- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 48 สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี บึ้ม!
บทที่ 48 สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี บึ้ม!
บทที่ 48 สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี บึ้ม!
"หา?"
มุมปากเย่ฉางอันกระตุกยิกๆ
เขาคาดเดาคำถามที่ผอ. หลงจะถามไว้สารพัด
แต่คำถามนี้ มันเกินคาดไปมากจริงๆ
"ผอ. ครับ รักษาภาพพจน์หน่อยครับ"
ตำรวจข้างๆ ทำหน้าเอือมระอา รีบสะกิดแขนผอ. หลงเบาๆ เตือนสติ
ผอ. หลงถึงได้รู้ตัว รีบแก้ตัวพัลวัน
"อะแฮ่ม!"
"ผมหมายถึงว่า มาดูกันว่ารสนิยมความชอบของเราใกล้เคียงกันไหม"
"จะได้ประสานงานกันง่ายขึ้นในอนาคตไง"
เห็นท่าทีของอีกฝ่าย เย่ฉางอันส่ายหน้า ตอบกลับไปตรงๆ
"พี่หลงครับ ปกติผมไม่เล่นไพ่"
"ผมอยากรีบทำความเข้าใจแนวทางการทำงานมากกว่าครับ"
เห็นสีหน้าจริงจังของเย่ฉางอัน
ผอ. หลงเลิกคิ้ว เหมือนเจอมาเยอะ เจ็บมาเยอะ
"อ้อ... งั้นเหรอ"
"ใช่ๆๆ ต้องเข้าใจงานก่อน เป็นเรื่องสำคัญ"
ผอ. หลงพยักหน้าส่งๆ แล้วกวาดตามองไปรอบๆ สุ่มเรียกคนมาสักคน
"เฮ้ย เสี่ยวหลัว"
"พาเดอะรองไปดูงานหน่อยซิ"
"ทางนั้นฉันยังยุ่งอยู่ เดี๋ยวมานะ"
พูดจบ
ผอ. หลงก็หันหลังเดินลิ่วไปเลย
เดินไปก็ไม่ลืมกระซิบสั่งตำรวจข้างๆ "รีบตามมานะ มือฉันกำลังขึ้น"
"ผอ. ครับ ท่านรองฯ เพิ่งมาถึง ทำแบบนี้จะไม่ดูแย่เหรอครับ?" ตำรวจข้างๆ ลังเล
"เอาน่า"
"ตอนเรามาใหม่ๆ ก็แบบนี้ทั้งนั้นแหละ"
"อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็ชินเอง"
ผอ. หลงพูดอย่างไม่แยแส
...
ไม่นานนัก
ตำรวจที่ได้รับมอบหมายก็พาเย่ฉางอันไปทำความเข้าใจทิศทางและแผนงานของสถานีตำรวจคร่าวๆ
เย่ฉางอันสรุปได้คำเดียว—ว่าง
นอกจากสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากแล้ว งานที่นี่ว่างมากจริงๆ
เหมือนดินแดนที่โลกหลงลืม
แน่นอน
นี่ก็อยู่ในความคาดหมายของเย่ฉางอัน
ถ้างานสบาย แถมความเป็นอยู่ดี
วันนี้เขาคงไม่ได้ย้ายมาที่นี่เพราะโดนกลั่นแกล้งหรอก
แต่น่าจะเป็นการใช้เส้นสายย้ายมาเกษียณอายุราชการอย่างสุขสบายมากกว่า
จากที่ตำรวจคนนั้นเล่า
น้ำจืดบนเกาะต้องพึ่งพาน้ำฝนหรือน้ำบาดาลเป็นหลัก
แต่ช่วงนี้หน้าหนาว ฝนตกไม่แน่นอน น้ำจืดเลยขาดแคลนมาก
จะดื่มน้ำจืดที ต้องเดินไปตักไกลลิบ
แถมบ้านเรือนแถวชายฝั่งโดนลมทะเลกัดกร่อนตลอดปี งบซ่อมบำรุงก็ไม่มี สภาพที่อยู่อาศัยเลยทรุดโทรมสุดๆ
การแพทย์ การคมนาคม ก็ไม่สะดวก
อินเทอร์เน็ต ขนส่งพัสดุ ไม่ต้องพูดถึง ไฟฟ้ายังติดๆ ดับๆ
แน่นอน
ถ้าคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ
แค่อยากมาสัมผัสชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ใกล้ชิดธรรมชาติ
แมลงสารพัดชนิดที่นี่ จะสอนให้คุณรู้ซึ้งถึงสัจธรรมชีวิตเอง
...
หลังจากเย่ฉางอันเข้าใจสภาพการทำงานและความเป็นอยู่แล้ว
เขามองรถตำรวจบุโรทั่งที่จอดอยู่หน้าสถานีแล้วถามว่า "กุญแจรถอยู่ไหนครับ?"
"ผมจะขับไปดูลาดเลารอบๆ หน่อย"
ได้ยินดังนั้น
ตำรวจคนเดิมยิ้มเจื่อนๆ "กุญแจหาไม่ยากหรอกครับ แต่น้ำมันไม่มี"
"ต้องมีเหตุด่วนเหตุร้ายจริงๆ ถึงจะไปเบิกน้ำมันจากผอ. หลงได้ครับ"
"..."
เย่ฉางอันเบะปาก กำลังจะถามเรื่องรถมอเตอร์ไซค์สายตรวจ
ตำรวจคนนั้นไม่รอให้เขาถาม ชี้มือไปทางหนึ่งอย่างรู้ทัน
มองตามมือไป เห็นจักรยานเก่ากึกสองสามคันจอดอยู่
"เอ่อ..."
"ก็ได้ครับ"
เย่ฉางอันส่ายหน้า เดินไปที่จักรยาน
แล้วถามย้ำอีกที "นี่คงไม่ถือว่าเอารถหลวงไปใช้ส่วนตัวใช่ไหมครับ?"
"ไม่ต้องห่วงครับ"
"รถหลวงคันนี้ใช้ได้ตามสบายเลยครับ"
"ไม่มีใครว่าหรอก"
ตำรวจพูดหน้าตาย
เย่ฉางอันยิ้มแห้งๆ
เขาก็อยากใช้ตามสบายอยู่หรอก แต่กลัวแรงขาจะปั่นไม่ไหวซะก่อน
...
ไม่นานนัก
เย่ฉางอันก็ปั่นจักรยานชมวิวรอบเกาะ
ถนนขรุขระทำเอาก้นระบม
แถมยังลำบาก 'น้องชาย' ของเขาอีกต่างหาก
"เอ๊ะ?"
ทันใดนั้น
เย่ฉางอันหยุดรถ มองไปไกลๆ
เห็นกลุ่มตึกร้างสร้างไม่เสร็จตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล ดูสะดุดตามาก
"คุณลุงครับ ขอถามหน่อยครับ"
"ตึกพวกนั้นมันเป็นมายังไงครับ?"
เย่ฉางอันเรียกถามชาวบ้านแถวนั้น
"เฮ้อ"
"เมื่อก่อนมีเสี่ยใหญ่มาลงทุน กะจะสร้างบ้านพักตากอากาศวิวทะเล"
"ทำไปได้ครึ่งเดียว ก็โดนจับ"
"ทีหลังมีคนจะมารับช่วงต่อ แต่ศึกษาดูแล้ว สร้างตรงนี้ขายแพงไม่ได้ แถมค่าดูแลรักษาบานปลาย เลยหนีกันหมด"
"หลังๆ มีคนมาบอกว่าจะขายแบบพรีเซลล์ กะฟันเงินก่อน"
"แต่คนซื้อมาดูที่ได้วันสองวัน ทนไม่ไหวหนีกลับหมด"
"เขาบอกว่ามาอยู่ที่นี่ไม่ได้มาพักผ่อน แต่มาทรมานสังขาร"
คุณลุงเห็นเย่ฉางอันเป็นหน้าใหม่ ก็ดูตื่นเต้น
เล่าฉอดๆ ไม่หยุดปาก
มองกลุ่มตึกร้างนั่น เย่ฉางอันได้แต่เสียดาย
แต่เขาก็เป็นแค่ตำรวจประจำสถานี
ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อบต. ที่ดูแลเรื่องผังเมืองและการพัฒนา
เรื่องพวกนี้ สุดท้ายก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา
หลังจากปั่นสำรวจอยู่นาน
เย่ฉางอันก็กลับมาที่สถานีตำรวจ
เขาเริ่มรื้อค้นเอกสารงานเก่าๆ ที่กองพะเนินในสถานี
แค่อยากดูว่ามีคดีค้างเก่าหรืออะไรทำนองนั้นไหม
นี่คือหน้าที่ความรับผิดชอบ และเป็นงานถนัดของเขาด้วย
ทว่า
ขณะพลิกดูเอกสาร มือเขาก็ชะงักกึก
"เอ๊ะ?"
"นี่มันตึกร้างเมื่อกี้นี้นี่นา?"
"ทำไมสถานีตำรวจต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย?"
เย่ฉางอันสงสัย จึงลากเก้าอี้มานั่งอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ
ครู่ต่อมา
เขาก็เข้าใจ
ปรากฏว่าตึกร้างกลุ่มนั้นมีความพยายามจะรื้อถอนด้วยการระเบิดทำลายมาตลอด
แต่การระเบิดรื้อถอนต้องยื่นเรื่องขออนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะก่อน
และต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยดูแลความเรียบร้อยและกำกับการระเบิดหน้างานด้วย
และเรื่องนี้ก็ถูกสถานีตำรวจดองเค็มไว้อย่างไม่มีกำหนด
หาข้ออ้างสารพัดมาปัดความรับผิดชอบ ยื้อเรื่องไม่ยอมอนุมัติ
เหตุผลเย่ฉางอันเดาได้ไม่ยาก
เซ็นอนุมัติเมื่อไหร่ ก็ต้องรับผิดชอบเมื่อนั้น
ตึกร้างกินพื้นที่กว้างขนาดนี้ ใครจะกล้ารับประกันว่าระเบิดแล้วจะไม่เกิดอุบัติเหตุ
แถมโดนย้ายมาเป็นตำรวจที่นี่
เพื่อนร่วมงานและหัวหน้าในสถานี ยึดคติประจำใจชัดเจนว่า—ทำมากผิดมาก ไม่ทำไม่ผิด!
ยังไงซะก็ไม่มีโอกาสเลื่อนขั้นอยู่แล้ว
สู้ไม่หาเรื่องใส่ตัวดีกว่า
ยิ่งถ้าเกิดระเบิดแล้วมีคนบาดเจ็บ
หรือคุมรัศมีระเบิดไม่ดี ไปกระทบตึกราบ้านช่องข้างเคียง จนเกิดอันตราย
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ
ชีวิตที่หาความสุขท่ามกลางความทุกข์ในตอนนี้คงจบเห่!
"ระเบิดทำลาย..."
เย่ฉางอันจ้องเอกสารในมือ ยิ่งดูยิ่งอิน
มุมปากค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น
แผนการที่จะทำภารกิจระบบให้สำเร็จและกวาดล้างแก๊งขุดสุสานไปพร้อมกัน ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในหัว
"งั้นก็ระเบิดมันซะ..."
"ระเบิดให้สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี"
"ให้แรงระเบิดครั้งนี้..."
"ดังสะท้านไปถึงเมืองหลวงเลย!"