- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 7 กฎหมายนานาประเทศ เชี่ยวชาญแตกฉาน! (ฉบับเเก้ไขเเล้ว)
บทที่ 7 กฎหมายนานาประเทศ เชี่ยวชาญแตกฉาน! (ฉบับเเก้ไขเเล้ว)
บทที่ 7 กฎหมายนานาประเทศ เชี่ยวชาญแตกฉาน! (ฉบับเเก้ไขเเล้ว)
คำพูดของหลิวฉางหยวนทำให้ผู้อำนวยการจ้าวพูดไม่ออกไปในทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ผู้อำนวยการจ้าวถึงได้เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง "เหล่าหลิว ดึกป่านนี้แล้ว ร่างกายคุณจะไหวเหรอ?"
"คุณกลับไปก่อนเถอะ เรื่องใบประกาศเกียรติคุณผมจะจัดการให้อย่างเต็มที่"
ผู้อำนวยการจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทว่าหลิวฉางหยวนกลับทำตัวเหมือนลาแก่อย่างไรอย่างนั้น ทำหูทวนลมใส่คำพูดของเขาโดยสิ้นเชิง
เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ใบหน้าเคร่งเครียด "ผมบอกแล้วไง ว่าเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อจับคนร้าย"
"ถ้าคุณจะรังแกเขาเพียงเพราะเขาเป็นแค่ตำรวจช่วยงาน แม้แต่ใบประกาศเกียรติคุณอย่างเป็นทางการสักใบก็ไม่ให้ งั้นผมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"ผมจะนอนเฝ้ามันที่ห้องทำงานนี่แหละ"
"รอจนกว่าผู้อำนวยการคนใหม่จะมารับตำแหน่ง แล้วผมค่อยไปทวงถามความเป็นธรรมจากเขา"
เมื่อเห็นท่าทีจริงจังขึงขังของหลิวฉางหยวน ผู้อำนวยการจ้าวก็ถึงกับปวดขมับ
"เอาล่ะๆ"
"ผมกลัวคุณแล้วจริงๆ"
"พวกคุณเป็นปู่ ส่วนผมเป็นหลานก็แล้วกัน"
"เดี๋ยวผมจะไปที่สำนักงานใหญ่เดี๋ยวนี้เลย โอเคไหม?"
ผู้อำนวยการจ้าวโบกมืออย่างจำยอม ก่อนจะเก็บข้าวของแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากประตูไป
เมื่อเห็นผู้อำนวยการจากไป หลิวฉางหยวนก็ลุกจากโซฟาทันที
เขาเห็นน้ำเจิ่งนองเต็มโต๊ะ ก็รีบเข้าไปเช็ดทำความสะอาดอย่างบรรจง
...
ห้องโถงสถานีตำรวจ
ทุกคนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากห้องผู้อำนวยการ ต่างพากันชะเง้อมองไปทางนั้น
"มองอะไรกัน?"
จู่ๆ ผู้อำนวยการจ้าวก็เดินลงมา ทำเอาทุกคนสะดุ้งรีบกลับไปประจำที่แทบไม่ทัน
"ผอ. ครับ" เย่ฉางอันรีบก้าวเข้าไปหา "อาจารย์ผม เขา..."
"เขาไม่เป็นไรหรอก" ผู้อำนวยการจ้าวโบกมือ จากนั้นก็โอบไหล่เย่ฉางอันพาเดินออกไปด้านนอก
ยิ่งมองตำรวจช่วยงานคนนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
ต่อให้หลิวฉางหยวนไม่มาอาละวาด เขาก็ตั้งใจจะผลักดันเรื่องรางวัลให้เย่ฉางอันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
"เสี่ยวอัน"
"ฝีมือเธอร้ายกาจขนาดนี้ ฉันมีเรื่องอยากจะไหว้วานหน่อย"
"เดี๋ยวฉันจะจัดคนมาเรียนรู้วิชาจากเธอสักหน่อย เธอช่วยชี้แนะพวกเขาทีนะ"
หลังจากรู้ว่าชายหัวโล้นเป็นฆาตกร ผู้อำนวยการจ้าวก็เข้าใจแล้วว่าไม่ใช่เพราะตำรวจในสังกัดหย่อนยานการฝึกซ้อม
แต่ทว่ากระแสในโลกออนไลน์กำลังโจมตีอย่างหนัก หาว่าตำรวจของพวกเขากินแรงภาษีประชาชน
ดังนั้นเขาจึงต้องหาคำอธิบายให้กับสังคม
ระหว่างที่เย่ฉางอันประลองกับตำรวจนายอื่น เขาจะให้คนมาถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วเขียนบทความประชาสัมพันธ์
เพื่อพิสูจน์ว่าทางสถานีมีการจัดฝึกซ้อมเป็นประจำ
"ครับ!"
"รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ"
เย่ฉางอันตอบรับอย่างแข็งขัน
"ตั้งใจทำงานล่ะ"
ผู้อำนวยการจ้าวยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะขับรถตำรวจออกจากสถานีไป
ไม่นานนัก
เพื่อนร่วมงานที่ถูกจัดเตรียมไว้ก็เดินเข้ามาหาเย่ฉางอัน
"เสี่ยวอัน"
"ผอ. สั่งให้พวกเรามาขอคำชี้แนะจากนาย"
"อย่ากั๊กวิชานะเว้ย"
เพื่อนร่วมงานพูดหยอกล้อ
เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เป็นกันเอง เย่ฉางอันก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาไม่เพียงแต่เป็นเด็กใหม่ แต่ยังเป็นแค่ตำรวจช่วยงาน
การต้องมาสอนมวยให้พวกพี่ๆ ที่อยู่มานาน เขาเกรงว่าจะทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาจนสร้างความไม่พอใจ
แต่ดูเหมือนว่าการที่เขาสยบชายหัวโล้นได้ในกระบวนท่าเดียว จะทำให้ทุกคนยอมรับในฝีมืออย่างหมดใจ
"ไม่มีปัญหาครับ" เย่ฉางอันหัวเราะร่า ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ
"งั้น..."
"ใครจะเริ่มก่อนดีครับ?"
"ฉันเอง!" ตำรวจวัยสามสิบต้นๆ ก้าวออกมา
แม้กล้ามเนื้อจะไม่เป็นมัดๆ แต่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าร่างกายแข็งแกร่งมาก
เขาตั้งท่า "เตรียมพร้อม" ตามตำราโรงเรียนนายร้อยเป๊ะๆ
ทันใดนั้น เขาก็พุ่งเข้าใส่ด้วยท่า "จับทุ่ม" มือขวาคว้าข้อมือ มือซ้ายกวาดขา ท่วงท่าต่อเนื่องแม่นยำราวจับวาง นี่คือกระบวนท่าที่สามของวิชาการต่อสู้ตำรวจสิบหกท่า
ท่าพวกนี้ได้ผลดีมากเมื่อใช้กับคนทั่วไปหรือคนที่มีพื้นฐานการต่อสู้เพียงเล็กน้อย
แต่ทว่า เย่ฉางอันในตอนนี้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนง จนบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์แล้ว
ทุกท่วงท่าและการเคลื่อนไหวที่เห็น จึงเต็มไปด้วยช่องโหว่ในสายตาเขา
เย่ฉางอันเบี่ยงตัวหลบมือที่พุ่งมาคว้า มือซ้ายช้อนข้อศอกคู่ต่อสู้อย่างนุ่มนวล มือขวาคว้าหมับเข้าที่ขอบเอวแล้วหมุนตัวเหวี่ยง
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตั้งตัว ก็ถูกแรงเหวี่ยงส่งกระเด็นออกไป เซถลาไปสองสามก้าวกว่าจะทรงตัวได้
"ท่าจับทุ่มหัวใจสำคัญอยู่ที่การประสานเอวและช่วงล่างครับ" เย่ฉางอันสาธิตให้ดู พลางประคองข้อศอกอีกฝ่ายเบาๆ "เมื่อกี้พี่โน้มตัวไปข้างหน้ามากไปสามส่วน ถ้าคนร้ายถอยหลังแล้วกระชากกลับ พี่จะเสียหลักได้ง่ายๆ เลยครับ"
พูดจบ เย่ฉางอันก็สาธิตและอธิบายให้ดูอีกครั้งด้วยตัวเอง
...
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
ตำรวจหลายนายผลัดกันเข้ามาประลองฝีมือกับเย่ฉางอันจนครบทุกคน
"นี่มันกังฟูของจริง"
"เจ้าหนู นายเก่งกว่าครูฝึกสมัยฉันเรียนอีกนะเนี่ย"
"นี่นายคงไม่ได้ฝึกยุทธมาตั้งแต่เด็กใช่ไหม?"
เหล่าตำรวจต่างพากันพูดคุยเจี๊ยวจ๊าว แววตาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและประหลาดใจ
"ตอนเด็กผมเรียนไม่เก่ง เอาแต่เล่นซนน่ะครับ"
"ก็เลยพอมีวิชาติดตัวมาบ้าง"
เย่ฉางอันตอบอย่างถ่อมตน
หลังจากคุยกันต่ออีกสักพัก ตำรวจเหล่านั้นก็แยกย้ายกันไปเข้าเวร
เย่ฉางอันไม่ได้ออกจากสถานี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปทางห้องทำงานผู้อำนวยการอีกครั้ง
แม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าอาจารย์กำลังทำอะไรอยู่ในห้องนั้น
แต่ก็พอเดาได้ว่า อาจารย์ต้องกำลังต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเขาอยู่แน่ๆ
"ช่างเถอะ"
"วันนี้นอนที่หอพักเวรในสถานีก็แล้วกัน"
เย่ฉางอันพึมพำ ตัดสินใจพักที่สถานีก่อน
ทันใดนั้น
เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังก้องในหัวเขาอีกครั้ง
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ]
[ไม่เพียงแค่บุกเดี่ยวเข้าไปในสถานีตำรวจด้วยมือเปล่า และซัดตำรวจร่วงไปถึงห้าคนติดต่อกัน แต่ท่านยังมองเห็นจุดอ่อนของเทคนิคการต่อสู้ตำรวจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง]
[แถมยังสามารถถอยฉากออกมาได้อย่างไร้รอยขีดข่วนโดยไม่ถูกจับกุม]
[ท่านคือจอมโจรผู้เหี้ยมหาญโดยกำเนิดชัดๆ!]
[ระดับการประเมิน: SSS]
[ได้รับรางวัลคริติคอล]
"หือ?"
เย่ฉางอันชะงักไปครู่หนึ่ง เพิ่งจะนึกขึ้นได้
ระบบเคยให้ภารกิจลอบทำร้ายตำรวจไว้นี่นา
ไม่นึกเลยว่าจะทำสำเร็จแบบงงๆ ในสถานการณ์แบบนี้
[ในฐานะอาชญากรมืออาชีพ จำเป็นต้องเชี่ยวชาญกฎหมาย]
[เพื่อแสวงหาช่องทางรอดและผลประโยชน์จากกฎหมาย]
[ติ๊ง! เริ่มแจกจ่ายรางวัลระดับซูเปอร์...]
[ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญา -> คริติคอล -> เชี่ยวชาญบทบัญญัติกฎหมายของทุกประเทศทั่วโลก]
[แต้มอาชญากร +400]
[อันดับอาชญากร: 10000]
ชั่วพริบตาเดียว
เย่ฉางอันรู้สึกเหมือนได้กินขนมปังช่วยจำเข้าไป
ความรู้ด้านกฎหมายมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองอย่างบ้าคลั่ง
ตัวอักษรที่เคยแห้งแล้งน่าเบื่อ บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาและชัดเจน
บทบัญญัติกฎหมายใดๆ ก็ตาม สามารถค้นหาได้จากในสมองในเสี้ยววินาที
เขาราวกับกลายเป็นพจนานุกรมกฎหมายเคลื่อนที่ไปแล้ว
"ซี๊ด~"
เย่ฉางอันตั้งสติได้พลางลูบคางตัวเอง
"ถ้าฉันไปสอบเนติบัณฑิต..."
"คงจะสุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ?"
พอคิดได้แบบนั้น มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย
สำหรับเขาแล้ว นี่เป็นอีกหนทางสู่ความสำเร็จที่เปิดกว้างอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่า ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวเพียงครู่เดียวก็จางหายไป
ปณิธานที่เคยตั้งไว้ยังคงแน่วแน่
เป็นตำรวจ เพื่อรับใช้ประชาชน
[ติ๊ง! ภารกิจใหม่มาแล้ว]
[การจะเป็นอาชญากรข้ามชาติ จำเป็นต้องมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง]
[ขั้นแรก ท่านต้องทำให้ตำรวจจับตามอง]
[โปรดลงมือโดยเร็วที่สุดครับโฮสต์]
[เพื่อขยายชื่อเสียงของท่าน]