- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 3 นี่คือดัชนีทองคำงั้นเหรอ
บทที่ 3 นี่คือดัชนีทองคำงั้นเหรอ
บทที่ 3 นี่คือดัชนีทองคำงั้นเหรอ
ภายในหอพัก
หลิวอันผิงนั่งเอนหลังพิงโครงเตียงไม้
เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป หลิวอันผิงก็ต้องลอบปาดเหงื่อเย็นๆ ให้ตัวเอง
ในชาติที่แล้ว เขาถูกตำรวจจับไปโดยที่ยังไม่ทันได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยด้วยซ้ำ
ทว่าในชาตินี้ แม้จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสรอดตัวมาได้ แต่คนอย่างจางเจ๋อไม่มีทางยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่ หมอนั่นต้องหาวิธีอื่นมาเล่นงานเขาอีกแน่ๆ
ทางแก้ปัญหาเรื่องจางเจ๋อ มีแค่สองทาง คือไม่กำจัดมันให้สิ้นซาก ก็ต้องหนีไปให้ไกลที่สุด
หลิวอันผิงเรียบเรียงเรื่องราวจากชาติก่อน ผนวกกับสถานการณ์คร่าวๆ ในชาตินี้
ฉับพลัน หัวใจของหลิวอันผิงก็เยียบเย็นลง
หลิวอันผิงรู้สถานะของตัวเองในตอนนี้ดีที่สุด
เขาเป็นแค่คนธรรมดา แถมยังเป็นเด็กบ้านนอกที่ไม่มีแบ็กอัพหนุนหลัง
การจะไปงัดข้อกับจางเจ๋อที่มีทั้งเงินและอิทธิพล หลิวอันผิงยอมรับว่าไม่มีความมั่นใจเลย
ทันใดนั้น...
หลิวอันผิงก็นึกถึงฉากตอนที่เขาเพิ่งฟื้นขึ้นมา
เอ๊ะ ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง
นิยายในชาติที่แล้วบอกไว้ว่า คนที่เกิดใหม่หรือทะลุมิติมา มักจะมี 'ดัชนีทองคำ' (สูตรโกง) ติดตัวมาด้วย ฉันเองก็น่าจะมีของดีติดตัวมาเหมือนกัน
ตอนที่ตื่นมาเมื่อกี้ จังหวะที่ครูใหญ่สะบัดเงินต้าถวนเจี๋ย ภาพทุกอย่างมันช้าลงไปหมด แม้แต่เสียงก็ยังยานคางเหมือนแผ่นสะดุด หรือว่าสวรรค์จะเมตตา มอบ 'ระบบ' สุดเทพมาให้ฉันกันนะ
"ระบบ?"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลิวอันผิงก็ลองส่งเสียงเรียกเบาๆ ในหอพัก
ดูเหมือนระบบจะไม่อยากเสวนากับเขาเท่าไหร่
หลิวอันผิงกลืนน้ำลายลงคอ กำหมัดแน่น
"ท่านปู่ระบบ ออกมาเถอะน่า"
น้ำเสียงของหลิวอันผิงแฝงไปด้วยความร้อนรน
แต่ระบบก็ยังคงเงียบกริบ
หลิวอันผิงที่แบกความหวังไว้เต็มอก ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ไอ้ที่ว่าเกิดใหม่แล้วมีระบบมีสูตรโกง แม่งหลอกลวงทั้งเพ หลอกลวงประชาชนชัดๆ
พวกนักเขียนไส้แห้งพวกนั้น ดีแต่หลอกคนอ่าน
ขอแช่งให้พวกแกเข้าส้วมแล้วไม่มีกระดาษเช็ดตูด กินปิ้งย่างก็เจอแต่พริกไม่มีเกลือ ขับรถออกจากบ้านก็น้ำมันรั่ว!
หลิวอันผิงนั่งอยู่บนเตียง ปากก็บ่นพึมพำสาปแช่งนักเขียนในชาติที่แล้วไปเรื่อยเปื่อย
จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้องพัก หลิวอันผิงถึงได้หุบปาก
ช่างเถอะ ไม่มีระบบก็ใช่ว่าจะใช้ชีวิตไม่ได้เสียหน่อย อย่างมากถ้าไอ้จางเจ๋อมันมาหาเรื่องอีก ฉันค่อยหาโอกาสจัดการมันทีหลัง
หลิวอันผิงบ่นในใจ
แต่ลึกๆ เขาก็ยังดีใจอยู่บ้าง ส่วนเรื่องจัดการจางเจ๋อ คงต้องรอจังหวะและโอกาส
อุตส่าห์ได้เกิดใหม่ ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ความมั่งคั่งร่ำรวยรออยู่ข้างหน้าถมเถ หลิวอันผิงไม่ต้องการเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับศัตรูแค่คนเดียว เว้นเสียแต่ว่าเขาจะโง่จริงๆ
กริ๊งงงง~~
เสียงออดเตือนเข้าเรียนภาคบ่ายดังขึ้น
หลิวอันผิงลุกขึ้น เดินออกจากหอพักมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อมาถึงหน้าห้องเรียน หลิวอันผิงมองเห็น 'หวงอิ่ง' เพื่อนร่วมโต๊ะของเขาแต่ไกล
และในขณะนั้น หวงอิ่งเองก็กำลังเบิกตากลมโตมองมาที่หลิวอันผิงซึ่งยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับโบกมือเรียกเขาหยอยๆ
ทันทีที่เห็นใบหน้าของหวงอิ่ง ความกลัดกลุ้มในใจของหลิวอันผิงก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
พร้อมกันนั้น ภาพความทรงจำในชาติก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว
เกิดใหม่นี่มันดีจริงๆ
ได้กลับมาอยู่ในช่วงวัยรุ่นวัยเรียน แถมยังได้เจอกับเพื่อนร่วมโต๊ะคนสวยคนนี้อีกครั้ง
ชาติที่แล้ว...
ตอนที่หลิวอันผิงได้เจอหวงอิ่งอีกครั้งที่ต่างเมือง ทั้งคู่ต่างก็ล่วงเข้าสู่วัยกลางคนกันแล้ว
แต่ตอนนี้...
เมื่อหลิวอันผิงได้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับไม่มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์ของหวงอิ่งอีกครั้ง ความรู้สึกตื้นตันใจก็เอ่อล้นขึ้นมา
"ทำไมเพิ่งมาล่ะ ปกตินายมาเช้ากว่าฉันตลอดนี่นา เมื่อกลางวันตื่นสายเหรอ?"
ทันทีที่หลิวอันผิงนั่งลง เสียงใสๆ ของหวงอิ่งก็ดังขึ้นข้างหู
หลิวอันผิงส่งยิ้มตอบกลับไป แล้วพยักหน้าเบาๆ
ขณะที่เขากำลังล้วงหยิบหนังสือวิชาภาษาจีนออกมาจากใต้โต๊ะ หลิวอันผิงรู้สึกว่าศอกของเขาถูกหวงอิ่งสะกิด พอ้มลงมองดู
หนังสือนิยายกำลังภายในเล่มหนึ่งก็ปรากฏอยู่ใต้โต๊ะ
หลิวอันผิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าที่หวงอิ่งส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ เป็นเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเคยเปรยๆ กับเธอว่าอยากยืมอ่าน
หลิวอันผิงรับหนังสือมา ยิ้มให้หวงอิ่ง
"เธอยังจำได้อีกเหรอเนี่ย ฉันลืมไปแล้วนะเนี่ย"
"คราวก่อนนายบอกว่าอยากอ่านเล่มนี้ ฉันก็เลยจำไว้น่ะ แต่ว่าอ่านจบแล้วต้องรีบคืนนะ เล่มนี้ฉันไปยืมเพื่อนพ่อมา ถ้าทำหายล่ะก็น่าดู" หวงอิ่งหัวเราะคิกคัก พร้อมกำชับหลิวอันผิง
หลิวอันผิงพลิกดูผ่านๆ แล้วส่งคืนกลับไป
"ช่างเถอะ เล่มนี้ฉันไม่อ่านแล้วดีกว่า เธอก็รู้ว่าฉันขี้ลืมจะตาย ถ้าทำหายขึ้นมาจริงๆ ฉันคงไม่มีปัญญาชดใช้ อีกอย่าง ฉันกะว่าจะใช้เวลาสองเดือนที่เหลือนี้ฮึดสู้สักตั้ง ดูซิว่าจะสอบผ่านรอบคัดเลือกไหม"
"อะไรนะ!!!"
หวงอิ่งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ใช้เวลาสองเดือน เพื่อเตรียมสอบคัดเลือก
ในความคิดของหวงอิ่ง นี่มันเรื่องตลกคาเฟ่ชัดๆ
หลิวอันผิงฝืนยิ้มออกมา
"ถึงห้องเราจะเป็นห้องที่ห่วยที่สุดในรุ่น หรือที่คนเขาเรียกกันว่าห้องเด็กซิ่ว แต่ถ้าไม่ลองดูสักตั้ง ในใจมันคงรู้สึกติดค้างยังไงชอบกล อีกอย่าง ถ้าไม่ลองดู แล้วจะรู้ได้ไงว่าทำไม่ได้ จริงไหม"
หวงอิ่งยังคงมองหลิวอันผิงด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
การที่เธอย้ายโรงเรียนมาอยู่ห้อง ม.6/5 ก็เป็นเครื่องยืนยันผลการเรียนของเธอได้คำเดียวว่า 'ห่วย'
แถมหวงอิ่งยังเคยบอกหลิวอันผิงด้วยว่า เธอวางแผนไว้แล้วว่าจะอ่านหนังสือทบทวนอีกสักปีสองปีค่อยไปสอบเกาเข่า
แต่วันนี้ จู่ๆ หลิวอันผิงกลับบอกเธอว่าจะฮึดสู้เพื่อสอบรอบคัดเลือก จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง
"นายเอาจริงเหรอ?" หวงอิ่งมองหน้าหลิวอันผิงด้วยแววตาเหลือเชื่อ
หลิวอันผิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย ต่อให้พรุ่งนี้โรงเรียนจะหยุดให้ไปช่วยที่บ้านทำนาก็ตาม ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่วันนี้ เตรียมตัวสอบรอบคัดเลือก"
การสอบเกาเข่าในปี 1983 จำเป็นต้องผ่านการสอบคัดเลือก (พรี-เกาเข่า) เสียก่อน ผู้ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบเกาเข่าในสนามจริงได้
ถ้าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ก็หมดสิทธิ์สอบ
ตามประวัติศาสตร์ ปี 83 มีนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศกว่าเจ็ดล้านคน แต่จำนวนผู้มีสิทธิ์เข้าสอบจริงมีเพียงหนึ่งล้านหกแสนเจ็ดหมื่นคนเท่านั้น
และในปีนี้นี่เอง ที่ระบบการสอบมีการปฏิรูป โดยใช้ระบบการสอบคัดเลือก ซึ่งมีอัตราการผ่านเพียงร้อยละสามสิบ
พูดจบ หลิวอันผิงก็เปิดหนังสือภาษาจีนชั้น ม.4 (เกรด 10) ขึ้นมาอ่านทันที
หวงอิ่งเห็นหลิวอันผิงเอาจริง ก็กระพริบตาปริบๆ ไม่พูดอะไรอีก เธอเก็บนิยายกำลังภายในลงไปเงียบๆ แล้วหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาแกล้งทำเป็นตั้งใจเรียนบ้าง
หลิวอันผิงเปิดหนังสือภาษาจีนชั้น ม.4
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
หนังสือภาษาจีนชั้น ม.4 ทั้งเล่ม ถูกหลิวอันผิงเปิดผ่านตาจนจบ ท่ามกลางสายตาของหวงอิ่งที่มองเขาเหมือนมองคนบ้า
ศอกของเขาถูกสะกิดอีกครั้ง
หลิวอันผิงปิดหนังสือ หันไปมองหวงอิ่งอย่างงุนงง
"หลิวอันผิง ไหนนายบอกจะทบทวนบทเรียนไง นี่นายหลอกฉันชัดๆ" หวงอิ่งทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ
หลิวอันผิงตะลึงงัน
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ความคิดเหลือเชื่อผุดขึ้นในใจ
นี่มัน...
เนื้อหาในหนังสือภาษาจีนชั้น ม.4 ทั้งเล่ม เริ่มลอยเด่นชัดขึ้นมาในสมองของหลิวอันผิง ไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว แม้กระทั่งเครื่องหมายวรรคตอนก็ยังอยู่ครบ
หลิวอันผิงไม่อยากจะเชื่อ เขาจึงเปิดหนังสือดูอีกครั้ง
เฮ้ย เป็นแบบนี้จริงๆ ด้วย
อ่านปราดเดียวจำได้สิบบรรทัด แถมยังจำได้แม่นยำดั่งจับวาง
นี่... หรือว่านี่คือดัชนีทองคำหลังจากที่ฉันเกิดใหม่?