- หน้าแรก
- โรงเตี๊ยมกาลเวลา
- บทที่ 34 - จิ๋นซีฮ่องเต้มอบสุรา
บทที่ 34 - จิ๋นซีฮ่องเต้มอบสุรา
บทที่ 34 - จิ๋นซีฮ่องเต้มอบสุรา
คนที่เข้ามาเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมยาวแบบจีน มีคิ้วหนาเตอะเชื่อมติดกัน
เห็นเขา เซียวเหล่งนึ่งมองด้วยความแปลกใจ คนอื่นก็มองด้วยความอยากรู้
อาจารย์เก้าถูกสายตาหลายคู่จ้องมอง เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว เท้าข้างหนึ่งเกือบจะออกจากประตูไปแล้ว
ดีที่เสียง "อรุณสวัสดิ์" ของซูลั่วดึงสติเขาไว้ เขาชักเท้ากลับ ก้าวเข้ามา แล้วทักทายกลับอย่างวางฟอร์ม
เห็นห่อผ้าในอ้อมแขนอาจารย์เก้า ซูลั่วยิ้ม "หาของใหม่มาได้แล้ว?"
อาจารย์เก้าพยักหน้า "ไปหาศิษย์น้องมา ยืมของมาได้บ้าง"
ซูลั่วผายมือ
อาจารย์เก้าวางห่อผ้าลงบนเคาน์เตอร์
หลี่ไป๋เขย่งเท้าชะโงกดู หันกลับมากระซิบ "เป็นหนังสือ มีเล่มหนึ่งชื่อ 《วิชาเชิญเทพเขาเหมยซาน》 แล้วก็วิชาดูฮวงจุ้ยหาชีพจรมังกรอะไรสักอย่าง"
ทุกคนหันไปมองเซียวเหล่งนึ่ง
เห็นเซียวเหล่งนึ่งพยักหน้า ทุกคนก็เข้าใจว่าชายวัยกลางคนผู้นี้คือเจ้าของ 《วิชาเต๋าเหมาซาน》
อิ๋งเจิ้งอยากจะเข้าไปทำความรู้จัก แต่เห็นสุราโลหิตอสูรรุ่นที่สามในมือ สุดท้ายก็อดทนไว้
อาจารย์เก้าขายวิชาไปแล้ว
พูดให้ถูกคือวิชาเต๋าสามเล่ม กับคัมภีร์พุทธที่ศิษย์น้องไปเอามาจากวัดข้างๆ อีกสองเล่ม รวมแล้วได้ห้าร้อยเหรียญกาลเวลา
เขาดีใจมาก
กวาดตามองเมนูสุรา สายตาเขาก็ถูกสุราโลหิตอสูรรุ่นที่สามดึงดูดเช่นกัน
พอเห็นว่าได้มาจาก "แวมไพร์" เขาก็สงสัยนิดหน่อย คิดในใจว่าตัวเองเจอมาหมดแล้ว ทั้งผีร้าย ผีอาฆาต ผีแขวนคอ ผีพราย ผียาจก เจอจนชิน แต่แวมไพร์นี่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก
แต่ดูจากคำอธิบาย ก็คล้ายๆ ผีดิบอยู่เหมือนกัน
จนกระทั่งเห็นผลเพิ่มอายุขัย เขาถึงกับตัวสั่นสะท้าน
อาจารย์เก้าเงยหน้าขวับ มองซูลั่ว "คุณชาย ผีดิบเอามาแลกเหรียญกาลเวลาได้ไหม?"
ผีดิบ?
ซูลั่วคิดครู่หนึ่ง พยักหน้า "น่าจะได้ คราวหน้าคุณลองเอามาดูสิ"
อาจารย์เก้าแทบอกแตกตาย
พลาดแล้ว ทำไมถึงรีบเผาเหรินผู้เฒ่าไปนะ น่าจะเอามาขายกิน!
"พวกผีสางก็ได้เหรอ?" เขานึกถึงสิ่งที่เจอบ่อยกว่า
ซูลั่วยิ้มให้
โรงเตี๊ยมยังไม่เคยตรวจสอบ เขาจะไปรู้ได้ไง
"เข้าใจแล้ว" อาจารย์เก้าดีใจ
ซูลั่วก็ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจอะไร ถามแค่ว่า "รับอะไรดี?"
"ขอสุราตบะยี่สิบปีหนึ่งแก้ว" อาจารย์เก้าพูดจบ ก็คำนวณเงินในกระเป๋า
แก้วนี้ใช้เงินห้าร้อยเหรียญที่เพิ่งได้มาพอดี รวมกับของเก่าที่มีอยู่ ก็เป็นเก้าร้อย
"เอาสุราคัมภีร์เก้าเอี้ยงอีกแก้ว แล้วก็สุรากำลังภายในสิบปีกับยี่สิบปีอย่างละแก้ว" เขาพูดต่อ "ห่อกลับบ้านหมดเลย"
ซูลั่วมองอย่างแปลกใจ
"เอาไปฝากศิษย์น้องน่ะ" อาจารย์เก้าบอก "เขาชอบของพวกนี้"
ซูลั่วถึงบางอ้อ
ระหว่างรอเหล้า อาจารย์เก้ามองไปรอบๆ โดยสัญชาตญาณ
เขาบังเอิญเห็นภาพที่อิ๋งเจิ้งเทสุราโลหิตอสูรรุ่นที่สามเข้าปากพอดี
อิ๋งเจิ้งตอนนี้อายุสี่สิบกว่า เข้าสู่วัยกลางคน การศึกสงครามและการทำงานหนักทำให้ร่างกายเขาไม่ค่อยดีนัก
แม้จะได้ดื่มสุราพลังสไปเดอร์แมนและสุราเพิ่มกำลังภายในจนร่างกายแข็งแกร่งเหนือคนทั่วไป แต่ริ้วรอยบนหน้าผากหางตา และผมขาวที่ขมับก็ไม่ได้หายไป
ตอนนี้เขาดูเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำน่าเกรงขาม
แต่พอดื่มเหล้าแก้วนั้นลงไป ผมขาวบนหัวก็กลับมาดำสนิทด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
ริ้วรอยถูกลบเลือน ผิวหน้ากลับมาเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
เพียงไม่กี่ลมหายใจ เขาเปลี่ยนจากชายวัยกลางคนสี่สิบกว่า กลายเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ
อาจารย์เก้ามองจนตาค้าง ลืมรับแก้วเหล้าที่ลอยมาตรงหน้า
จนซูลั่วเตือน เขาถึงได้สติ
"เขา..." เขาชี้อิ๋งเจิ้ง หน้าตาเหลือเชื่อ
ซูลั่วชี้ไปที่เมนูสุรา "คุณดูแล้วไม่ใช่เหรอ?"
อาจารย์เก้าอึ้งไป สมองแล่นเร็วรี่
ที่แท้ก็สุราโลหิตอสูรรุ่นที่สามแก้วนั้น!
แค่อ่านคำบรรยายว่า "เพิ่มอายุขัยสองร้อยห้าสิบปี" เขายังไม่รู้สึกอะไรมาก
แต่พอเห็นอิ๋งเจิ้งกลับเป็นหนุ่มต่อหน้าต่อตา เขาถึงตระหนักถึงความวิเศษของเหล้าแก้วนี้
เขาหันไปมองเมนูสุราตรงหน้า จู่ๆ ก็รู้สึกเสียดาย
ถ้าเก็บเงินอีกหน่อย ซื้อเหล้าแก้วนี้ เขาจะกลับไปเป็นหนุ่มได้เหมือนกันไหม?
ไม่มีใครไม่อยากหนุ่มอยากสาว
อาจารย์เก้าย่อมไม่พ้นกฎเกณฑ์นี้
แต่ไม่นานเขาก็ยิ้มส่ายหน้า
ตัวเองกลายเป็นคนโลภตั้งแต่เมื่อไหร่?
รับเหล้าที่ลอยอยู่ตรงหน้า ขอบคุณซูลั่ว แล้วเดินไปที่โต๊ะว่าง ตั้งใจจะลิ้มรส "ตบะยี่สิบปี" ของตัวเองเงียบๆ
ส่วนอีกด้าน หลี่ไป๋และคนอื่นๆ ต่างเข้าไปแสดงความยินดีกับอิ๋งเจิ้ง
อิงม่านหยิบกระจกออกมาถือให้เสด็จพ่อดูหน้าตาตัวเองอย่างรู้ใจ
มองตัวเองในกระจก อิ๋งเจิ้งย่อมดีใจเป็นล้นพ้น
เขาพูดคำว่า "ดี" สามครั้ง แล้วหัวเราะลั่น "เหล้าวันนี้ข้าเลี้ยงเอง!"
"พี่เจิ้งใจป้ำ" หลี่ไป๋ลุกขึ้น โบกมือร่ายกวีเสียงดัง "อ๋องฉินกวาดล้างหกทิศ จ้องมองช่างองอาจ! กวัดแกว่งกระบี่แหวกเมฆา เหล่าเจ้าแคว้นล้วนมุ่งสู่ทิศตะวันตก"
ได้ยินบทกวีนี้ อิ๋งเจิ้งชะงักไปนิดหนึ่ง จากนั้นรอยยิ้มบนหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น
บทกวีนี้ต้องเล่าขานไปชั่วลูกชั่วหลานแน่!
วันหน้าใครจะกล้าว่าเขาเป็นทรราช?
เขาหันไปมองเมนูสุรา ครุ่นคิดนิดหนึ่ง ก็ประสานมือบอกซูลั่ว "คุณชาย ข้าขอสุราพลังสไปเดอร์แมนแก้วหนึ่ง"
ซูลั่วทำหน้าแปลกๆ มองเขา แล้วมองหลี่ไป๋ พยักหน้าเบาๆ
คว้าแก้วเหล้าที่ลอยมาไว้ในมือ อิ๋งเจิ้งยื่นให้หลี่ไป๋ ยิ้มว่า "บทกวีนี้คู่ควรกับสุรานี้!"
ต่อให้หลี่ไป๋ใช้เงินมือเติบ ก็ยังตกใจกับความใจป้ำของอิ๋งเจิ้งไปวินาทีหนึ่ง
แต่เขาก็ไม่ดัดจริต ยื่นมือรับมา พูดว่า "สุรานี้ขอดื่มอวยพรพี่เจิ้งและต้าฉินให้มั่นคงถาวร!"
พูดจบ เขาก็ดื่มรวดเดียว
เกาซื่อที่อยู่ข้างๆ ทั้งดีใจแทนเพื่อน ทั้งแอบอิจฉา
ทำไมเขาแต่งกลอนดีๆ แบบนี้ไม่ได้บ้างนะ?
แววตาอิงม่านไหววูบ นึกในใจว่าเสด็จพ่อดีกับหลี่ไป๋ขนาดนี้ หรือจะมีรสนิยมชายรักชาย?
กลับเป็นเซียวเหล่งนึ่งกับยายซุนที่สีหน้าเรียบเฉยกว่า
เพราะพวกนางมีเงิน
อาจารย์เก้าที่เพิ่งนั่งลงมองจนตาค้าง
เขารู้ราคาของสุราพลังสไปเดอร์แมนดี และเจ้าคนใส่ชุดโบราณคนนี้กลับยกของแบบนี้ให้คนอื่นง่ายๆ เขามีเงินเท่าไหร่กันแน่?
อิ๋งเจิ้งย่อมสังเกตเห็นสีหน้าอาจารย์เก้า ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ในใจภูมิใจมาก
หนึ่งพันเหรียญกาลเวลาย่อมไม่ใช่จำนวนน้อย
แต่บทกวีของหลี่ไป๋ทำให้เขาพอใจมาก ย่อมต้องเล่าขานสืบไป จะบอกว่ามีค่าพันตำลึงทองก็ไม่เกินเลย
ใช้หนึ่งพันเหรียญกาลเวลาซื้อบทกวีแบบนี้ ไม่ถือว่าขาดทุน ที่สำคัญคือสร้างภาพจำให้ลูกค้าคนอื่นในโรงเตี๊ยมได้
อิ๋งเจิ้งไม่ใช่คนขี้เหนียว!
รอให้ภาพจำนี้ฝังลึก การจะทำอะไรต่อย่อมง่ายขึ้นมาก
ตอนนี้คนที่เข้ามาในโรงเตี๊ยมมีแต่คนระดับเดียวกับเขา หรือเก่งกว่าไม่มาก แต่วันหน้าถ้ามีเทพเซียนมาจริงๆ ล่ะ?
ความปรารถนาดีเพียงเล็กน้อยของท่านเหล่านั้น ก็เพียงพอให้ปุถุชนสุขสบายไปทั้งชาติ!
"เป้าหมายเมื่อก่อนของข้าช่างเรียบง่ายนัก จะครองโลกไปทำไม ต้องสร้างจักรวรรดิเซียนฉินต่างหาก!"
อิ๋งเจิ้งมองดูทุกคน ใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่แววตาฉายแววทะเยอทะยาน
ซูลั่วรู้สึกว่าฉากนี้ตลกพิลึก
ถ้าจำไม่ผิด บทกวีบทนี้ของหลี่ไป๋ไม่ได้มีแค่ประโยคพวกนี้นี่นา
โดยเฉพาะประโยคท้ายๆ ที่ว่า "แต่เห็นใต้สามน้ำพุร้อน โลงทองฝังเพียงเถ้าธุลีหนาว" (สื่อว่าสุดท้ายจิ๋นซีก็ตายและอาณาจักรล่มสลาย) ไม่ได้ชมจิ๋นซีฮ่องเต้ล้วนๆ สักหน่อย
สงสัยตัวเขาในชาตินี้จะยังแต่งท่อนหลังไม่ออกละมั้ง?
(จบแล้ว)