- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุค เจ็ดศูนย์ เส้นทางพลิกชีวิตของสาวน้อยกำพร้า
- บทที่ 3 กักตุนสินค้า (2)
บทที่ 3 กักตุนสินค้า (2)
บทที่ 3 กักตุนสินค้า (2)
บทที่ 3 กักตุนสินค้า (2)
"ช่วงนี้ฉันไม่ว่างเลย อีกสักสองสามวันค่อยว่ากันนะ! ถึงตอนนั้นเดี๋ยวฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวคุณลุงคุณป้าเอง!"
เฉินเสี่ยวหลินวางแผนไว้ว่าหลังจากกักตุนสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจะไปเยี่ยมบ้านของเหอลิลี่ เพราะพ่อแม่ของเพื่อนซี้เป็นห่วงเธอมากจริงๆ
"งั้นก็ได้! ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ อย่าเศร้าให้มากนักนะ"
เหอลิลี่เห็นเพื่อนรักไม่อยากมาทานข้าวด้วย ก็เข้าใจไปว่าคงเป็นเพราะยังทำใจเรื่องการจากไปของปู่ไม่ได้
หลังจากวางสายจากเหอลิลี่ เฉินเสี่ยวหลินก็กลับมาวุ่นวายกับการกักตุนสินค้าต่อ เนื่องจากเธอต้องการซื้อเนื้อสัตว์จำนวนมาก เธอจึงเลือกที่จะขับรถไปยังฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อสั่งซื้อโดยตรง
เฉินเสี่ยวหลินขับรถตามระบบนำทางอยู่นานถึงสองชั่วโมงเต็ม กว่าจะมาถึงฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ใกล้ที่สุด
"คุณลุงคะ หนูมาขอพบเถ้าแก่ของลุงน่ะ เขาอยู่ไหมคะ?"
เฉินเสี่ยวหลินถูกรปภ.หน้าประตูฟาร์มกันไว้ไม่ให้เข้า
"แม่หนู มีธุระอะไรกับเจ้านายฉันรึ?"
ลุงรปภ.มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา นึกไม่ออกเลยว่าเด็กตัวแค่นี้จะมีธุระอะไรกับเจ้านายของตน
"หนูจะมาคุยธุรกิจกับเขาน่ะค่ะ ลุงช่วยตามเขามาหน่อยได้ไหมคะ?"
"งั้นรอเดี๋ยว!" พูดจบลุงรปภ.ก็โทรเรียกเจ้านายให้
รอสักพัก เฉินเสี่ยวหลินก็ได้พบกับเจ้าของฟาร์ม
"แม่หนู มีธุระอะไรกับฉันเหรอ?"
"สวัสดีค่ะคุณอา คืออย่างนี้ค่ะ หนูอยากจะขอซื้อหมูสองร้อยตัว วัวสิบตัว แล้วก็แกะอีกสิบตัวจากฟาร์มของคุณอา รบกวนช่วยเชือดให้ด้วยได้ไหมคะ?" เฉินเสี่ยวหลินเข้าประเด็นทันทีและแจ้งความต้องการของเธอ
"ทำได้อยู่หรอก แต่จำนวนเยอะขนาดนี้วันนี้คงเชือดให้ไม่ทัน ต้องรอส่งของพรุ่งนี้เช้านะ" เจ้าของฟาร์มคำนวณเวลาครู่หนึ่งก่อนจะแจ้งกำหนดการส่งของ
"ไม่มีปัญหาค่ะ แล้วที่นี่มีพวกลูกเป็ด ลูกไก่ หรือลูกห่านบ้างไหมคะ?"
เฉินเสี่ยวหลินกะว่าจะเอาสัตว์ปีกตัวเล็กๆ พวกนี้ไปเลี้ยงเอง เพราะพวกตัวโตที่ขายกันส่วนใหญ่กินอาหารสัตว์สำเร็จรูป เนื้อไม่อร่อย ส่วนพวกหมูนั้นเธอไม่คิดจะเลี้ยงเอง เพราะกลิ่นมันเหม็นเกินไป แถมเธอยังเชือดไม่เป็นด้วย
"มีสิ ถ้าเอาไม่เยอะ เดี๋ยวลุงแถมให้เลยอย่างละยี่สิบตัว" เจ้าของฟาร์มใจป้ำ สั่งให้คนงานไปจับลูกไก่ ลูกเป็ด และลูกห่านมาให้เฉินเสี่ยวหลินอย่างละยี่สิบตัวทันที
หลังจากชำระเงินเรียบร้อย เฉินเสี่ยวหลินก็ใช้เงินไปเกือบสามแสนหยวน เธอวางแผนจะหาอะไรกินก่อน แถวชานเมืองมีร้านอาหารสไตล์บ้านทุ่งอยู่เยอะ เธอจึงสุ่มเลือกร้านหนึ่งแล้วเดินเข้าไป นอกจากจะกินอิ่มแล้ว เธอยังสั่งเมนูทุกอย่างในร้านกลับบ้านอีกอย่างละหนึ่งที่
ช่วงบ่าย เฉินเสี่ยวหลินขับรถตามระบบนำทางไปยังโรงงานทอผ้า เมื่อสองวันก่อนเธอเห็นคนโพสต์ในอินเทอร์เน็ตว่าโรงงานแห่งนี้บริหารงานไม่ดีจนใกล้จะเจ๊ง และกำลังลดล้างสต็อกผ้าในโกดังทั้งหมด
เมื่อมาถึงโกดังและเห็นสภาพผ้า เฉินเสี่ยวหลินก็เข้าใจทันทีว่าทำไมโรงงานถึงไปไม่รอด รสนิยมของเถ้าแก่แย่จริงๆ ลายผ้าเชยสะบัด ส่วนใหญ่เป็นแบบที่คนยุค 60-70 ชอบกัน อย่างเช่นพวกผ้าโพลีเอสเตอร์ หรือที่คนสมัยก่อนเรียกว่า 'ผ้าดาครอน' ก็ปาเข้าไปเกินครึ่งโกดังแล้ว
หลังจากต่อรองราคากับเถ้าแก่ ในที่สุดเฉินเสี่ยวหลินก็เหมาผ้าทุกชนิดในโกดังนับหมื่นพับมาในราคาหนึ่งล้านหยวน แถมเถ้าแก่ยังใจดียกพวกสินค้ามีตำหนิให้อีกหลายร้อยพับฟรีๆ
เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จเรียบร้อย เถ้าแก่โรงงานก็รับปากว่าจะจัดส่งผ้าไปยังที่อยู่ที่เธอแจ้งไว้ให้ในเช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากวิ่งวุ่นมาทั้งวัน เฉินเสี่ยวหลินก็หมดแรง พอกลับมาจากแถวบ้านเหอลิลี่ เธอก็ไม่มีแรงทำกับข้าวแล้ว จึงหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมสั่งเดลิเวอรี่
พอกดเข้าแอปสีเหลือง ก็เห็นร้านชานมไข่มุกร้านหนึ่งกำลังจัดโปรโมชั่นซื้อสิบแถมหนึ่ง เธอจึงกดสั่งไปทันที 20 แก้ว เหลือบไปเห็นข้าวอบถังไม้ของโปรดก็สั่งมาอีก 10 ที่ เห็นร้านปลาย่างก็สั่งมาอีก 5 ตัว เฉินเสี่ยวหลินตั้งใจจะทยอยกักตุนอาหารปรุงสุกทีละนิดเท่าที่จะทำไหว
เมื่อได้รับอาหารและกินจนอิ่ม เฉินเสี่ยวหลินก็นอนหลับพักผ่อน พรุ่งนี้เธอต้องตื่นแต่เช้าไปกักตุนของต่อ และต้องรีบไปรับของที่โกดังด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเสี่ยวหลินไปซื้อซาลาเปาที่ร้านป้าจ้าวตามปกติ ครั้งนี้เธอไม่กล้าซื้อเยอะเกินไปกลัวจะเผยพิรุธ จึงซื้อแค่วันละ 50 ลูก โดยอ้างว่าจะซื้อไปเลี้ยงมื้อเช้าเพื่อนที่เรียนด้วยกัน
พอป้าจ้าวแพ็กของให้เสร็จ เฉินเสี่ยวหลินก็ขับรถออกมา แถวนี้คนรู้จักเยอะเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะซาลาเปาป้าจ้าวอร่อยจริงๆ เธอคงไม่อยากมาซื้อที่นี่หรอก
ช่วงสาย หลังจากรับเนื้อสัตว์ ข้าวสาร และผ้าหมื่นกว่าพับเข้าโกดังเรียบร้อยแล้ว เฉินเสี่ยวหลินก็เตรียมตัวไปตลาดค้าส่งเมล็ดพันธุ์
ที่ตลาดค้าส่ง เฉินเสี่ยวหลินเลือกร้านเมล็ดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด เธอซื้อเมล็ดข้าวโพด ข้าวเจ้า และข้าวสาลีอย่างละหนึ่งพันจิน เมล็ดฝ้ายและเมล็ดแตงโมอย่างละร้อยจิน เห็นมีกล้าผลไม้ขายด้วย เธอจึงซื้อกล้าสาลี่ แอปเปิล ลูกท้อ ส้มเขียวหวาน ส้ม ลิ้นจี่ ลำไย กล้วย แก้วมังกร ลูกพลัม องุ่น และเชอร์รี่ ส่วนผลไม้อื่นๆ ที่เธอไม่ชอบกินก็ไม่ได้ซื้อมา
หลังจากซื้อเมล็ดพันธุ์เสร็จ เฉินเสี่ยวหลินก็ขับรถไปที่ตลาดค้าส่งเสื้อผ้าเพื่อกักตุนเสื้อกันหนาว
ที่ตลาดค้าส่งเสื้อผ้า เฉินเสี่ยวหลินซื้อชุดลองจอห์นหนึ่งพันชุด ถุงเท้าห้าพันคู่ เสื้อโค้ททหารหนึ่งพันตัว และเสื้อไหมพรมอีกหนึ่งพันตัว เห็นร้านหนึ่งกำลังโละสต็อกเสื้อนวมกันหนาว เธอจึงเหมามาทั้งร้าน นอกจากนี้ยังซื้อไหมพรมอีกหนึ่งพันจิน เห็นเสื้อโค้ทแคชเมียร์ก็ซื้อแบบคลาสสิกมาหนึ่งพันตัว รองเท้านวมบุฝ้ายไซส์ต่างๆ ห้าร้อยคู่ และเสื้อขนเป็ดทุกไซส์อีกไซส์ละห้าสิบตัว
ขากลับ เธอเห็นคนปูแผงขายผ้านวมอยู่ที่หน้าปากทางเข้าย่านการค้า จึงลงจากรถไปเหมาผ้านวมทั้งหมดบนรถของพ่อค้า และให้เขาช่วยขนไปส่งที่โกดัง
เฉินเสี่ยวหลินง่วนอยู่ที่โกดังจนถึงสี่ทุ่ม กว่าจะย้ายเสื้อผ้าและผ้านวมทั้งหมดที่ซื้อมาในวันนี้เข้ามิติได้จนหมด
วันนี้เป็นวันที่สามแล้วหลังจากค้นพบมิติ เฉินเสี่ยวหลินไม่ได้วางแผนจะออกไปข้างนอก เพราะของที่สั่งออนไลน์จะเริ่มทยอยมาส่งแล้ว
อาศัยช่วงเวลาว่าง เฉินเสี่ยวหลินกดสั่งของออนไลน์เพิ่มอีก โดยสั่งมีดทำครัวสิบเล่ม กระทะเหล็กแบบโบราณสิบใบ กาต้มน้ำแบบเก่าสิบใบ และกระติกน้ำร้อนแบบโบราณอีกสิบใบ ไม้ขีดไฟสิบกล่อง ไฟแช็กหนึ่งกล่อง กระดาษขาวสิบลัง และปากกาหมึกซึมหนึ่งกล่อง เห็นมีผ้าปูที่นอนลายเชยๆ ขายเธอก็สั่งมาอีกร้อยผืน เจอเครื่องจักรการเกษตรก็สั่งทั้งรถไถพรวนดิน รถดำนา รถเกี่ยวข้าว รวมถึงเครื่องสีข้าว เครื่องโม่แป้ง และเครื่องสกัดน้ำมัน เนื่องจากในมิติมีไฟฟ้าใช้ เธอจึงไม่ได้ซื้อเครื่องปั่นไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ครั้งนี้เธอกำชับทุกร้านให้ส่งด่วนผ่านขนส่งซุ่นเฟิง และเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งเป็นที่โกดังสินค้า
หลังจากสั่งของเสร็จ เฉินเสี่ยวหลินก็เริ่มสั่งอาหารเดลิเวอรี่อีกครั้ง เจอร้านชานมก็กดสั่งทีละสิบแก้ว โดยเปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ พอเห็นเป็ดพะโล้ก็น้ำลายสอ ไม่ได้การล่ะ ดูซีรีส์จะขาดเป็ดพะโล้ได้ยังไง? เธอจึงสั่งจากทุกร้าน ร้านละนิดละหน่อย รวมๆ แล้วก็ได้เป็ดพะโล้และเครื่องในต่างๆ มาเกือบสิบจิน
หมดไปอีกหนึ่งวัน เฉินเสี่ยวหลินผลาญเงินไปอีกกว่าหนึ่งล้านหยวน เธอวางแผนว่ารอรับของพวกนี้เสร็จแล้วค่อยไปหาที่กักตุนของต่อ ตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยกำลังเตรียมตัวจบการศึกษา วิทยานิพนธ์ของเธอผ่านแล้ว เหลือแค่รอรับใบปริญญา ดังนั้นจะไปเรียนหรือไม่ไปก็ไม่มีผลอะไร
ตกดึก เฉินเสี่ยวหลินเข้าไปในมิติ เธอตั้งใจจะปลูกต้นผลไม้ก่อน เธอค้นหาเครื่องมือในมิติอยู่นานแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายเลยต้องกลับออกมาที่บ้าน แล้วหยิบพลั่วปลูกดอกไม้ของแม่อันเล็กๆ เข้าไปขุดหลุมแทน