- หน้าแรก
- ตราประทับสองโลก
- บทที่ 797 - ล้อมสังหารมารเสวียนซิน
บทที่ 797 - ล้อมสังหารมารเสวียนซิน
บทที่ 797 - ล้อมสังหารมารเสวียนซิน
บทที่ 797 - ล้อมสังหารมารเสวียนซิน
“ฉึ่กๆๆ—”
กระบี่ฉุนหยางพุ่งตรงเข้าใส่ร่างมารเสวียนซิน ไอมารนับไม่ถ้วนที่ขวางทางอยู่ถูกสลายไปในอากาศ จากนั้นกระบี่ยาวก็มาถึงเบื้องหน้าของมารเสวียนซินในพริบตา
“แคร๊ง!”
กระบี่ฉุนหยางถูกสกัดไว้ได้ กลับกลายเป็นว่าใจกลางฝ่ามือของชายผู้นั้นมีกระดูกแหลมสีดำสนิทงอกออกมา
แต่เพียงแค่ครั้งนี้ กระดูกแหลมสีดำสนิทก็ถูกฟันจนบิ่นไปส่วนหนึ่ง จากนั้นไอมารสีดำก็พลุ่งพล่านขึ้นมา ในไม่ช้าก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
แววตาของหลินอี้หรี่ลง เขาได้ทดสอบฝีมือของมารเสวียนซินผู้นี้แล้ว
ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว หากสู้ตัวต่อตัวเขาคงจะเอาชนะไม่ได้จริงๆ แต่ว่า... ตอนนี้ผู้ที่มีฝีมือใกล้เคียงกับเขามีถึงสี่คน!
“อมิตาภพุทธะ!”
พระอาจารย์จินเย่สวดมนต์ ร่างอวตารของพระยูไลปรากฏขึ้นเบื้องหลัง
ร่างอวตารนั้นนิ้วหนึ่งชี้ฟ้า นิ้วหนึ่งชี้ดิน ทั่วร่างเปล่งประกายแสงสีทอง ส่องสว่างสะท้อนกับดวงอาทิตย์ที่แขวนอยู่บนท้องฟ้าเบื้องหลัง ปลดปล่อยแสงพุทธะต้าหรื่ออันไร้ขีดจำกัด แผ่ซ่านไปทั่วหล้า ผสานเข้ากับไอพลังกระบี่ฉุนหยางรอบทิศ ราวกับกระแสน้ำที่ถาโถมเข้าใส่มารเสวียนซิน
แสงพุทธะต้าหรื่อ ไอพลังกระบี่ฉุนหยาง ล้วนเป็นของแสลงของพวกมาร มารเสวียนซินก็ไม่กล้าอยู่นานอีกต่อไป โบกสะบัดกระดูกแหลมในฝ่ามือ ปัดกระบี่ฉุนหยางออกไปอีกครั้ง แล้วก็พุ่งไปยังทิศตะวันออก
และทิศตะวันออก ก็คือที่อยู่ของหลิวจงผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทั้งสี่คน
ไม่มีทางเลือก เขาก็ไม่กล้าหนีไปทางอื่น ถึงอย่างไรในต้าจิ่งก็มีผู้มีฝีมือซ่อนเร้นอยู่มากมาย หากระหว่างทางมีผู้มีฝีมือกระโดดออกมาอีกคนหนึ่ง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะต้องมาจบชีวิตที่นี่จริงๆ
“เปิด!”
ระหว่างที่มารเสวียนซินกำลังบินอยู่ ในที่สุดก็เผยร่างแท้จริงของมารออกมา
ร่างของเขาสูงใหญ่ขึ้นถึงสิบสองฉื่อ กระดูกและเขางอกออกมาอย่างน่ากลัว ดวงตาโตเท่ากระดิ่งทองแดง ปากกว้างราวกับอ่างโลหิต ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีดำสนิทปนเปื้อนด้วยแสงสีแดงโลหิต ที่สำคัญคือ...
ที่หลังของเขายังมีแขนงอกออกมาอีกสองข้าง แขนทั้งสี่ข้างต่างก็ถืออาวุธ โจมตีเข้าใส่หลิวจง
“รากษสสี่กร”
แววตาของหลิวจงเป็นประกายขึ้นมา ยิ้มเย็นชา แล้วโบกมือทีเดียว ดาวทองนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากมือของเขา
ดาวทองพุ่งราวกับแสงดาวตก เจอสิ่งใดก็ระเบิด กลายเป็นอสนีบาตเส้าหยางที่กระจายไปทั่วท้องฟ้า
อสนีบาตนี้แฝงไปด้วยไปด้วยไอพลังวิญญาณเส้าหยาง หลังจากระเบิดแล้วไอพลังวิญญาณเส้าหยางก็เกาะติดอยู่บนร่างของมารเสวียนซิน สำหรับเขาแล้วก็เหมือนกับกรดซัลฟิวริก เจ็บปวดอย่างยิ่ง
“อ๊ากกก!”
ใบหน้าของมารเสวียนซินบิดเบี้ยว แขนทั้งสี่ข้างซ้ายขวาหลังมือหนึ่งมีกระดูกแหลมงอกออกมาจากฝ่ามือ มือหนึ่งถือธงดำผืนหนึ่ง มือหนึ่งถือกระดิ่งทองแดง มือหนึ่งกางนิ้วออกเป็นกรงเล็บ
ธงสั่นไหวทีหนึ่ง ควันดำก็แผ่กระจายไปทั่ว ไอมารกลายเป็นเมฆ ปกคลุมฟ้าดิน
กระดิ่งทองแดงสั่นสะเทือนทีหนึ่ง เสียงกระดิ่งก็เข้าสู่สมอง เสียงมารอันเย้ายวน ดึงดูดจิตใจคน
ด้วยพลังของศาสตราวุธวิเศษทั้งสองชิ้นขัดขวางการไล่ล่าและโจมตีของคนทั้งสามที่อยู่เบื้องหลัง มารเสวียนซินจึงว่างมือ เตรียมจะฝ่าวงล้อมจากทางหลิวจง
มารเสวียนซินฝืนทนต่อการโจมตีของอสนีบาตเส้าหยางนับไม่ถ้วน มือหนึ่งถือกระดูกแหลมแทงตรงไปยังลำคอของหลิวจง มือหนึ่งกรงเล็บแหลมคมจ้วงตรงไปยังหัวใจของหลิวจง
“บังอาจ!”
หลิวจงตะคอกเบาๆ ยื่นมือออกไปตบทีหนึ่ง รอยฝ่ามือขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งก็ปรากฏขึ้นในอากาศ ฟาดลงมาจากท้องฟ้า ตรงไปยังศีรษะของมารเสวียนซิน
“ตูม!”
เสียงดังสนั่น พลังพุ่งไปข้างหน้าของมารเสวียนซินกลับถูกสกัดไว้ได้อย่างจัง กระดูกแหลมที่คมกริบและกรงเล็บแหลมคม ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่สามารถทำลายรอยฝ่ามืออาคมที่หลิวจงสร้างขึ้นได้
ชนเข้ากับแผ่นเหล็กแล้ว...
“อมิตาภพุทธะ!”
คราวนี้ถึงตาของพระอาจารย์สิงเฟิ่งลงมือแล้วเขาโยนลูกประคำเส้นหนึ่งออกมา จากนั้นลูกประคำสิบแปดเม็ดก็กระจายออกในอากาศ ล้อมรอบมารเสวียนซินเป็นวงกลม แล้วก็พร้อมใจกันเปล่งแสงพุทธะออกมา ส่องแสงสว่างไสวพร้อมเสียงสวดมนต์ของพระพุทธเจ้า กดดันเสียงกระดิ่งมารของมารเสวียนซิน
“เหมือนกับว่าใครไม่มีศาสตราวุธวิเศษอย่างนั้นแหละ” พระอาจารย์สิงเฟิ่งกล่าวอย่างเรียบๆ
จากนั้น กระบี่ฉุนหยางก็พุ่งเข้ามา มารเสวียนซินก็ไม่กล้าใช้ร่างมารรับโดยตรง จำต้องหันหลังกลับมาโบกมือ ปัดกระบี่ฉุนหยางออกไป
จากนั้นก็พบว่าไอพลังกระบี่ฉุนหยางและแสงพุทธะต้าหรื่ออันไร้ที่สิ้นสุดก็ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ต้องการจะกักขังเขาไว้ในกรงอย่างแน่นหนา ค่อยๆ บดขยี้เขาให้ตาย
“ฝันไปเถอะ!”
“อยากจะฆ่าข้า อย่างน้อยก็ต้องให้เจ้าจมูกวัวหลิงคุนหรือเจ้าหัวล้านเต๋อเจี้ยมา แค่พวกเจ้าสี่คน ยังคิดจะฆ่าข้างั้นหรือ”
มารเสวียนซินมองไปรอบๆ มุมปากที่น่าเกรงขามยิ้มเย็นชา ไม่เข้ากลับถอย จากนั้นไอมารนับไม่ถ้วนก็พุ่งราวกับลูกศร เหมือนกับฝนดาวตก พุ่งตรงลงมาจากก้อนเมฆ โจมตีไปยังเมืองเหวยโจวเบื้องล่าง
แต่ว่าทั้งสี่คนกล้าที่จะลงมือไม่ไกลจากเมืองเหวยโจว จะไม่มีการเตรียมการเล็กน้อยได้อย่างไร
ในขณะที่ไอมารพุ่งลงมา แสงพุทธะที่พระอาจารย์จินเย่ปล่อยออกมาก็ได้ปูเป็นชั้นหนาอยู่เบื้องล่างของทั้งสี่คนแล้ว สลายไอมารไปได้กว่าครึ่ง
แต่ว่ามารเสวียนซินยังมีแผนรับมือ ในไอมารเหล่านั้นกลับยังมีเปลวไฟมารสีดำลุกไหม้อยู่ด้วย
ไอมารถูกแสงพุทธะสลายไป เปลวไฟมารกลับเผาไหม้ทะลุแสงพุทธะจากบนลงล่าง ส่องแสงออกมา เตรียมจะตกลงไปในเมืองเหวยโจว
แต่ว่าเปลวไฟมารที่เผาไหม้ทะลุแสงพุทธะ เพิ่งจะเห็นแสงอาทิตย์เพียงเล็กน้อย ก็มีเปลวไฟสีทองอีกชั้นหนึ่งเกาะติดอยู่ทันที แล้วก็ใช้ไฟสู้กับไฟ เปลวไฟก็ขยายใหญ่ขึ้นในทันที จากนั้นเปลวไฟมารเหล่านี้ก็ถูกเผาไหม้จนละลาย สุดท้ายก็กลายเป็นควันดำลอยฟุ้งกระจายไป
“เพลิงแท้จริงฉุนหยาง”
มารเสวียนซินเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีแผนรับมือเช่นกัน
“แปลกใหม่ดีนี่ คนของวังฉุนหยาง จะไม่รู้จักเพลิงแท้จริงฉุนหยางได้อย่างไร”
หลินอี้ยื่นมือออกไปชี้ กระบี่ฉุนหยางก็หมุนวนอยู่บนท้องฟ้าครึ่งรอบ บนตัวกระบี่แสงสีทองก็สว่างจ้า ปลดปล่อยไอพลังกระบี่ฉุนหยางอันไร้ขีดจำกัด ปลายกระบี่ชี้ไปยังหว่างคิ้วของมารเสวียนซิน แทงจนหว่างคิ้วของมารเสวียนซินเจ็บแปลบๆ
“ไป!”
เสียงตะคอกเบาๆ กระบี่ฉุนหยางก็กลายเป็นแสงกระบี่สายหนึ่ง พุ่งตรงเข้าใส่มารเสวียนซิน
“กัก!”
พระอาจารย์สิงเฟิ่งตะคอกเบาๆ ลูกประคำสิบแปดเม็ดเชื่อมต่อกันเป็นตาข่าย ราวกับกำแพงสิบแปดด้าน กักขังการเคลื่อนไหวของมารเสวียนซินไว้
“อะไรนะ”
มารเสวียนซินตกใจ กำลังจะฝ่าวงล้อมของลูกประคำสิบแปดเม็ดอย่างสุดกำลัง อีกด้านหนึ่งหลิวจงกลับเข้ามาใกล้ตัวอย่างเงียบๆ
“บัญชาแห่งสามบริสุทธิ์ หยุด!”
คาถาสะกดร่าง!
ถึงแม้พลังบำเพ็ญของมารเสวียนซินจะสูงส่ง แต่ในตอนนี้เขาก็ถูกพระอาจารย์จินเย่และพระอาจารย์สิงเฟิ่งสองคนรุมล้อมกักขัง ส่วนหลิวจงกลับลอบโจมตีอย่างสุดกำลัง
โจมตีครั้งเดียวสำเร็จ!
ม่านตาของมารเสวียนซินหดเล็กลง ถึงแม้จะทำลายอาคมของคาถาสะกดร่างได้ในชั่วพริบตา แต่แสงพุทธะของลูกประคำสิบแปดเม็ดกลับรุนแรงขึ้นอีกขั้น
“ฉึ่ก—”
กระบี่ฉุนหยางทะลวงผ่านไอมารป้องกันกายของมารเสวียนซิน พุ่งทะลุผ่านกะโหลกศีรษะของเขาจากหว่างคิ้วโดยตรง เปิดรูขนาดใหญ่บนศีรษะของเขา
“อ๊ากกก!”
มารเสวียนซินกรีดร้องอย่างโหยหวน ไอพลังกระบี่ฉุนหยางบดขยี้อยู่ในสมองของเขา เพลิงแท้จริงฉุนหยางเผาไหม้อยู่ในกะโหลกศีรษะของเขาโดยตรง ศีรษะทั้งหมดของเขาถูกเปลวไฟสีทองปกคลุม
แต่ว่า เขาก็ยังไม่ตาย!
ยิ่งไปกว่านั้น เสียงกรีดร้องยังดังมาก!
มารเสวียนซินรวบรวมไอมารในร่างกาย ขับไล่ไอพลังกระบี่ฉุนหยางและเพลิงแท้จริงฉุนหยางที่พยายามจะบดขยี้ทะเลแห่งจิตสำนึกมารของเขาออกจากศีรษะอย่างสุดกำลัง ในขณะเดียวกันก็สั่นธงในมืออย่างบ้าคลั่ง สั่นกระดิ่งมารในมือ ไอมารอันไร้ที่สิ้นสุดก็พลุ่งพล่าน เสียงกระดิ่งดังสนั่นไปทั่วหล้า
แต่ก็ถูกพระอาจารย์จินเย่สกัดไว้ด้วยแสงพุทธะต้าหรื่อ ไม่ส่งผลกระทบต่อเมืองเหวยโจวเบื้องล่าง
เมื่อมีพระอาจารย์จินเย่คอยป้องกันวงนอก หลินอี้ หลิวจง และพระอาจารย์สิงเฟิ่งก็ลงมืออย่างสุดกำลัง ไอพลังกระบี่ฉุนหยาง อสนีบาตเส้าหยาง และเสียงสวดมนต์ของพระพุทธเจ้าก็ถาโถมเข้าใส่มารเสวียนซินราวกับกระแสน้ำ
และถึงแม้ร่างมารของมารเสวียนซินจะแข็งแกร่ง แต่จะต้านทานการโจมตีอย่างสุดกำลังของคนหลายคนได้อย่างไร
ไม่ถึงครู่ ร่างมารของมารเสวียนซินก็ถูกไอพลังกระบี่ทะลวง อสนีบาตระเบิดจนแหลกละเอียด แล้วก็ถูกแสงพุทธะชำระล้าง กลายเป็นควันดำลอยฟุ้งกระจายไปในอากาศ เหลือเพียงกลุ่มจิตเทวมารที่ถูกไอมารบริสุทธิ์กลุ่มหนึ่งปกป้องไว้ ยังไม่ตาย
แต่ในขณะนี้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จิตมารที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดสายหนึ่งก็ผุดขึ้นมาจากกลุ่มจิตเทวมารนั้น ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้คนทั้งสี่คนในสนามรบชะงักไปชั่วขณะ ถูกกดดันและกักขังไว้ชั่วคราว
“อาคมจิตมารของมหาอสูรบรรพชนตัณหาแท้ไร้ใจ” หลิวจงเบิกตากว้าง พยายามอย่างสุดกำลังที่จะทำลายแรงกดดันของจิตมาร
และในตอนนี้วิญญาณมารของมารเสวียนซินก็เพิ่งจะกำจัดไอพลังกระบี่ฉุนหยางและเพลิงแท้จริงฉุนหยางที่เกาะติดอยู่ได้สำเร็จ กลายเป็นแสงสีดำสายหนึ่ง กำลังจะฉวยโอกาสหนีไป
แต่ในขณะนี้ แสงกระจกสายหนึ่งกลับพุ่งมาจากเบื้องล่าง ส่องตรงไปยังแสงสีดำนั้น
(จบแล้ว)