- หน้าแรก
- โรงเตี๊ยมกาลเวลา
- บทที่ 14 - คำแนะนำแด่สไปเดอร์แมน
บทที่ 14 - คำแนะนำแด่สไปเดอร์แมน
บทที่ 14 - คำแนะนำแด่สไปเดอร์แมน
อิงม่านในชุดหรูหราเดินเข้ามา
หลังจากย่อกายคารวะซูลั่วอย่างงดงาม นางก็ยื่นกล่องไม้ประณีตในมือให้
"คุณชาย นี่คือขนมที่ข้าทำเอง เชิญท่านลองชิม"
ซูลั่วรับไว้ คุยกับนางสองสามประโยค ก็เห็นองค์หญิงแห่งต้าฉินเดินไปที่มุมหนึ่งของโรงเตี๊ยมอย่างรู้หน้าที่ แล้วหยิบแท็บเล็ตออกมาอย่างคล่องแคล่ว
นี่เป็นสิ่งที่นางอ้อนวอนขอมาจากอิ๋งเจิ้ง
ตอนนี้นางตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้มาดูซีรีส์ในโรงเตี๊ยมทุกวัน
โลกมหัศจรรย์ในแท็บเล็ตทำให้นางหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
เวลาผ่านไปทีละน้อย
ใกล้เที่ยง ประตูโรงเตี๊ยมก็มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
เห็นร่างของปีเตอร์ ซูลั่วแปลกใจเล็กน้อย ยิ้มโบกมือทักทาย
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่กระเป๋าเดินทางขนาดครึ่งคนใบนั้นที่แมงมุมน้อยหิ้วมาอยู่ครู่หนึ่ง
ปีเตอร์ชะงักฝีเท้า ลูบจมูก พูดว่า "นี่เป็นของขวัญที่ผมจะมอบให้คุณอิ๋งเจิ้งครับ"
ซูลั่วพยักหน้า "ตามสบายครับ"
เห็นเขาพูดแบบนั้น ปีเตอร์ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก
อิงม่านที่นั่งอยู่มุมห้องเห็นเขา ก็รีบลุกขึ้น
คุยกับปีเตอร์สองสามคำ นางก็รีบขอตัวไป
ไม่นาน อิ๋งเจิ้งในชุดดำก็รีบรุดมาถึง
ทักทายซูลั่วเสร็จ เขาเดินตรงไปหาปีเตอร์ ใบหน้ายิ้มแย้ม "ฮ่าฮ่า ปีเตอร์ ในที่สุดเจ้าก็มา!"
ปีเตอร์รีบลุกขึ้น เกาหัวแก้เขิน "เวลาจำกัด ผมหาอาวุธมาได้แค่นี้ ครั้งหน้าจะหามาให้เยอะกว่านี้นะครับ"
"ไม่เป็นไร" อิ๋งเจิ้งยิ้ม
เห็นเขาจ้องเป๋งไปที่กระเป๋า ปีเตอร์จึงก้มลงรูดซิปเปิดกระเป๋า
อิ๋งเจิ้งจ้องมอง
พอเห็นปืนหลายกระบอกที่อยู่ข้างใน ตาเขาก็ลุกวาว ก้มลงหยิบปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติขึ้นมา พลิกซ้ายพลิกขวา ลูบคลำอย่างรักใคร่
ของสิ่งนี้ดูประณีตกว่าในวิดีโอเสียอีก
เทคโนโลยีการหลอมโลหะระดับนี้ เมื่อไหร่ต้าฉินจะไปถึงขั้นนี้นะ?
ปีเตอร์อธิบายอยู่ข้างๆ "ผมอายุไม่ถึง ทำใบอนุญาตพกปืนไม่ได้ ซื้ออย่างถูกกฎหมายไม่ได้ เลยรอเลิกงานแล้วไปที่ร้านขายปืนแห่งหนึ่ง..."
อิ๋งเจิ้งเรียนรู้ด้วยตัวเอง เอานิ้วไปแตะที่ไกปืน
"ใช้แบบนี้ใช่ไหม?" เขาถาม
"น่าจะใช่มั้งครับ" ปีเตอร์ตอบอย่างไม่มั่นใจ
เขาไม่เคยใช้ปืนมาก่อน
"ต้องปลดเซฟก่อน" เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังทั้งคู่
ทั้งสองหันไปมอง เห็นซูลั่วมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
"คุณชาย!" ทั้งสองทักพร้อมกัน
ซูลั่วยื่นมือ อิ๋งเจิ้งรีบส่งปืนไรเฟิลในมือให้
รับปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติสีดำมา พลิกดูเล่นสองสามที เขาก็ปลดแม็กกาซีนออก
เห็นข้างในบรรจุกระสุนเต็ม เขาใส่แม็กกาซีนกลับ ปลดเซฟ แล้วเหนี่ยวไกใส่กำแพง
ท่ามกลางเสียง "ปัง ปัง" ประกายไฟแลบแปลบ ฝุ่นฟุ้งกระจายบนกำแพง ปรากฏรอยกระสุนเป็นพรุน
ปีเตอร์ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
ดวงตาของอิ๋งเจิ้งสว่างวาบ กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น
ถ้าสร้างกองทหารปืนแบบนี้ขึ้นมาได้ แค่เผ่าซยงหนูจะนับเป็นตัวอะไร
การพิชิตใต้หล้าก็อยู่แค่เอื้อม!
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูลั่วได้จับปืนหลังจากเรียนวิชาทหารตอนมหาลัย ความรู้สึกไม่เลวเลย
เขาส่งปืนคืนให้อิ๋งเจิ้ง แล้วโบกมือ กำแพงก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เหลือเพียงปลอกกระสุนเกลื่อนพื้น
เห็นภาพนี้ อิ๋งเจิ้งแอบหวั่นเกรงในใจ
ปีเตอร์ก็เผยสีหน้าครุ่นคิด
ซูลั่วมองกระเป๋าเดินทางบนพื้น
ข้างในยังมีปืนไรเฟิลแบบต่างๆ อีกห้ากระบอก และปืนพกเจ็ดแปดกระบอก นอกจากนั้นก็เป็นกระสุน
"คุณปล้นร้านปืนมาเหรอ?" เขาหันไปมองแมงมุมน้อยอย่างสนใจ
เซียวเหล่งนึ่งผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ภายใต้อิทธิพลของโรงเตี๊ยมเริ่มจะกลายร่างเป็นโจรสาว
ซูเปอร์ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมนคงจะไม่กลายเป็นโจรปล้นทรัพย์ไปอีกคนหรอกนะ?
"เปล่าครับ ผมแค่หยิบมานิดหน่อย แล้วก็วางเงินไว้ด้วย!" ปีเตอร์รีบปฏิเสธพัลวัน
ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ใสซื่อจริงๆ!
ซูลั่วชำเลืองมองอิ๋งเจิ้งที่ทำท่าอึกอักอยู่ข้างๆ แล้วแอบขำในใจ
คุณธรรมสูงส่งเกินไปเป็นฮ่องเต้ไม่ได้หรอก
ที่ปีเตอร์ทำแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่อย่างที่อิ๋งเจิ้งต้องการ
"บางทีคุณไม่ควรไปที่ร้านปืนพวกนั้น" ซูลั่วเตือน
ปีเตอร์สีหน้าเปลี่ยนไป พูดอย่างรู้สึกผิด "ผมก็คิดว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะ ถึงจะทิ้งเงินไว้ ก็ไม่ต่างอะไรกับขโมย!"
อิ๋งเจิ้งแอบมองซูลั่ว เห็นเขาไม่แสดงสีหน้าชื่นชม ถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
ซูลั่วส่ายหน้าเงียบๆ นึกในใจว่าถ้าปีเตอร์ไปเป็นพระเอกนิยายเว็บ คงโดนทัวร์ลงยับ พ่อพระเอก "พ่อพระ" ชัดๆ
"คุณไปหาพวกแก๊งอันธพาลหรือผู้ก่อการร้ายสิ" ซูลั่วชี้โพรงให้กระรอก "หาคลังอาวุธของพวกมัน กวาดมาให้เกลี้ยง แบบนี้ถือว่าช่วยกำจัดภัยให้ประชาชนด้วย"
"จริงด้วย ทำไมผมถึงนึกไม่ออกนะ!" ปีเตอร์ดีใจมาก
ของขวัญแรกพบที่อิ๋งเจิ้งให้มันแพงเกินไป เขากลุ้มใจมาตลอดว่าจะตอบแทนน้ำใจยังไง
พวกแก๊งอันธพาลกับผู้ก่อการร้าย นี่มันเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดเลย
อิ๋งเจิ้งยิ้มอย่างโล่งอก
"ดูท่าคุณชายจะไม่เพียงไม่คัดค้านการแลกเปลี่ยนของข้ากับคนเถื่อนนี่ แต่ยังสนับสนุนด้วยซ้ำ" เขาคิดในใจ
ซูลั่วเปลี่ยนเรื่อง พูดว่า "ถ้ามีเวลา คุณลองไปดูที่ออสคอร์ปสิ"
"ออสคอร์ป ทำไมเหรอครับ?" ปีเตอร์สงสัย
นั่นมันบริษัทพ่อเพื่อนสนิทของเขานะ
นอร์แมน ออสบอร์น ผู้สุภาพอ่อนโยน เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย คงไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียลับหลังหรอกนะ?
"โรคทางพันธุกรรมของตระกูลออสบอร์น คุณเคยได้ยินไหม?" ซูลั่วย้อนถาม
ปีเตอร์คิดดู เพื่อนสนิทเคยพูดถึงอยู่เหมือนกัน
ซูลั่วจึงเล่าเรื่องงานวิจัย "กรีนกอบลิน" ให้ฟังรอบหนึ่ง แล้วพูดว่า "ถึงยาของเขาจะมีผลข้างเคียงรุนแรง แต่ก็ถือเป็นวัตถุดิบหมักสุราที่ไม่เลว"
"อีกอย่างชุดเหาะของเขาก็ถือเป็นของเล่นที่ใช้ได้ เอามาขายให้โรงเตี๊ยมได้นะ" เขาเสริม
ปีเตอร์สีหน้าเคร่งเครียด "ผมจะไปดูครับ!"
ถ้าลุงออสบอร์น กำลังวิจัยยากรีนกอบลินที่กระตุ้นบุคลิกทำลายล้างจริงๆ เขาต้องหยุดมันให้ได้
เอามาขายให้โรงเตี๊ยม ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้
แน่นอน ถ้าทุกอย่างแก้ไขได้ เขาไม่รังเกียจที่จะมอบสุราที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้จริงๆ ให้พ่อเพื่อนสักแก้ว
คิดได้ดังนั้น ปีเตอร์ก็นั่งไม่ติด ลุกขึ้นจะขอตัวกลับ
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
ทุกคนในห้องหันไปมอง เห็นเด็กสาวแบกถุงใบใหญ่กว่าตัวเดินเข้ามา
"คุณชาย!" เซียวเหล่งนึ่งวางถุงลง เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก เผยรอยยิ้มบางเบา
รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ชั่วขณะนั้น ทำเอาอิ๋งเจิ้งที่เห็นสาวงามมานับไม่ถ้วนยังตะลึงไปวูบหนึ่ง
แต่เขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ประสานมือยิ้ม "แม่นางมังกรมาแล้ว!"
"พี่เจิ้ง!" เซียวเหล่งนึ่งก็ประสานมือตอบ
คำเรียกนี้อิ๋งเจิ้งเป็นคนขอร้องแกมบังคับ
ถูกเรียกว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ในที่แบบนี้ เขารู้สึกแปลกๆ โดยเฉพาะกลัวจะกระทบภาพพจน์ในสายตาซูลั่ว
แถมถ้าวันหนึ่งฮ่องเต้หวงตี้ (จักรพรรดิเหลือง) โผล่มาที่โรงเตี๊ยม จะไม่อึดอัดแย่เหรอ
ปีเตอร์มองตาค้าง นึกในใจว่าสาวตะวันออกสวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
ซูลั่วเดินไปที่เคาน์เตอร์ มองถุงใบยักษ์ข้างกายเซียวเหล่งนึ่งที่ใหญ่กว่าตัวนาง สีหน้าพิลึกพิลั่น
หอคัมภีร์วัดเส้าหลินคงโดนนางขนมาหมดแล้วมั้งเนี่ย?
(จบแล้ว)