เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 : คำประเมิน: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า!

บทที่ 8 : คำประเมิน: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า!

บทที่ 8 : คำประเมิน: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า!


บทที่ 8 : คำประเมิน: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า!

ยอดเขาไผ่ม่วง

ลานชมจันทร์

ลู่เสวี่ยฉีถึงกับมึนงงไปทันที

ก่อนหน้านี้เธอยังพยายามปลอบใจตัวเอง หลอกตัวเอง เพื่อที่จะใช้มันเป็นผ้าผืนสุดท้ายไว้ปกปิดความอาย

แต่เมื่อเสียงเรียก ‘เสวี่ยฉี’ ดังขึ้น

เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าความบริสุทธิ์ของตนเองได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

ฮือ~

เธอยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่นะ

เธอเพิ่งจะอายุ 18 เองนะ

ทำไมถึงมีสามีไปแล้วล่ะ?

ถ้าจะอ้างบอกว่านั่นคือตัวเธอในอนาคตรึ?

มันก็ไม่มีอะไรต่างกันเลยนี่นา!

ก็ล้วนเป็นลู่เสวี่ยฉีเหมือนกัน! (โดนปักธงจ้าาาา)

ใบหน้าที่งดงามของเด็กสาวผู้เย็นชาแดงระเรื่อไปหมด ฟันขาวราวไข่มุกของเธอค่อยๆกัดริมฝีปากสีแดงเบาๆ

ดวงตาที่เยียบเย็นคู่นั้นมองไปยังภาพในม่านฟ้า พลันในแววตาก็ส่องประกายแห่งความเขินอายปนโกรธและความอยากรู้อยากเห็นออกมา

ถึงแม้ว่านิสัยของลู่เสวี่ยฉีจะเย็นชาอย่างยิ่งก็ตาม

แต่ต่อให้เธอจะมีนิสัยเย็นชาเพียงใด เธอก็ยังเป็นเด็กสาววัย 18 ปีคนหนึ่งนะ

แล้วตอนนี้เจ้ากลับมาบอกเธอว่าตัวเองในอนาคตมีสามีแล้ว?

แถมยังมาเปิดโปงต่อหน้าคนทั้งทวีปเสินโจว ให้ชาวโลกทุกคนได้รับรู้เรื่องนี้...

เปลี่ยนเป็นใครมาเจอแบบนี้จะไม่เขินอายปนโกรธบ้างล่ะ?

ต่อให้ลู่เสวี่ยฉีจะเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ในตอนนี้ก็คงจะต้องถูกความรู้สึกเขินอายหลอมละลายไปแล้ว

….

ในตอนนี้

เด็กสาวผู้เย็นชาเขินอายจนทั้งร่างอ่อนระทวยลง

เธอมองจ้องไปยังภาพในม่านฟ้า พลันในแววตาก็มีอารมณ์เขินอายปนโกรธและความอยากรู้อยากเห็นส่องประกายวูบไหว

โกรธก็เพราะม่านฟ้ามาเปิดโปงเรื่องนี้ต่อหน้าชาวโลก

ส่วนอยากรู้อยากเห็นนั้นก็เป็นเพราะหัวใจของสาวน้อยที่เริ่มใฝ่ฝันถึงความรัก

เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าสามีในอนาคตของเธอคือใครกันแน่?

คำประเมินต่างๆในม่านฟ้า ทำให้เธอรู้ว่าเจ้านิกายชิงหยุนในอนาคตคือบุคคลผู้สง่างามไร้ที่ติ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเซียนดาบอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า

แต่ทว่า——เขาคือใครกันแน่นะ?

ในใจของลู่เสวี่ยฉีเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างถึงที่สุด

...

“ครืนนน——”

ภาพในม่านฟ้าพลันวูบไหวเล็กน้อย

หลังจากที่ร่างในชุดสีครามเอ่ยคำว่า ‘เสวี่ยฉี’ ออกมา

กลุ่มหมอกที่เลือนรางซึ่งห้อมล้อมอยู่รอบกายของหญิงสาวผู้เย็นชาก็พลันค่อยๆสลายหายไปในทันที

และในวินาทีที่กลุ่มหมอกสลายหายไปนั้น พลันปรากฏใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติขึ้นมาต่อหน้าทุกคน

ผิวของเธอนั้นขาวเนียน คิ้วดั่งขุนเขาไกลโพ้น ดวงตาที่เยียบเย็นคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักที่เข้มข้น ขนตางอนยาวสั่นไหวเล็กน้อย พลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดโชยมา นี่คือนิยามที่สมบูรณ์แบบของคำว่าเทพธิดาเก้าชั้นฟ้า

ในตอนนี้ ทุกคนต่างก็ตะลึงค้างไป

แม้แต่ลู่เสวี่ยฉีเองก็ยังตะลึงไปชั่วขณะ

นี่คือตัวเธอในอนาคตรึ? นี่คือตัวเธอในตอนที่เติบโตขึ้นรึ?

เสวี่ยฉีในอีกสิบปีข้างหน้าสามารถถูกขนานนามว่า แม่นางฉี

ไม่ใช่เพราะเธอทำหน้าดุร้ายปนน่ารัก แต่เป็นเพราะ...สตรีผู้ก้มหน้าแล้วมองไม่เห็นปลายเท้า

นั่นแหละคือยอดหญิงแห่งโลกมนุษย์

นี่คือเหตุผลที่เสวี่ยฉีถูกขนานนามว่า แม่นางฉี

...

ยอดเขาไผ่ใหญ่ หลังเขา

เย่ฉางเฟิงมองดูหญิงสาวผู้เย็นชาในม่านฟ้า พลันได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของภรรยาในอนาคต ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็พลันเป็นประกายขึ้นมา

ลู่เสวี่ยฉีนั้นเรียกได้ว่าเป็นสตรีอัศจรรย์คนหนึ่งอย่างแท้จริง

พรสวรรค์ของเธอนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นอันดับหนึ่งรองจากบรรพบุรุษชิงเย่ รูปโฉมงดงามล่มเมือง นิสัยเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เย็นชาและดื้อรั้น

ถ้าหากว่าเธอชอบใครสักคนขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยแสดงออก เธอก็จะคอยยืนมองคุณอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ

จะว่าอย่างไรดีล่ะ?

สิ่งที่ลู่เสวี่ยฉีต้องแบกรับนั้นมีมากเกินไป เธอต้องแบกรับความคาดหวังของอาจารย์ ต้องแบกรับความรับผิดชอบของนิกาย และยังต้องแบกรับธงของฝ่ายธรรมะในใต้หล้าอีก

ระหว่างความรักกับใต้หล้า

เธอยากที่จะเลือก!

แต่ทว่าเธอจะพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ทำให้ใต้หล้าผิดหวัง และไม่ทำให้คุณผิดหวัง

นี่คือลู่เสวี่ยฉี

สตรีอัศจรรย์เช่นนี้ มีใครจะไม่หลงรักกันล่ะ!

...

“ครืน!”

และในตอนนั้นเอง

ภาพในม่านฟ้าพลันสั่นไหวเล็กน้อย

เมื่อเห็นภาพนี้ เหล่าคนของนิกายชิงหยุนก็พลันดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

พวกเขารู้ว่าม่านฟ้ากำลังจะเริ่มทำการประเมินแล้ว และก็ไม่รู้ว่าลู่เสวี่ยฉีจะได้รับการประเมินอย่างไรบ้าง?

สุ่ยเยว่เงยหน้าขึ้นมองภาพในม่านฟ้า พลันในแววตาของเธอก็เผยความตึงเครียดออกมาเล็กน้อย

เพราะถึงอย่างไร ลู่เสวี่ยฉีก็คือศิษย์ที่เธอภาคภูมิใจที่สุด

เจ้านิกายเต้าเสวียนค่อยๆลูบเครา พลางกล่าวว่า: “ศิษย์หลานลู่ในสังกัดของศิษย์น้องสุ่ยเยว่ข้าก็เคยเห็นมาแล้ว นางเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์โดดเด่นอย่างแท้จริง คาดว่าม่านฟ้าน่าจะให้คำประเมินที่ดี”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าเจ้าอาสนะที่อยู่รอบข้างต่างก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

พวกเขาได้ยินความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเจ้านิกายเต้าเสวียน

ลู่เสวี่ยฉีในฐานะที่เป็นฮูหยินเจ้านิกายชิงหยุนในอนาคต คำประเมินของเธอจะย่ำแย่ได้อย่างไรกัน

…..

“ครืนนน——”

ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับหมื่น ภาพในม่านฟ้าค่อยๆหยุดนิ่งลง

จากนั้น คำประเมินต่างๆก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน

[ลู่เสวี่ยฉี——]

[ในฐานะที่เป็นเจ้าอาสนะรุ่นที่แปดแห่งยอดเขาไผ่ม่วงของนิกายชิงหยุน ฮูหยินเจ้านิกายชิงหยุน พรสวรรค์ของนางนั้นโดดเด่นไร้ผู้ใดเปรียบในประวัติศาสตร์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นอันดับหนึ่งรองจากบรรพพบุรุษชิงเย่ เข้าเป็นศิษย์ได้เพียงห้าปีก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหยกวิสุทธิ์ระดับเก้าได้ นับได้ว่าเป็นอันดับสองในบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกัน!]

[นางคือเจ้าของดาบเทียนหยารุ่นปัจจุบัน ดาบเทพควบคุมอัสนีหนึ่งกระบวนท่า ปราบมารกำจัดอธรรม ไม่ทำให้ใต้หล้าผิดหวัง ไม่ทำให้คุณผิดหวัง ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดหญิงอันดับหนึ่งแห่งชิงหยุน!]

คำประเมินต่างๆปรากฏขึ้นต่อหน้าชาวโลก

ในตอนนี้ ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบไป

พวกเขามองจ้องไปยังสตรีอัศจรรย์ในม่านฟ้าอย่างเหม่อลอย

คาดไม่ถึงเลยว่าม่านฟ้าจะให้คำประเมินแก่ลู่เสวี่ยฉีสูงถึงเพียงนี้

“ยอดหญิงอันดับหนึ่งแห่งชิงหยุน?”

“ฉายานี้เหมาะสมอย่างยิ่ง!”

“ใครเห็นด้วย? ใครคัดค้าน?”

เหล่าศิษย์จากเจ็ดยอดเขาของชิงหยุนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

เหล่าเจ้าอาสนะที่อยู่หน้าตำหนักหยกวิสุทธิ์ก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

แต่ทว่า...เจ้านิกายเต้าเสวียนกลับสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆอย่างหนึ่ง

“พรสวรรค์ของศิษย์หลานเสวี่ยฉีได้รับการขนานนามว่าเป็นอันดับสองในรุ่นเดียวกัน ถ้าอย่างนั้นอันดับหนึ่งคือใครกัน?”

เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น เหล่าเจ้าอาสนะต่างก็พากันมองไปยังร่างในชุดสีครามในม่านฟ้าโดยไม่รู้ตัว

จะเป็นใครไปได้อีก? ก็ย่อมต้องเป็นเจ้านิกายคนต่อไปของนิกายชิงหยุนน่ะสิ!

เพียงแต่—ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใครกันแน่!?

ในตอนนี้ เหล่าเจ้าอาสนะต่างก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก

เมื่อม่านฟ้าค่อยๆเปิดเผยข้อมูลออกมา พวกเขาก็ค้นพบว่าเจ้านิกายคนต่อไปของนิกายชิงหยุนดูเหมือนจะยิ่งลึกลับมากขึ้นเรื่อยๆ...

“ทำไมใบหน้าที่แท้จริงของศิษย์หลานลู่ถึงสามารถปรากฏออกมาในม่านฟ้าได้?”

“แต่ ‘เจ้านิกายชิงหยุน’ ผู้นี้กลับทำไม่ได้?”

เถียนปู้อี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าเจ้าอาสนะต่างก็พากันครุ่นคิด

เจิงซูฉาง เจ้าอาสนะแห่งยอดเขาหวนลม เริ่มคาดเดา “อาจจะเป็นเพราะตัวตนที่แท้จริงของศิษย์หลานลู่ถูกเปิดเผยออกมาแล้วก็เป็นได้!?”

“มีความเป็นไปได้” เจ้าอาสนะหลายคนต่างก็พยักหน้า

ในตอนนี้ สุ่ยเยว่เงยหน้าขึ้นมองม่านฟ้า

เธอรู้ว่าคำประเมินในม่านฟ้ายังไม่จบ

“ครืน——”

ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับหมื่น คำประเมินเดิมค่อยๆเลือนหายไป

และถูกแทนที่ด้วยคำประเมินสุดท้ายอันใหม่เอี่ยม

[คำประเมินสุดท้าย:]

[นาง——คือเซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า! ระดับพลังบำเพ็ญเพียรขั้นไท่ชิงระดับสูงสุดสั่นสะเทือนประวัติศาสตร์! ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งชิงหยุน!]

เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น ทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง

เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า?

ระดับพลังบำเพ็ญเพียรขั้นไท่ชิงระดับสูงสุด!?

“ซี๊ด——”

คนทั้งนิกายชิงหยุนต่างก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นยะเยือก

คำประเมิน ‘เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า’ นั้นยังพอรับได้...เพราะถึงอย่างไร สามีของนางก็คือเซียนดาบอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า

คนทั้งสองเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน จึงไม่ได้ทำให้ผู้คนประหลาดใจอะไรมากนัก

สิ่งที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจมากที่สุดกลับเป็นระดับพลังบำเพ็ญเพียรในอนาคตของลู่เสวี่ยฉี

ขั้นไท่ชิงระดับสูงสุด!

นั่นมันขั้นไท่ชิงเลยนะ!

ทั่วทั้งนิกายชิงหยุนตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา มีเพียงบรรพบุรุษชิงเย่ในอดีตเท่านั้นที่เคยบรรลุถึงระดับนี้ได้ คาดไม่ถึงเลยว่าลู่เสวี่ยฉีในอนาคตก็จะบรรลุถึงได้เช่นกัน?!

แถมยังเป็นขั้นสูงสุดของไท่ชิงอีกด้วย!

นี่มัน...ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

…..

หน้าตำหนักหยกวิสุทธิ์ เหล่าเจ้าอาสนะก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงไปชั่วขณะ

ขั้นไท่ชิง...คาดไม่ถึงเลยว่าลู่เสวี่ยฉีในอนาคตจะบรรลุถึงระดับในตำนานนี้ได้จริงๆ?!

“ฉีเอ๋อร์!”

ในแววตาของสุ่ยเยว่ฉายประกายแห่งความยินดีออกมาเล็กน้อย

ดวงตาของเจ้านิกายเต้าเสวียนเปล่งประกายวูบไหว ในใจของเขาเองก็ประหลาดใจอยู่บ้างเช่นกัน คาดไม่ถึงเลยว่าลู่เสวี่ยฉีในอนาคตก็จะบรรลุถึงระดับนี้ได้

แต่เมื่อลองคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล สามีในอนาคตของลู่เสวี่ยฉีก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นเซียนบนดินแล้ว การที่นางจะบรรลุถึงระดับนี้ได้ก็ไม่นับว่าน่าแปลกใจอะไร

“ศิษย์น้องสุ่ยเยว่”

“หลังจากที่คำประเมินในม่านฟ้าจบลงแล้ว เจ้าก็กลับไปที่ยอดเขาไผ่ม่วงก่อนหนึ่งเที่ยว จากนั้นก็พาศิษย์หลานเสวี่ยฉีมาที่ยอดเขาธงสวรรค์ด้วย ข้าจะถามนางบางเรื่องด้วยตนเอง...”

“เจ้าค่ะ ท่านเจ้านิกาย” สุ่ยเยว่พยักหน้าเบาๆ

จะถามเรื่องอะไรได้อีก?

ก็ย่อมต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้านิกายคนต่อไปน่ะสิ!

…..

ในตอนนี้

ม่านฟ้าได้ประเมินคนไปแล้วสองคน

ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นเสาหลักในอนาคตของนิกายชิงหยุน

ลองจินตนาการดูสิ——

หนึ่งนิกาย สองยอดฝีมือขั้นไท่ชิง! แถมหนึ่งในนั้นยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเซียนบนดินอีกด้วย!

มีสองคนนี้อยู่? นิกายชิงหยุนในอนาคตจะต้องผงาดขึ้นมาอย่างแน่นอน!

ไม่…ไม่ใช่แค่ผงาดขึ้นมา!

แต่จะขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีปเสินโจวทั้งหมดอย่างแท้จริง!

เพราะถึงอย่างไร เจ้านิกายคนต่อไปของนิกายชิงหยุนคือบุคคลผู้โดดเด่นไร้ผู้ใดเปรียบในประวัติศาสตร์

การปรากฏตัวของเขาย่อมจะต้องนำพาสานักชิงหยุนไปสู่จุดสูงสุด นำพาโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรทั้งทวีปเสินโจวก้าวเข้าสู่ยุคใหม่!!!

………

จบบทที่ บทที่ 8 : คำประเมิน: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว