคน"
การกระทำของหลิวอันผิง ทำเอาหลิวเม่าเหวินโกรธจนหนวดกระดิก "ไอ้หลานเวร วันนี้ถ้าแกกล้าให้มันตีอาสะใภ้ ข้าจะตีขาแกให้หัก"
"ถ้าวันนี้มึงกล้าแตะเมียกู กูเอามึงตายแน่!" หลิวเซี่ยเซิงกัดฟันกรอด จ้องหลิวอันผิงตาขวาง
หลิวอันผิงแค่นเสียงเยาะเย้ย หันไปมองน้องสาว "ไปเลย ใครทำน้อง น้องก็เอาคืนมันซะ ไม่ต้องกลัว พี่รับผิดชอบเอง"
ประโยคที่ว่า 'มีพี่อยู่ทั้งคน' เหมือนเติมพลังความกล้าลงในมือของหลิวไฉ่เสียที่กำไม้แน่น