เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: มหันตภัยแห่งดินแดนเสินโจว! เทพเจ้าแห่งเหล่าอสูร!

บทที่ 25: มหันตภัยแห่งดินแดนเสินโจว! เทพเจ้าแห่งเหล่าอสูร!

บทที่ 25: มหันตภัยแห่งดินแดนเสินโจว! เทพเจ้าแห่งเหล่าอสูร!


บทที่ 25: มหันตภัยแห่งดินแดนเสินโจว! เทพเจ้าแห่งเหล่าอสูร!

ณ ลานกว้างนอกตำหนักหยูชิง

เหล่าศิษย์นิกายชิงหยุนต่างกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส

พวกเขาต่างกระซิบกระซาบพูดคุยกันถึงประเด็นที่ว่า...แท้จริงแล้ว 'เจ้านิกายชิงหยุน' กับจินผิงเอ๋อร์มีความสัมพันธ์แบบใดกันแน่?

"หรือว่า...จะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่บำเพ็ญเหมือนกับศิษย์พี่หญิงลู่?"

"เฮือก!"

"ศิษย์พี่หญิงลู่ก็ยังอยู่ตรงนี้นะ…อย่าพูดจาเหลวไหลไปหน่อยเลย"

เหล่าศิษย์จากเจ็ดยอดเขาต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ขณะเดียวกันก็แอบเหลือบมองไปยังลู่เสวี่ยฉีที่อยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง และพลันพบว่าสีหน้าของนางดูเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็รีบหุบปากฉับในทันที

เหล่าเจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดยอดเขาสบตากัน แน่นอนว่าเรื่องราวระหว่างเด็กรุ่นหลังเช่นนี้ พวกเขาคงเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ได้

อีกอย่าง...พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า 'เจ้านิกายชิงหยุน' ที่ว่านั้นเป็นใครกันแน่

ในขณะนี้…ลู่เสวี่ยฉีกำลังยืนอยู่ข้างกายสุ่ยเยว่

บนใบหน้าของนางประดับด้วยความเย็นชาราวน้ำค้างแข็ง ดวงตาอันเย็นชาคู่หนึ่งเหลือบมองไปรอบๆ

ดูเผินๆเหมือนกำลังกวาดสายตามองทุกคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นางตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ถลึงตาใส่เย่ฉางเฟิงโดยเฉพาะ

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาดุๆของแม่นางฉี…เย่ฉางเฟิงก็ทำหน้าไร้เดียงสาอย่างที่สุด

"เจ้าเลวนั่น!"

พลันมีเสียงเรียกของเถียนหลิงเอ๋อร์ดังก้องขึ้นข้างหู

ปรากฏร่างของเด็กสาวในอาภรณ์สีแดงกำลังทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ นางเท้าสะเอว พลางกล่าวอย่างฉุนเฉียว

"มีศิษย์พี่หญิงลู่แล้วยังไม่พอใจอีก ยังจะไปยุ่งเกี่ยวกับจินผิงเอ๋อร์อะไรนั่นอีก!"

"เจ้าคนหลายใจ!"

"ต่อให้ข้าจะต้องอยู่คนเดียวไปจนแก่เฒ่า!"

"ต่อให้จะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต…ก็ไม่มีทางที่จะไปอยู่กับคนหลายใจแบบนี้เด็ดขาด..."

เมื่อได้ยินดังนั้น มุมปากของเย่ฉางเฟิงก็พลันกระตุกเล็กน้อย

"แค่กๆ" เขาไออกมาเบาๆก่อนจะกล่าวว่า: "ศิษย์พี่หญิงกล่าวได้ถูกต้องแล้ว"

"หลิงเอ๋อร์" ซูหรูหันกลับไปถลึงตาใส่เถียนหลิงเอ๋อร์

"อย่าพูดจาไร้สาระ!"

….

ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ลู่เสวี่ยฉีละสายตากลับมา

มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับคิดในใจ

"จะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวกับเย่ฉางเฟิงไปตลอดชีวิตงั้นรึ?

"ศิษย์น้องหลิงเอ๋อร์...ข้าจำคำพูดนี้ไว้แล้วนะ"

"หวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญาด้วยล่ะ"

….

ในขณะนั้น

เหล่าเจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดยอดเขาต่างขมวดคิ้วเล็กน้อย

เจ้ายอดเขาเฉาหยาง-ซางเจิ้งเหลียง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า:

"ศิษย์พี่เจ้านิกาย ถึงแม้ว่า 'จินผิงเอ๋อร์' ผู้นี้จะมาจากพรรคมาร แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้าแล้ว ในอนาคตนางก็นับเป็นเสาหลักคนหนึ่งของฝ่ายธรรมะพวกเราได้ และในตอนนี้ที่ม่านฟ้าได้เปิดโปงเรื่องของนางออกมา..."

"ข้าเกรงว่าฝ่ายอธรรมคงจะไม่ยอมปล่อยนางไว้แน่"

สิ้นคำพูดนั้น เหล่าเจ้ายอดเขาคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย

ไม่ว่าจินผิงเอ๋อร์จะมีที่มาอย่างไรมาก่อน? แต่อย่างไรเสียในอนาคตนางก็ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของฝ่ายธรรมะ และยังได้สร้างคุณูปการไว้อย่างมากมาย จุดนี้ไม่อาจมองข้ามไปได้...

เพราะอย่างไร ม่านฟ้าก็ได้เปิดเผยออกมาแล้วว่า

นิกายเสวียนชาที่จินผิงเอ๋อร์ก่อตั้งขึ้น ในอนาคตได้เข้าร่วมในสงครามทำลายล้างนิกายโถงอายุวัฒนะและนิกายหมื่นพิษ…นับว่าเป็นการอุทิศตนเพื่อความสงบสุขของใต้หล้าอย่างใหญ่หลวง

บุคคลเช่นนี้ พวกเขาย่อมต้องถือว่าเป็นพวกพ้องเดียวกัน จะนิ่งดูดายปล่อยให้นางถูกพวกมารฝ่ายอธรรมเล่นงานไม่ได้

เจ้านิกายเต้าเสวียนพยักหน้าเล็กน้อย…แต่ทว่าการจะให้ความช่วยเหลือจินผิงเอ๋อร์นั้นกลับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใด?

รู้เพียงแค่ว่านางเป็นศิษย์ของนิกายเหอฮวน...

"เรื่องนี้…พวกเราค่อยหารือกันภายหลังเถิด"

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าเจ้ายอดเขาคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย

ครืน!

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง…บทวิจารณ์บนม่านฟ้าก็พลันสลายหายไป จากนั้น ภาพที่เคยหยุดนิ่งก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ในภาพนั้น ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้เย็นชาในอาภรณ์สีขาวราวหิมะกำลังถลึงตาใส่ 'เขา' อย่างไม่สบอารมณ์

จากเดิมที่นางดูราวกับเทพธิดาผู้ไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องทางโลก บัดนี้กลับดูเหมือนจะมีความรู้สึกเล็กๆเกิดขึ้นมาแล้ว

"ท่านพี่ช่างเป็นห่วงน้องหญิงผิงเอ๋อร์เสียจริงนะ" น้ำเสียงของหญิงสาวผู้เย็นชาแฝงไปด้วยความหึงหวงเล็กน้อย

"แค่กๆ"

เงาร่างในอาภรณ์สีครามไออกมาเบาๆ…เขาหัวเราะพลางปลอบโยนว่า

"ก็เพราะเจ้าเป็นพี่สาวนี่นา ก็ต้องคอยดูแลน้องสาวบ้างสิ"

"เชอะ"

หญิงสาวผู้เย็นชาแค่นเสียงเบาๆ

บทสนทนาเช่นนี้ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของชาวโลก…ในวินาทีนั้น พวกเขาต่างเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านิกายชิงหยุนกับจินผิงเอ๋อร์อย่างถ่องแท้

ให้ตายสิ…คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นอย่างที่พวกเขาคิดไว้จริงๆ?

เจ้านิกายชิงหยุนช่างมีวาสนานัก!

"เจ้าคนหลายใจ!"

"เจ้าคนชั่ว!"

เถียนหลิงเอ๋อร์ช่วยลู่เสวี่ยฉีต่อว่าอย่างฉุนเฉียว

เหล่าศิษย์จากยอดเขาไผ่น้อยที่อยู่รายล้อมก็รู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้างเช่นกัน พวกนางต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นการตำหนิเจ้านิกายชิงหยุนบนม่านฟ้า เรียกเขาว่า 'เจ้าคนหลายใจ' ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเย่ฉางเฟิงเองก็ชักจะทนไม่ไหว...

เดี๋ยวก่อนนะ…พวกนางกำลังด่าเย่ฉางเฟิงในอนาคตต่างหาก มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉางเฟิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกครั้ง

เเต่ในขณะเดียวกัน ในใจของลู่เสวี่ยฉีกลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

ตอนแรกนึกว่าสามีในอนาคตของตนจะเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะผู้สง่างามไร้ที่ติ แต่ผลกลับกลายเป็นว่าตอนนี้มีน้องสาวโผล่มาอีกคนเนี่ยนะ!?

"ฉีเอ๋อร์" สุ่ยเยว่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

เมื่อนางได้เห็นภาพนี้ ในใจก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน เพราะนางเกลียดคนหลายใจประเภทนี้เป็นพิเศษ...

แต่ทว่า เจ้าก็ไม่อาจมองข้ามความสง่างามของ 'เขา' ไปได้

"ท่านอาจารย์" ลู่เสวี่ยฉีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย

นางเหลือบมองไปยังเย่ฉางเฟิงที่อยู่ไม่ไกลอย่างแนบเนียน พลันในใจก็เกิดคำถามหนึ่งขึ้นมา...

ในตอนนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเย่ฉางเฟิงคือเจ้านิกายชิงหยุนในอนาคต ถ้าหากว่านางแอบครอบครองเขาไว้แต่เพียงผู้เดียวล่ะ?!

หัวใจของเด็กสาวผู้เย็นชาเต้นระรัว…นางพลันรู้สึกว่าความคิดนี้ของตนดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันแฮะ

….

ในตอนนี้ เย่ฉางเฟิงยังไม่รู้ถึงความคิดอันเห็นแก่ตัวของแม่นางฉี

เขากำลังจ้องมองภาพบนม่านฟ้าอย่างไม่วางตา โดยอยากจะดูว่าในภาพนั้นจะยังมีการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆออกมาอีกหรือไม่

ภายในภาพนั้น…หญิงสาวผู้เย็นชาในอาภรณ์ขาวราวหิมะกำลังโอบกอดอยู่กับชายหนุ่มในอาภรณ์สีคราม ทั้งสองยืนเคียงคู่กันอยู่นอกตำหนักหยูชิง ทอดสายตามองลงไปยังโลกมนุษย์ ราวกับเป็นคู่รักเซียนที่แท้จริง

"ท่านพี่"

และในตอนนั้นเอง หญิงสาวผู้เย็นชาค่อยๆเงยหน้าขึ้น…บนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของนางปรากฏแววครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า

"ที่ท่านเคยบอกว่าดินแดนเสินโจวจะต้องเผชิญกับมหันตภัยคราหนึ่งนั้น แท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ..."

สิ้นคำพูดนั้น ผู้คนในนิกายชิงหยุนต่างตกใจ

ดินแดนเสินโจวจะต้องเผชิญกับมหันตภัย…นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

ในชั่วพริบตา เหล่าศิษย์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

"เงียบ!" ชางซงเต้าเหรินตวาดขึ้นเป็นคนแรก

เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่ในใจพลันเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาแวบหนึ่ง พร้อมกับคิดว่าม่านฟ้านี้คงจะไม่เปิดโปงเรื่องของเขาด้วยหรอกนะ...

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง

ภายในภาพนั้น…เงาร่างในอาภรณ์สีครามถอนหายใจออกมาเบาๆ

เขาทอดสายตามองไปยังทิศแดนใต้ ในแววตาแฝงไปด้วยความจนใจ พลางกล่าวว่า

"มหันตภัยครานี้มีต้นกำเนิดมาจากแดนใต้ ในอนาคตจะแผ่ขยายไปทั่วทั้งดินแดนเสินโจว ถึงตอนนี้แล้วคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้..."

"มหันตภัยอะไรหรือเจ้าคะ?" หญิงสาวผู้เย็นชาเอ่ยถาม

เงาร่างในอาภรณ์สีครามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

"มันคือตัวตนที่เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย…สามารถบัญชาสัตว์อสูรทั่วทั้งใต้หล้าได้ เป็นดั่งเทพเจ้าแห่งเหล่าอสูร...มีพลังที่ลึกล้ำสุดจะหยั่งถึง"

"เทพเจ้าอสูร?"

"แม้แต่ท่านพี่ก็ไม่สามารถรับมือกับมันได้หรือเจ้าคะ?"

"หึ—"

"ข้าพอจะรับมือกับมันได้อยู่ แต่การปรากฏตัวของมันนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว….และทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นมาสำเร็จ ไม่ว่าข้าจะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่"

"สำหรับดินแดนเสินโจวแล้ว ก็นับเป็นมหันตภัยครั้งใหญ่หลวงอยู่ดี!"

……..

จบบทที่ บทที่ 25: มหันตภัยแห่งดินแดนเสินโจว! เทพเจ้าแห่งเหล่าอสูร!

คัดลอกลิงก์แล้ว