- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 34 ฮีโร่ปราบยาเสพติด? พูดได้ไม่เต็มปาก!
บทที่ 34 ฮีโร่ปราบยาเสพติด? พูดได้ไม่เต็มปาก!
บทที่ 34 ฮีโร่ปราบยาเสพติด? พูดได้ไม่เต็มปาก!
"อะไรนะ!?"
"เร็วเข้า!"
"ใส่กุญแจมือผู้ชายคนนั้นก่อน!"
ได้ยินเสียงเตือน มือผู้กองอู๋ไม่ว่าง เลยทำได้แค่ตะโกนสั่ง
ทว่า
เฉินอี้ที่ปกติฝีมือการต่อสู้ไม่เลว
วินาทีนี้กลับเกิดอาการปอดแหกขึ้นมาซะอย่างนั้น
เพียงเสี้ยววินาที
ชายที่นั่งยองๆ อยู่กับพื้นก็เผยสีหน้าดุร้าย ลุกพรวดขึ้นมาทันที
เขาผลักผู้กองอู๋กระเด็น แล้ววิ่งจู๊ดหนีออกไปข้างนอก
"อย่าหนีนะเว้ย!!"
เฉินอี้เพิ่งได้สติ ตะโกนไล่หลังแล้ววิ่งตามไปสุดแรง
ผู้กองอู๋มองตามตาละห้อย ร้อนใจแทบแย่
แต่ทำได้แค่รีบใส่กุญแจมือพวกผู้หญิงในห้องกันไม่ให้หนี
พร้อมกับเก็บรวบรวมหลักฐานยาเสพติดอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยวิ่งตามออกไป
...
ชั่วขณะหนึ่ง
ฉากไล่ล่าอันดุเดือดก็เกิดขึ้นกลางคลับ
คลับที่เสียงดังวุ่นวายอยู่แล้ว ยิ่งโกลาหลหนักเข้าไปอีก
ไม่นานนัก
ชายคนนั้นก็จนมุม ถูกเฉินอี้ต้อนเข้าไปในห้องเก็บของ
เขาเกาหัวแกรกๆ หงุดหงิดสุดขีด
"นึกว่าลูกพี่พามาเปิดหูเปิดตาที่หรูๆ แบบนี้ครั้งแรก จะได้เสพสุขซะหน่อย"
"ยังไม่ทันได้แอ้มสาวเลย ดันมาจ๊ะเอ๋ตำรวจซะงั้น"
"แม่เย็ด!"
"ซวยชิบหาย"
ชายคนนั้นสบถพึมพำ
คิดได้แค่นั้น เขาก็โทษดวงซวยของตัวเอง
ในเวลาเดียวกัน
เฉินอี้ก็พุ่งเข้าใส่แล้ว
ครั้งก่อนที่แพ้ไอ้ฆาตกรหัวโล้นนั่น ไม่ใช่เพราะฝีมือเขาห่วยสักหน่อย
แต่กับไอ้ขี้ยาที่ร่างกาย 'กลวง' เพราะเสพยามานานแบบนี้ เขาเอาอยู่สบายๆ
ชั่วขณะหนึ่ง
ชายคนนั้นกับเฉินอี้ก็พัวพันกันนัวเนีย
ยิ่งสู้ ชายคนนั้นก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ
เขารู้สึกชัดเจนว่าเขาน่าจะล้มเฉินอี้ได้
แต่ทุกครั้ง มันเหมือนขาดอะไรไปนิดๆ หน่อยๆ ตลอด
ทำเอาเขางงเป็นไก่ตาแตก
"บัดซบ"
"มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!"
ชายคนนั้นคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่เฉินอี้อีกรอบ
"หึ" เห็นแบบนั้น มุมปากเฉินอี้ยกยิ้มประหลาด
วินาทีถัดมา เขาหรี่ตาลง
ฉวยจังหวะสวนหมัดเข้าเต็มเปา
ปัง!
เสียงทึบดังสนั่น
ชายคนนั้นถูกเตะกระเด็นไปกระแทกตู้ แล้วสลบเหมือดคาที่
เฉินอี้ยืดเส้นยืดสาย แล้วหันไปปิดประตูลงกลอน
จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ
เขาหาของมีคมชิ้นหนึ่งในห้องเก็บของได้ เอาผ้าขนหนูพันด้ามไว้ แล้วกำไว้ในมือ
มองของมีคมในมือ เฉินอี้สูดหายใจเข้าลึก
"เย่ฉางอัน..."
"มาดูกันสิว่า แกจะเอาอะไรมาสู้กับฮีโร่ปราบยาเสพติดที่ยอมเอาตัวเข้าแลก!"
พูดจบ สีหน้าเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏขึ้น
เขากัดฟันกรอด เหมือนตัดสินใจเด็ดขาด
เขาใช้ของมีคมในมือกรีดเข้าที่ต้นขาและแขนตัวเองอย่างแรง
ฉว่ะ~
เลือดสดๆ ไหลหยดลงพื้นทันที
ความเจ็บปวดแล่นพล่าน ทำเอาเฉินอี้เหงื่อแตกพลั่ก
แต่วินาทีนี้ เขาไม่สนอะไรทั้งนั้น
เขารีบยัดของมีคมใส่มือชายที่สลบอยู่
หลังจากทำให้มีลายนิ้วมือของอีกฝ่ายติดอยู่ ก็โยนทิ้งไว้ใกล้ๆ มือมัน
ทำทุกอย่างเสร็จสรรพ เฉินอี้ก็พิงผนัง แล้วเริ่มวอเรียกกำลังเสริม
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ทั้งคลับถูกปิดล้อม
รถตำรวจจอดเรียงรายหน้าทางเข้า คุมตัวชายหญิงจำนวนมากขึ้นรถ
หมอที่มาถึงรีบเข้าไปช่วยทำแผลให้เฉินอี้
"ไอ้เด็กบ้า เอ้ย ไม่ห่วงชีวิตตัวเองเลยนะ"
"คราวหน้าปฏิบัติการอันตรายแบบนี้ ห้ามบุ่มบ่ามเด็ดขาด"
ผู้กองอู๋ยืนอยู่ข้างๆ ดุเสียงเข้ม
พอเห็นว่าเฉินอี้ปลอดภัยดี เขาถึงค่อยโล่งใจ
"ไม่เป็นไรครับอาจารย์"
"ไอ้หมอนั่นมันเล่นยา"
"ยังไงผมก็ปล่อยมันหนีไปไม่ได้เด็ดขาด"
เฉินอี้ส่ายหน้า พูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นรักความยุติธรรม
สิ้นเสียงของเขา
ไทยมุงรอบๆ ก็ปรบมือเกรียวกราวทันที
ทุกคนต่างชื่นชมในความกล้าหาญของเฉินอี้
"เฮ้อ"
"แต่ครั้งนี้แกทำได้ดีมากจริงๆ"
ผู้กองอู๋ตบไหล่เฉินอี้
ช่วงที่ผ่านมาเขาอึดอัดใจในสถานีตำรวจมาตลอด
ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็เชิดหน้าชูตาได้สักที
...
ไม่นานนัก
ทีมตำรวจทั้งหมดก็กลับถึงสถานี
สถานีตำรวจคึกคักจอแจ
ทว่า
สายตาที่เหล่าตำรวจมองเฉินอี้กลับดูแปลกๆ ชอบกล
ความแปลกนั้นไม่ใช่อิจฉาหรือชื่นชม
แต่เป็นความสงสัยที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ตำรวจผลัดเวรกันไปตรวจตราที่ "ฮิวแมนเวิลด์คลับ" ทุกวัน ยังไม่เคยเจออะไรผิดปกติ
ยังไงซะ
เดี๋ยวนี้ไนท์คลับใหญ่ๆ แบบนั้น ระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเขาแน่นหนาจะตาย
การจะบังเอิญไปเจอแจ็คพอตแบบนี้ คนทั่วไปอาจจะไม่คิดอะไรมาก
แต่ตำรวจพวกนี้ที่มีประสบการณ์ภาคสนามโชกโชน พอเอามาเชื่อมโยงกับภูมิหลังของเฉินอี้ ก็เริ่มได้กลิ่นตุๆ
ยิ่งไปกว่านั้น
ดูจากบาดแผลของเฉินอี้
แม้จะพันผ้าพันแผลหนาเตอะ
แต่ดูยังไงก็แค่แผลถลอกตื้นๆ
โดยทั่วไปแล้ว
ถ้าคนค้ายาจนตรอกคิดสู้ตาย แรงที่ใช้แทงหรือฟันไม่มีทางเบาหวิวแบบนี้หรอก
แต่ถึงแม้ทุกคนจะตะขิดตะขวงใจอยู่ลึกๆ
ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
เรื่องพรรค์นี้คาดเดาในใจได้ แต่ถ้าจะพูดออกมาต้องมีหลักฐานแน่นหนา
ทุกคนรู้ดี
การจะหาหลักฐานมายืนยันเรื่องนี้ ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
"เสี่ยวเฉิน"
"ครั้งนี้เธอทำได้ดีมาก"
"นอกจากจะตอบสนองนโยบายกวาดล้างการค้าประเวณีแล้ว"
"ปฏิบัติการนี้ยังเจอยาเสพติดล็อตใหญ่ ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ"
"เธอสร้างชื่อเสียงให้สถานีเราจริงๆ!"
ผู้อำนวยการจ้าวมองเฉินอี้ด้วยรอยยิ้ม พูดจามีเลศนัย
ไม่มีใครเดาใจแกออกเลยว่าคิดอะไรอยู่ ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดนั้น
แกเหมือนจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ อ่านเกมยากชะมัด
"ผอ. จ้าวครับ"
"นี่เป็นหน้าที่ของผมครับ"
เฉินอี้ยืนตัวตรงแหน่ว ท่าทางองอาจไม่เกรงกลัว
"ดี!" ผู้อำนวยการจ้าวพยักหน้าหนักแน่น แล้วพูดว่า "ครั้งนี้เธอน่าจะได้เหรียญกล้าหาญชั้นสองนะ"
"กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนเถอะ"
"บอกทางบ้านให้สบายใจด้วยล่ะ"
พูดจบ
ผู้อำนวยการจ้าวก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงาน
มองแผ่นหลังของผอ. ที่เดินจากไป เฉินอี้ลอบถอนหายใจโล่งอก
"โชคดีที่ทุ่มสุดตัว"
"ทุกอย่างราบรื่นดี"
...
ไม่กี่วันต่อมา
วีรกรรมของเฉินอี้ถูกรายงานข่าวครึกโครม
กระแสข่าวแรงจนคนนึกว่าเขาได้เหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งซะอีก
อย่าว่าแต่ที่อื่นเลย
ในอำเภอถังอู่นี่ แทบไม่มีใครไม่รู้เรื่องนี้
"ถ้าคืนนี้กรมตำรวจมีการโหวตอะไรนะ"
"ฉันจะเทคะแนนให้เขาหมดหน้าตักเลย!"
"แน่นอนสิ"
"ยาเสพติดกับการค้าประเวณี ทำลายชีวิตคนไปตั้งเท่าไหร่แล้ว?"
"เขาถึงกับยอมเจ็บตัวเพื่อปราบมัน"
"ฮีโร่แบบนี้ ไม่ควรต้องเสียเลือดเสียน้ำตาฟรีๆ!"
ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
...
ศาลากลางอำเภอ
เย่ฉางอันที่มัวแต่ง่วนอยู่กับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ไม่ได้สนใจข่าวสารพวกนี้เลย
วันนี้
เขาบิดขี้เกียจ มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
"เสร็จสักที"
"บ่ายนี้เอาไปส่งเลยดีกว่า"
เขาแพ็คไฟล์ซอฟต์แวร์ทั้งหมดใส่แฟลชไดรฟ์อันใหม่
ตกบ่าย
เขามุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานนายอำเภอ
ก๊อกๆ
"เชิญ"
ได้ยินเสียงอนุญาต
เย่ฉางอันผลักประตูเข้าไป
นายอำเภอตาลุกวาวเมื่อเห็นเย่ฉางอัน
ช่วงนี้เย่ฉางอันเข้ามารายงานความคืบหน้าบ่อยๆ
มาวันนี้ เดาว่าซอฟต์แวร์น่าจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เสร็จทันก่อนสิ้นปีพอดี
ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงส่งท้ายปีของท่านได้เลย
"เสี่ยวอัน"
"มาๆ นั่งก่อน"
นายอำเภอหยิบกระบอกน้ำเก็บความร้อน ลุกจากโต๊ะทำงานมานั่งที่โซฟารับแขก
จากนั้นถามด้วยความเป็นห่วง "ระหว่างพัฒนาซอฟต์แวร์เจอปัญหาอะไรไหม?"
"ไม่เลยครับ ราบรื่นดี"
"แอปพลิเคชันรัฐบาลพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ"
เย่ฉางอันพูดพลางยื่นแฟลชไดรฟ์ให้
"ดี"
"เยี่ยมมาก"
นายอำเภอพยักหน้าด้วยความพอใจไม่หยุดปาก
จากนั้นก็กล่าวชมไม่ขาดปาก "เธอนี่เก่งจริงๆ"
"ได้ข่าวว่าจะได้บรรจุเป็นข้าราชการปีหน้าใช่ไหม?"
"เอาอย่างนี้"
"ฉันจะเร่งรัดเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนปีใหม่"
"พอผลงานการประเมินออกมา เธอจะได้บรรจุทันที"
"จะได้ฉลองปีใหม่ปีนี้อย่างมีความสุขไงล่ะ"