- หน้าแรก
- ตราประทับสองโลก
- บทที่ 13 - ซื้อดาบ
บทที่ 13 - ซื้อดาบ
บทที่ 13 - ซื้อดาบ
บทที่ 13 - ซื้อดาบ
“สรรพสิ่งที่มีจิตวิญญาณล้วนมีปราณ ผู้มีปราณล้วนมีวาสนา ซากผีถือกำเนิดจากไอพลังแห่งยมโลก ย่อมมีวาสนาติดตัวเช่นกัน”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก!”
ลู่เจิงบริจาคเงินทำบุญอีกหนึ่งตำลึงเงิน แล้วจึงกล่าวลาจากไป
…
“ท่านอาจารย์ คุณชายผู้นี้ช่างใจกว้างยิ่งนัก อีกทั้งข้าดูแล้วเขามีพลังหยางเปี่ยมล้น ซากผีตนนั้นอาจจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ หากประสบเคราะห์จากผีขึ้นมา จะไม่น่าเสียดายหรือ?”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อวานเขาหลบพ้นมาได้ครั้งหนึ่งแล้ว อาจจะไม่เจออีกก็ได้ ถึงแม้จะถูกซากผีตนนั้นตามหาเจอจริงๆ ยันต์สันติสุขของข้าก็สามารถช่วยเขาคลายเคราะห์ได้ครั้งหนึ่ง”
ท่านนักพรตหมิงจางส่ายหน้ากล่าว “หรือจะต้องให้ข้าไปตามหาทั่วทั้งอำเภออย่างนั้นหรือ? อำเภอใหญ่ที่มีคนหลายหมื่นคน ซากผีตนนั้นยังมีวิชาวาดหนังอีก ข้าจะไปหามันที่ไหนได้?”
“เอ่อ ท่านอาจารย์ ท่านคงไม่ได้ใช้คุณชายผู้นี้เป็นเหยื่อล่อปลาหรอกนะขอรับ”
“อย่าพูดจาเหลวไหล ในแววตาของคุณชายลู่มีประกายแห่งเทพ เมื่อได้ยินว่าคนธรรมดาก็สามารถรับมือกับซากผีได้ก็สงบลงแล้ว”
ท่านนักพรตหมิงจางกล่าวอย่างครุ่นคิด “บางทีครั้งนี้อาจจะไม่ต้องถึงมือข้าก็ได้”
“อะไรนะ หรือว่า…”
…
ระหว่างทางกลับบ้าน
ลู่เจิงนั่งโคลงเคลงไปมา พิงผนังรถม้ากอดอกครุ่นคิด
ทุกเรื่องราวหากมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าย่อมสำเร็จ หากไม่มีการเตรียมการย่อมล้มเหลว ถึงแม้เขาจะต้องการปรับตัวอย่างช้าๆ ค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัว จากนั้นค่อยแสวงหาวาสนา มองหาโอกาสในการบำเพ็ญเพียร ค่อยๆ ผสานเข้ากับความจริงของโลกใบนี้ ดูซิว่าจะสามารถมีชีวิตยืนยาวได้จริงหรือไม่
แต่ว่า ตนเองเพิ่งจะมาถึงใหม่ๆ ในระยะสั้นดูเหมือนจะยังไม่มีวิธีบำเพ็ญเพียร
ดังนั้น เขาจึงต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน
แทนที่จะเก็บแสงแห่งวาสนาสามสายไว้ในตราหยกให้ฝุ่นจับ สู้เพิ่มพลังต่อสู้เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝันจะดีกว่า
ถึงแม้ตนเองจะสามารถเดินทางกลับยุคปัจจุบันเพื่อหนีได้ทุกเมื่อ แต่การใช้แสงแห่งวาสนา เตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่ หากซากผีตนนั้นมาหาถึงที่จริงๆ ตนเองก็จะไม่ปล่อยวาสนาของมันให้หลุดลอยไป
…
วันนี้ออกจากบ้านค่อนข้างเร็ว ใช้เวลาที่ตำหนักเมฆขาวไม่นาน ลู่เจิงก็กลับถึงบ้านหลังจากเที่ยงไปไม่นาน
หลังจากให้ลุงหลี่กลับไปพักผ่อน ลู่เจิงก็ลงกลอนห้องนอน แล้วเดินทางกลับไปยังยุคปัจจุบันในทันที
เปิดโทรศัพท์มือถือ ค้นหาดาบซิ่วชุน มองหาร้านค้า ระบุตำแหน่งเมืองไห่เฉิง
อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เรียกแท็กซี่ ออกเดินทาง!
บนรถ ลู่เจิงก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เขายังคงค้นหาวิชาดาบที่ใช้ได้จริงทางอินเทอร์เน็ต
วิชาดาบดั้งเดิมของจีน ท่าพื้นฐานก็มีอยู่สิบกว่าท่า เช่น ฟัน, สับ, ตัด, ตวัด, แทง, เกี่ยว, กวาด, ช้อน, กด, ซ่อน, สะบัดหลัง, ผลัก, ปัดป้อง, นำพา เป็นต้น
ภาพและวิดีโอของท่าต่างๆ สามารถหาดูได้ทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
อย่าดูถูกว่ามันดูธรรมดา จริงๆ แล้วล้วนแต่พัฒนามาจากากรต่อสู้จริง ความเรียบง่ายคือความสุดยอด
จากนั้นวิชาดาบของแต่ละสำนัก ก็คือการนำท่าพื้นฐานเหล่านี้มาผสมผสานกับประสบการณ์เฉพาะตัวของแต่ละสำนัก พัฒนาออกมาเป็นกระบวนท่า ก่อเกิดเป็นวิชาดาบของแต่ละสำนัก
เพียงแต่ว่า ในยุคปัจจุบันที่อาวุธปืนเฟื่องฟู ศิลปะการต่อสู้ก็กลายเป็นเพียงการแสดงไปแล้ว ความสามารถในการฝึกฝนแต่ละกระบวนท่าอย่างหนักหน่วง ผสมผสานอย่างอิสระ และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของยอดฝีมือในสมัยโบราณได้สูญหายไปนานแล้ว
อย่าบอกว่าศิลปะการต่อสู้ไม่มีประโยชน์ ลองคิดดูสิว่า ในสภาพร่างกายที่เท่าเทียมกัน ท่านทำได้แค่เหวี่ยงหมัดมั่วซั่ว แต่อีกฝ่ายกลับสามารถใช้เทคนิครวบรวมพลังหรือใช้อาวุธได้ แล้วยังมีกระบวนท่าเปลี่ยนแปลงอีกสิบกว่าท่ารอท่านอยู่
ผลลัพธ์ยังต้องพูดอีกหรือ?
อย่าเอาพวกนักต้มตุ๋นในยุคปัจจุบันมาเปรียบเทียบ การพูดถึงศิลปะการต่อสู้โดยไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายและประสบการณ์การต่อสู้จริงก็คือการหาเรื่อง
ในนิยายกำลังภายใน จอมยุทธ์หนุ่มที่เพิ่งจะออกจากยุทธภพใหม่ๆ ยังอาจจะถูกนักเลงที่มีประสบการณ์โชกโชนใช้ก้อนอิฐทุบจนล้มได้ นับประสาอะไรกับความเป็นจริง?
…
ลู่เจิงซึมซับพื้นฐานวิชาดาบไปตลอดทาง ไม่นานก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
หอศาสตราวุธโบราณหมื่นคม
ร้านที่ขายอาวุธโบราณเป็นงานศิลปะโดยเฉพาะ
แต่ว่า… ถึงแม้จะเป็นงานศิลปะ แต่จริงๆ แล้ววัสดุล้วนแต่เป็นของจริง เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ลับคมเท่านั้น
หากนำไปไว้ในสมัยโบราณ ล้วนแต่เป็นศาสตราวุธชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่ง
เพราะอย่างไรเสีย อุตสาหกรรมของจีนในปัจจุบันก็เทียบกับอดีตไม่ได้แล้ว การสร้างเหล็กสำหรับทำดาบจะยากกว่าการสร้างเหล็กสำหรับทำเรือดำน้ำได้อย่างไร?
ราชวงศ์ต้าจิ่งแม้จะสามารถบำเพ็ญเพียรฝึกปราณได้ แต่กลับไม่มีเตาหลอมเหล็กกล้า
ดังนั้น…
หากซากผีไม่มาก็แล้วไป แต่ถ้ามา ลู่เจิงก็จะให้มันจบสิ้นด้วยดาบเล่มเดียว
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ!”
เสียงหวานใส ทำให้หลุดจากภวังค์ในทันที บรรยากาศที่ลู่เจิงเพิ่งจะสร้างขึ้นมาก็สลายไปในทันที
ที่หน้าประตูหอศาสตราวุธโบราณมีสาวสวยในชุดกี่เพ้าสองคนยืนอยู่หมายความว่าอย่างไร?
มีสาวสวยอยู่ข้างๆ จะช่วยกระตุ้นความอยากซื้ออาวุธของผู้ชายได้หรือ?
ที่ท่านขายคือดาบ ไม่ใช่ขาย… เอ๊ะ มีทวนยาวด้วยเหรอ?
…
หอศาสตราวุธโบราณหมื่นคมมีพื้นที่ไม่เล็กนัก ทั่วทุกแห่งล้วนจัดแสดงดาบหลากหลายชนิด
สมกับที่เป็นร้านขายอาวุธเป็นงานศิลปะ ทั้งสีสัน ทั้งลวดลาย…
อันนี้เป็นลายมังกรคู่ชิงมุก อันนั้นเป็นลายสุริยันจันทราดารา บางเล่มมีลายแค่บนฝักดาบ บางเล่มแกะสลักลายบนใบดาบโดยตรง
สวยก็สวยจริง แต่เหมาะสำหรับชื่นชมเท่านั้น หากนำไปใช้ต่อสู้ คงจะเป็นการทำลายของดีเสียเปล่า
ในร้านมีลูกค้าไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาเดินชมด้วยความชื่นชม พนักงานก็คุ้นเคยแล้ว เพียงแค่ห้ามนักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นครั้งคราว ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายอะไร
จะว่าไปแล้ว พวกเขาทำกำไรได้อย่างไรกัน?
แล้วลู่เจิงก็เหลือบไปเห็นกระบี่หลงเฉวียนที่อยู่ตรงหน้าก็เข้าใจในทันที
ชื่อ: กระบี่มังกรขดเก้าโค้งชุบทอง
วัสดุ: เหล็กกล้าหลอมร้อยครั้งแบบโบราณ
การหล่อ: หล่อด้วยมือโดยช่างตีดาบผู้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
ราคา: 188,888
ชิชะ, ช่างพิถีพิถันเสียจริง!
“สวัสดีครับ” ลู่เจิงเดินวนไปรอบหนึ่ง แล้วเข้าไปหาสาวสวยคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการอะไรคะ?” แววตาของสาวสวยเป็นประกาย
ร้านแบบนี้ โดยทั่วไปแล้วคนที่เข้ามาถามก่อนมักจะมีใจจะซื้อจริงๆ ค่าคอมมิชชันของฉันมาแล้ว
“ที่ร้านของคุณ มีดาบซิ่วชุนที่ใช้ต่อสู้ได้จริงๆ ไหมครับ?”
สาวสวยเผยรอยยิ้มราวกับว่ารู้อยู่แล้ว “คุณลูกค้าวางใจได้เลยค่ะ ดาบซิ่วชุนของร้านเรา ล้วนแต่หลอมจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูง วัสดุแทบจะเหมือนกับมีดทหารของประเทศต่างๆ เลยค่ะ…”
“คุณอย่ามาหลอกผมเลย” ลู่เจิงรีบขัดจังหวะการอวยตัวเองของสาวสวย “มีดทหารสั้น ดังนั้นจึงแข็งและเปราะ ดาบแบบดั้งเดิมยาว ความเหนียวจึงมากกว่า พวกเขาใช้เหล็กคนละชนิดกัน”
สาวสวย: (°ω°)
เป็นอย่างนั้นเหรอ?
“คุณผู้ชายท่านนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญ” เสียงทุ้มที่มีเสน่ห์ดังขึ้น
ลู่เจิงหันกลับไป ก็เป็นชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง
“คุณคือ?”
“ผมเป็นเจ้าของร้านนี้ครับ”
ทำไมกันนะ สมัยนี้เจ้าของร้านเป็นผู้ชายวัยกลางคนกันหมดเลยหรือ?
“สวัสดีครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่าเพิ่งจะค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมาเท่านั้นเอง”
วิชาแทงดาบนี้…
สาวสวย: /(ㄒoㄒ)/~~
ค่าคอมมิชชันของฉันหายไปแล้ว…
เจ้าของร้านยิ้ม เหลือบมองสาวสวยแวบหนึ่ง สาวสวยก็เดินจากไปอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“คุณผู้ชายอยากจะซื้อดาบหรือครับ?”
ลู่เจิงพยักหน้า “ดาบซิ่วชุน ดาบซิ่วชุนที่ใช้ต่อสู้ฟันกันได้จริงๆ”
ดาบซิ่วชุน เป็นดาบคาดเอวชนิดหนึ่ง ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรแห่งราชวงศ์หมิงและการนำเสนอในภาพยนตร์สองเรื่อง ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแท้จริง
“ต่อสู้ฟันกันจริงๆ?”
เจ้าของร้านวัยกลางคนเบ้ปาก สมัยนี้ยังมีความต้องการแบบนี้อยู่อีกหรือ?
คุณจะทำอะไรกันแน่?
“ได้ไหมครับ?”
“แน่นอนว่าได้ครับ” เจ้าของร้านอธิบาย “นี่เป็นเพราะอยู่ในยุคปัจจุบันแล้ว หากอยู่ในสมัยโบราณ ดาบทุกเล่มในร้านของผมล้วนแต่เป็นศาสตราวุธชั้นยอด”
ลู่เจิงพยักหน้า เหมือนกับที่เขาคาดเดาไว้
“ถ้าอย่างนั้น ลับคมได้ไหมครับ?”
เจ้าของร้าน: ()!!!
สรุปแล้วคุณจะทำอะไรกันแน่?