- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 4 สองธงเกียรติยศ!
บทที่ 4 สองธงเกียรติยศ!
บทที่ 4 สองธงเกียรติยศ!
ระหว่างที่พูด คุณนายหวังก็เดินรี่ตรงไปหาเย่ฉางอันและหลิวฉางหยวนพร้อมธงเกียรติยศสองผืนในมือ
เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในห้องโถงต่างมองดูด้วยความประหลาดใจ
ตำรวจหนุ่มที่เพิ่งวิ่งไปรายงานผู้กองอู๋มีสีหน้ากระอักกระอ่วน
มันไม่ใช่ความผิดของเขานะ
ใครจะไปคิดล่ะว่าในช่วงนี้ ทุกครั้งที่มีคนส่งธงเกียรติยศมาให้ที่สถานี ก็มักจะเป็นของผู้กองอู๋เสมอ?
ครั้งนี้พอเห็นคนเอาธงมาให้ เขาเลยเผลอคิดไปเองว่าเป็นของผู้กองอู๋อีกตามเคย
"เจ้านั่นมันจะดวงดีอะไรขนาดนั้น?"
"ออกตรวจกับตำรวจรุ่นเก๋าครั้งแรกก็ได้ธงเกียรติยศเลย"
"ไม่เหมือนฉัน โดนด่าเปิงเลย"
เฉินอี้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเย่ฉางอัน
"สมควรแล้วครับ สมควรแล้ว"
"คุณนายเกรงใจกันเกินไปแล้ว"
ใบหน้าของหลิวฉางหยวนเปื้อนยิ้มขณะรับธงเกียรติยศมาถือไว้
แม้ธงเหล่านี้จะไม่มีราคาค่างวดและนับเป็นผลงานเลื่อนขั้นไม่ได้ แต่สำหรับตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างเขาที่ทำงานจนแก่เฒ่าโดยไม่หวังลาภยศ นี่คือเครื่องยืนยันความดีที่ล้ำค่าที่สุด
"ขอบคุณครับเจ๊"
เย่ฉางอันรับธงเกียรติยศด้วยสองมือ ความภาคภูมิใจเอ่อล้นในอก
จากนั้นเขาก็หยิกแก้มเด็กน้อยเบาๆ มองรอยยิ้มสดใสของแกด้วยความโล่งใจ "เด็กไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ"
"โอ้โฮ"
"ไม่เลวเลยนี่!"
ผู้อำนวยการจ้าวที่ได้ยินเสียงเอะอะเดินเข้ามาในห้องโถง
เมื่อเห็นธงเกียรติยศสีสดใสสองผืน เขาก็รีบสาวเท้าเข้ามาทันที
"ผอ. ครับ"
ทั้งสองคนทำความเคารพ
"อืม"
ผู้อำนวยการจ้าวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรับธงจากมือเย่ฉางอันและหลิวฉางหยวนมาพิจารณาดู
ผืนของหลิวฉางหยวนเขียนว่า: "กล้าหาญรับผิดชอบ ตำรวจน้ำดี"
ส่วนผืนของเย่ฉางอันเขียนว่า: "ความสามารถโดดเด่น ตำรวจน้ำดี"
"คุณคงเป็นหัวหน้าสินะคะ"
"ขอบคุณมากๆ เลยค่ะที่มีลูกน้องเก่งๆ แบบนี้!"
คุณนายหวังรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างที่สุด
เธอรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ
ตั้งแต่ลูกติดอยู่ในตู้เซฟ ช่างกุญแจจนปัญญา ดับเพลิงมาช้า
จนถึงนาทีวิกฤตที่เย่ฉางอันใช้ทักษะสะเดาะกุญแจช่วยชีวิตเด็กออกมาได้!
ทุกคนที่ยืนฟังอยู่
ต่างหันไปมองเย่ฉางอันเป็นตาเดียวด้วยความทึ่ง
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเย่ฉางอันที่เป็นแค่ตำรวจช่วยงานคงโชคดีที่ได้จับคู่กับตำรวจรุ่นเก๋า ถึงได้อานิสงส์ธงเกียรติยศมาตั้งแต่วันแรก
ที่ไหนได้ ผลงานหลักกลับเป็นของเย่ฉางอันเสียอย่างนั้น!
"เสี่ยวอัน ไม่เลวเลยนะ"
"ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีฝีมือขนาดนี้"
ผู้อำนวยการจ้าวพยักหน้าหงึกๆ แววตาที่มองเย่ฉางอันฉายแววชื่นชมยอมรับ
สาเหตุที่เขาไม่ค่อยให้ราคากับตำรวจช่วยงาน ก็เพราะพฤติกรรมของพวกเด็กใหม่รุ่นก่อนๆ
หลายคนมาสมัครเพราะเห็นว่าเท่ดี
แต่พอทำได้ไม่นานก็บ่นเหนื่อย
แถมยังชอบเอาเรื่องในที่ทำงานไปโพสต์ลงโซเชียล สร้างความเสื่อมเสียให้สถานีอีก
ผู้อำนวยการจ้าวยิ้มพลางส่งธงคืนให้เย่ฉางอัน "เอาไปแขวนไว้ที่โต๊ะทำงานนะ รักษาความดีนี้ต่อไปล่ะ"
อคติในใจของเขาเริ่มจางหายไปทีละน้อย
"ครับ!"
เย่ฉางอันยืนตรงรับธงกลับมาอย่างขึงขัง
เขารู้สึกว่าธงในมือ "หนักอึ้ง" ด้วยความภาคภูมิใจ
"เป็นไปได้ยังไง..." เฉินอี้พึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อ
พอรู้ว่าธงผืนนี้เย่ฉางอันได้มาด้วยฝีมือตัวเองล้วนๆ เขาก็รู้สึกเหมือนโดนฉีกหน้า
สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉา
ยังไงซะ เขาก็เป็นถึงเด็กจบตรงสายเชียวนะ
"คอยดูเถอะ"
"ถึงเวลาเจอพวกคดีวิวาท นั่นแหละคือเวลาที่ฉันจะได้โชว์ฝีมือจริงๆ"
คิดได้ดังนั้น เฉินอี้ก็ยิ่งกระหายอยากจะออกปฏิบัติหน้าที่
ในขณะเดียวกัน เย่ฉางอันและหลิวฉางหยวนก็เดินไปส่งคุณนายหวังที่หน้าประตู
"เสี่ยวอัน วันนี้ไม่ต้องเข้าเวรดึกหรอก"
"เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ"
หลิวฉางหยวนพูดพลางเปลี่ยนเสื้อผ้า
เย่ฉางอันกำลังจะอ้าปากตอบ แต่แล้วก็ต้องชะงัก
[ติ๊ง! ในฐานะปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ ท่านย่อมเป็นยอดฝีมือ]
[แต่รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง]
[จงหาโอกาสจู่โจมเจ้าหน้าที่ตำรวจ]
[และเรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ของตำรวจระหว่างการปะทะ]
[สิ่งนี้จะช่วยให้ท่านรับมือกับตำรวจได้ง่ายขึ้นในอนาคต]
เมื่อสิ้นเสียงภารกิจ เย่ฉางอันก็ครุ่นคิดหนัก
ถ้าเขาเป็นโจร ภารกิจนี้คงยากบรรลัย
แต่เขาเป็นตำรวจนี่นา
การซ้อมมือกับเพื่อนร่วมงานไม่มีความเสี่ยงอะไรอยู่แล้ว
ติดแค่ว่าต้องหาโอกาสเหมาะๆ หรือข้ออ้างดีๆ เท่านั้นเอง
"เป็นอะไรหรือเปล่า?" หลิวฉางหยวนที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว เห็นเย่ฉางอันยืนนิ่งไปจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"เปล่าครับ ไม่มีอะไร"
"อาจารย์ครับ ผมอยากอยู่เรียนรู้งานต่ออีกหน่อย"
"ยังไงกลับไปก็นอนเล่นมือถืออยู่ดี"
เย่ฉางอันกลอกตาไปมาพลางหัวเราะแก้เก้อ
"เจ้าเด็กโง่นี่จริงๆ เลย" หลิวฉางหยวนมองท่าทางร่าเริงของเย่ฉางอันแล้วอดส่ายหน้าไม่ได้
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยอมตามใจ
"เอ้า ถ้าเธอสบายใจจะทำก็เอาเถอะ"
"แต่เธอยังเป็นแค่ตำรวจช่วยงาน ไม่มีอำนาจทำคดีเองนะ คอยดูความเรียบร้อยอยู่หน้าห้องโถงก็พอ"
"รับทราบครับอาจารย์!" เย่ฉางอันยืดอกรับคำเสียงดังฟังชัด
หลิวฉางหยวนเดินเข้ามาหาเย่ฉางอันแล้วกระซิบเตือน "เปลี่ยนชุดลำลองซะล่ะ"
"เธออยู่เรียนรู้งานด้วยความสมัครใจ ไม่ได้อยู่ทำโอที"
"อย่าให้พวกจิ้งจอกเฒ่าพวกนั้นมาจิกหัวใช้เอาได้"
พูดจบ หลิวฉางหยวนก็เดินจากไป
"อาจารย์ เดินทางปลอดภัยนะครับ!"
เย่ฉางอันโบกมือลา ความอบอุ่นแผ่ซ่านในหัวใจ
เด็กกำพร้าอย่างเขา ไม่เคยได้รับความห่วงใยแบบนี้มาก่อนเลย
มองดูหลิวฉางหยวนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเล็กหายลับไปจากสถานี เย่ฉางอันไม่ได้ถอดเครื่องแบบตำรวจออก
เขายังคงหวังลึกๆ ว่าจะมีโอกาสทำภารกิจให้สำเร็จ
...
ราวๆ สี่ห้าทุ่ม สถานีตำรวจก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
มีการแจ้งเหตุเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทตามร้านอาหารโต้รุ่งที่บานปลายกลายเป็นคดีความ
ทั้งเมาอาละวาด แย่งที่จอดรถ และสารพัดเรื่อง
กำลังพลในสถานีเริ่มไม่เพียงพออย่างรวดเร็ว
"ถนนซุ่นอัน เลขที่ 13 ร้านหม่าล่าเสียบไม้ออริจินัลใช่ไหมครับ?"
"ได้ครับ เดี๋ยวส่งเจ้าหน้าที่ไปเดี๋ยวนี้"
ตำรวจในห้องโถงวางสายโทรศัพท์แล้วกวาดตามองใบแจ้งเหตุ
จากนั้นเขาก็วิทยุเรียกผู้กองอู๋ "ผู้กองอู๋ครับ มีเหตุทะเลาะวิวาทหน้าร้านหม่าล่าเสียบไม้ ถนนซุ่นอัน เลขที่ 13 ครับ"
"เขาแจ้งว่าสถานการณ์รุนแรงมาก ขอกำลังเสริมไปเพิ่มอีกคนด้วยครับ"
"รับทราบ" ผู้กองอู๋นวดขมับ พูด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย "วันนี้มันวันอะไรวะเนี่ย? เรื่องประดังประเดเข้ามาไม่หยุด จะไปหาคนจากไหนพอวะ?"
"ไม่เป็นไรครับอาจารย์ ผมสู้เก่ง เดี๋ยวผมจัดการเองคนเดียวก็เอาอยู่" เฉินอี้พูดอย่างมั่นใจ สีหน้ากระเหี้ยนกระหือรืออยากพิสูจน์ตัวเองเต็มแก่
ในที่สุดก็มีคดีแบบนี้ให้เขาได้โชว์ฝีมือสักที
"อย่าบ้าบิ่นนัก"
"แกนึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์เหล็กไหลหรือไง?!"
ผู้กองอู๋ถลึงตาใส่เฉินอี้ กลัวว่าลูกศิษย์จะทำอะไรวู่วามอีก
เฉินอี้ทำท่าจะเถียงต่อเพื่ออวดอ้างฝีมือ
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ ดวงตาเป็นประกายวูบหนึ่ง
จากนั้นเขาก็แสร้งทำสีหน้าสำนึกผิดแล้วกระซิบว่า "อาจารย์พูดถูกครับ เราควรพาคนไปเพิ่มอีกสักคน"
"อ้อ จริงสิ"
"ไอ้เย่ฉางอันมันว่างงานอยู่ในห้องโถงไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมเราไม่เรียกมันไปด้วยล่ะ?"