เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 อันธพาล

บทที่ 5 อันธพาล

บทที่ 5 อันธพาล


เที่ยงวันต่อมา หลังเลิกเรียน

หลิวอันผิงสะพายกระเป๋าหนังสือสีเขียวขี้ม้า มือหิ้วถุงกระสอบใส่เสื้อผ้า เดินมาที่ห้องพักครูของหวงเจี้ยนกั๋ว

"อาจารย์หวง เรียกพบผมเหรอครับ?"

โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนเพื่อให้กลับไปช่วยทำนาช่วงเทศกาลเช็งเม้ง

พรุ่งนี้ก็เป็นวันเช็งเม้งแล้ว หลิวอันผิงต้องรีบกลับบ้านไปช่วยงาน

"อันผิง เงินพวกนี้ ครูว่าคืนจางเจ๋อไปเถอะ ถึงยังไงพวกเธอก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ต่อให้จางเจ๋อเข้าใจผิด แต่เงินสองร้อยกว่าหยวนนี่มันไม่น้อยเลยนะ"

ทันทีที่เห็นหลิวอันผิงมาถึง หวงเจี้ยนกั๋วก็เอ่ยปากบอกให้เขาคืนเงินที่จางเจ๋อพนันแพ้เมื่อวานกลับไป

หลิวอันผิงฟังแล้วก็ยิ้มบางๆ

เขารู้ดีว่าครูประจำชั้นหวงเจี้ยนกั๋วหวังดีต่อตัวเขา

เพราะเบื้องหลังจางเจ๋อมีลุงที่เป็นถึงรองผู้กำกับการสถานีตำรวจ หวงเจี้ยนกั๋วคงกลัวว่าถ้าหลิวอันผิงไปงัดข้อกับจางเจ๋อจนถึงที่สุด ตัวเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

แต่หลิวอันผิงกลับทำหน้าไม่ยี่หระ

"อาจารย์หวงครับ ผมต้องรีบกลับบ้านแล้ว เรื่องเงินอาจารย์ไม่ต้องกังวลหรอกครับ"

พูดจบ หลิวอันผิงก็คว้าเงินจากมือหวงเจี้ยนกั๋ว แล้วหันหลังเดินจากไป

หวงเจี้ยนกั๋วนั่งนิ่งอึ้งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มองแผ่นหลังของหลิวอันผิงที่หายลับไปจากประตูห้องพักครู แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

พอได้เงินมา หลิวอันผิงก็ดีใจจนเนื้อเต้น

เงินสองร้อยกว่าหยวนสำหรับหลิวอันผิงในตอนนี้ ถือเป็นจำนวนมหาศาลดั่งตัวเลขทางดาราศาสตร์

ในปี 1983 เงินเดือนคนงานทั่วไปอยู่ที่ประมาณสี่สิบห้าหยวน เงินสองร้อยกว่าหยวนจึงเท่ากับเงินเดือนคนงานถึงห้าเดือนรวมกัน

"หลิวอันผิง มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอ เห็นยิ้มจนแก้มปริเชียว"

ในขณะที่กำลังดีใจ หวงอิ่งก็สะพายกระเป๋าหนังสือเดินเข้ามาทัก

หลิวอันผิงรีบหุบยิ้ม "ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าจะได้กลับบ้านแล้ว อารมณ์มันก็เลยดีน่ะ"

พวกหวงอิ่งเป็นนักเรียนไปกลับ จะกลับบ้านเมื่อไหร่ก็ได้

แต่หลิวอันผิงกลับบ้านได้แค่เดือนละครั้ง หรือบางทีก็สองเดือนครั้ง

ไม่ใช่เพราะบ้านอยู่ไกลเกินไป แต่เพราะบ้านจน จึงต้องประหยัดค่ารถ

ค่ารถไปกลับเที่ยวหนึ่ง ก็เท่ากับค่าอาหารของหลิวอันผิงถึงสองวัน

หวงอิ่งไม่ได้ซักไซ้ต่อ

"หลิวอันผิง เรานัดกันแล้วนะ มะรืนนี้พวกเราจะไปบ้านนาย ถึงตอนนั้นนายต้องมารับ 'พวกเรา' ที่คอมมูนด้วยนะ"

หวงอิ่งเน้นคำว่า 'พวกเรา' หนักแน่น

เหมือนกลัวเพื่อนที่เดินผ่านไปมาจะเข้าใจผิด

หลิวอันผิงหัวเราะ หึหึ "วางใจได้เลย สายๆ ของวันมะรืน ฉันจะไปรอรับพวกเธอที่คอมมูนแน่ รับรองว่าจะพาไปสัมผัสวิถีชีวิตอันงดงามของชนบทให้เต็มอิ่ม"

หวงอิ่งพยักหน้ายิ้มๆ แล้วเดินจากไป

หลิวอันผิงมองผมทรงหางม้าที่แกว่งไกวไปมาของเธอ แล้วหันไปดูทรงผมของนักเรียนหญิงคนอื่นๆ ก็รู้สึกว่าความคิดของหวงอิ่งดูจะทันสมัยกว่าคนอื่นอยู่มาก

นักเรียนหญิงคนอื่นส่วนใหญ่มักจะถักเปียคู่ แต่หวงอิ่งกลับรวบผมเป็นหางม้า

หลิวอันผิงส่ายหน้าไล่ความคิดไร้สาระทิ้งไป แล้วหิ้วของเดินออกจากประตูโรงเรียน

พอพ้นประตูมาได้ไม่ไกล

เขาก็เห็นกลุ่มของจางเจ๋อยืนรอใครบางคนอยู่ใต้ต้นสำโรง

หลิวอันผิงแสยะยิ้มมุมปาก

เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าพวกจางเจ๋อกำลังดักรอเขาอยู่

วางแผนใส่ร้ายไม่สำเร็จ แถมยังต้องเสียเงินไปอีกสองร้อยกว่าหยวน เป็นใครก็คงกลืนความแค้นนี้ไม่ลง

"หลิวอันผิง!" หลี่เจี้ยนจวินเห็นหลิวอันผิงเดินออกมาก็ตะโกนเรียกเสียงดัง

หลิวอันผิงปรายตามองโดยไม่สนใจจะหยุด เดินเลี้ยวไปอีกทางทันที

คุยกับคนพรรค์นี้เสียเวลาเปล่า

หลี่เจี้ยนจวินเห็นเสียงตะโกนไร้ผล ก็หันไปฟ้องจางเจ๋อด้วยความโมโห "จางเจ๋อ หลิวอันผิงมันไม่เห็นหัวพวกเราเลยนะ ให้คนไปจัดการมันสักหน่อยไหม"

"จางเจ๋อ หลี่เจี้ยนจวินเคยบอกว่ารู้จักกับ 'พี่เตา' ที่อยู่ทางใต้เมือง ให้หลี่เจี้ยนจวินไปบอกพวกนั้นดีไหม ว่าหลิวอันผิงพกเงินติดตัวอยู่สองร้อยกว่าหยวน"

มีคนเสนอความคิดให้จางเจ๋อ

จางเจ๋อพิงลำต้นสำโรง หรี่ตามองแผ่นหลังของหลิวอันผิงที่เดินไกลออกไปอย่างเคียดแค้น กัดฟันพูดว่า

"เงินของฉัน ไม่ใช่ใครจะเอาไปง่ายๆ ต่อให้ฉันต้องยกให้พวกนักเลง หลิวอันผิงก็อย่าหวังจะได้ใช้แม้แต่แดงเดียว"

พวกหลี่เจี้ยนจวินเข้าใจความหมายของจางเจ๋อทันที พวกเขามองหน้ากัน แล้วรีบพาจางเจ๋อมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมือง

หลิวอันผิงซื้อของกินง่ายๆ เดินกินไปพลางเดินไปตามถนนลูกรังทางทิศเหนือของเมือง

ในใจครุ่นคิดว่าจะเร่งอ่านหนังสือตามเก็บความรู้ที่ขาดหายไปอย่างไรดี

การสอบคัดเลือกใกล้เข้ามาแล้ว หลิวอันผิงต้องผ่านการสอบคัดเลือกให้ได้ภายในสองเดือนนี้ มีเพียงหนทางนี้เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์คว้าใบผ่านทางเข้าสู่สนามสอบเกาเข่า

เหลือเวลาอีกสามเดือนกว่าจะถึงวันสอบเกาเข่า และอีกสองเดือนจะมีการสอบคัดเลือก

ฉันต้องสอบติดสองร้อยอันดับแรกให้ได้ ถึงจะมีสิทธิ์ลุ้น

ความรู้ ม.ต้น ก็ต้องทบทวน ของ ม.ปลาย เหลือแค่วิชาคณิตศาสตร์ที่ยังไม่ได้เริ่มทบทวน ฉันเชื่อว่าด้วยความสามารถอ่านแล้วจำแม่น น่าจะดึงเกรดขึ้นมาได้ทันเวลา

หลิวอันผิงคิดไปยิ้มไป

บนถนนลูกรัง

พวกนักเลงท่าทางกวนโอ๊ยปั่นจักรยาน 'เอ้อร์ปา' ไล่ตามมาทางทิศเหนือ

หลี่เจี้ยนจวินเห็นเงาหลังของหลิวอันผิงแต่ไกล ก็เบรกรถชี้มือบอกพวกนักเลง "คนนั้นแหละ มันมีเงินสองร้อยกว่าหยวนในกระเป๋า เมื่อเที่ยงพวกเราเห็นกันหมด"

"ไอ้น้อง มึงแน่ใจนะว่าพูดจริง" ชายที่มีแผลเป็นตรงหางตาจ้องหลี่เจี้ยนจวินเขม็ง

หลี่เจี้ยนจวินพยักหน้ารัวๆ "พี่เตา ผมจะกล้าหลอกพี่ได้ไง เงินสองร้อยกว่านั่นเพื่อนผมก็เพิ่งเสียพนันให้มันไป"

'พี่เตา' หรือพี่หน้าบากมองไปทางหลิวอันผิงด้วยแววตาลิงโลด โบกมือให้ลูกน้องอีกสามคน

ทันใดนั้น

ทั้งสี่คนก็ปั่นจักรยานพุ่งตรงไปหาหลิวอันผิง

ถนนเส้นนี้เปลี่ยวคน แถมยังเป็นเส้นทางไปยังโรงงานปูนซีเมนต์ประจำอำเภอ ซึ่งหลิวอันผิงต้องมารอขึ้นรถไถของคอมมูนกลับบ้าน

หลิวอันผิงกินของว่างหมดพอดี เขาปัดมือทำความสะอาด แล้วเงยหน้ามองไปยังลานขนปูนซีเมนต์ที่อยู่ไกลออกไป

จู่ๆ เสียงเบรกจักรยานก็ดังขึ้น

"ไอ้น้อง พวกพี่ไม่มีตังค์กินข้าว แบ่งให้พวกพี่สักหน่อยได้ไหม แก้หิว"

พวกพี่เตากับลูกน้องจอดรถขวางหน้าหลิวอันผิง ทำหน้าตาประมาณว่า 'มึงเสร็จกูแน่' จ้องมองหลิวอันผิง

หลิวอันผิงเห็นท่าทีสี่คนนี้ก็รู้ทันที

เพิ่งออกมาจากโรงเรียนไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็โดนดัก

ชัดเจนว่าเป็นฝีมือพวกจางเจ๋อ

จางเจ๋อนะจางเจ๋อ ฉันประเมินนายสูงไปจริงๆ

นึกว่าเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ที่ไหนได้ กลับใช้วิธีสกปรกต่ำช้าแบบนี้จัดการฉัน

หลิวอันผิงมองหน้าอันธพาลทั้งสี่ที่ยืนขวางทาง แล้วยิ้มออกมาบางๆ

"ถ้าผมไม่ให้ พวกพี่กะจะปล้นกันเลยใช่ไหม!"

จบบทที่ บทที่ 5 อันธพาล

คัดลอกลิงก์แล้ว